เสียงกวาดไม้ไผ่กระทบพื้นศิลาแผ่นใหญ่ดัง “สวบ... สวบ...” เป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าความเงียบงันภายในเรือนปีกตะวันตกกลับหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าอย่าได้แตะต้องแจกันหยกชุดนั้น!”
น้ำเสียงแหบพร่าหากแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้ายดังลอดออกมาจากม่านมุ้งไหมสีนวลที่บัดนี้ยับยู่ยี่ ซูเหม่ยในยามนี้หาได้หลงเหลือเค้าโครงความงามอันเย้ายวนที่เคยใช้ล่อลวงบุรุษใดในจวนอ๋องไม่ ดวงหน้าซีดเซียวริมฝีปากแห้งผากจนแตกปริเป็นรอยเลือด ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงลึกโหล ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้และฤทธิ์สะท้อนย้อนกลับของอาคมไสยดำที่นางเป็นผู้ชักนำเข้าสู่ร่างกายตนเอง
หลี่จินเหยายืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าเตียงนอน สายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสภาพอนาถของสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาเพียงน้อยนิดที่ถูกกลบฝังไว้ใต้ชั้นความเย็นชา
“เจ้ายังคงโทษสิ่งของรอบกายอยู่หรือ ซูเหม่ย” จินเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ยามที่เจ้าใช้ตุ๊กตาดินเผาฝังตะปูแช่ในน้ำมันพรายเพื่อหมายเอาชีวิตเด็กบริสุทธิ์ในครรภ์ฮูหยินรองอีกคน หรือยามที่เจ้าแอบโรยผงกระดูกผีเรือนลงในสำรับของข้า เจ้าเคยเอ่ยปากถามหาความเมตตาจากสิ่งเหล่านี้บ้างหรือไม่เล่า”
ซูเหม่ยแค่นหัวเราะเสียงแหลมสูงจนกลายเป็นเสียงสำลักเลือด นางพยายามตะเกียบคายกายลุกขึ้นจากหมอนอิง ทว่าท่อนแขนเรียวที่บัดนี้ผอมแห้งดั่งกิ่งไม้แห้งกลับไร้เรี่ยวแรงจะพยุงร่าง “เจ้า... นังแพทย์หญิงนอกรีต เจ้ามันก็แค่สตรีที่อาศัยใบหน้าและเล่ห์เหลี่ยมไต่เต้าขึ้นมาเคียงข้างท่านอ๋อง คิดว่ากำจัดข้าได้แล้วจะปลอดภัยอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! เบื้องหลังของข้า... คนผู้นั้นไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!”
จินเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย นางก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนช้าๆ กลิ่นอายความตายและกลิ่นเหม็นเน่าของสมุนไพรมนต์ดำคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่าจินเหยาหาได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือน นางโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำเอาซูเหม่ยต้องผวาเฮือก
“คนที่อยู่เบื้องหลังเจ้า... หมายถึงใต้เท้าเฉินผู้เป็นท่านอาของเจ้า หรือว่า... เงาทมิฬที่ซ่อนอยู่หลังม่านมุ้งในวังหลวงกันแน่ล่ะ?”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของซูเหม่ยก็แข็งค้างดั่งถูกคำสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางรู้อย่างไร? ความลับที่ซ่อนไว้ในกล่องไม้จันทน์หอมถูกเปิดเผยได้อย่างไรกัน!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่บานไม้สักจะถูกผลักออกอย่างแรง
ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้ามาในห้องด้วยอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้ากรงเล็บ ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ดวงเนตรคมกริบดั่งพญายมกวาดมองสตรีทั้งสองก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของซูเหม่ยด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
“สนมรองซู” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นสะท้อนก้องผนังห้อง “โทษฐานที่เจ้าใช้มนต์ดำนอกรีตทำลายความสงบสุขในจวนอ๋อง และสมคบคิดกับขุนนางกังฉินนอกราชสำนัก พระราชโองการมีคำสั่งลงทัณฑ์ให้ลดขั้นเจ้าเป็นสามัญชนทันที พร้อมทั้งเนรเทศไปกักบริเวณ ณ อารามร้างชานเมืองไร้กำหนดการนิรโทษกรรม!”
“ไม่... ไม่นะเพคะท่านอ๋อง! หม่อมฉันรับใช้ท่านมาหลายปี ท่านจะใจร้ายกับหม่อมฉันถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” ซูเหม่ยกรีดร้องสุดเสียง นางพยายามพุ่งตัวลงจากเตียงหมายจะควชายฉลองพระองค์ของเซียวจิ่งเหยียน ทว่าทหารองครักษ์สองนายด้านนอกกลับพุ่งเข้ามาตรึงร่างของนางไว้กับพื้นอย่างไม่ไยดี
จินเหยาเบือนหน้าหนีภาพอันน่าสมเพชนั้น นางก้าวถอยหลังออกมาเพื่อเปิดทางให้บุรุษผู้เป็นสามีจัดการ ทว่าในจังหวะที่เซียวจิ่งเหยียนเดินผ่านร่างนางเพื่อเข้าไปตรวจสอบหลักฐานบนโต๊ะหนังสือ สายตากลับเหลือบไปเห็นหีบไม้แกะสลักลวดลายประหลาดที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองตำราเก่า
นิ้วเรียวยาวของท่านอ๋องยื่นไปเปิดฝากหีบออกช้าๆ ภายในนั้นหาใช่สมบัติล้ำค่าไม่ หากแต่เป็น “ป้ายวิญญาณ” สลักชื่อของสตรีผู้หนึ่ง... สตรีที่ควรจะตายไปจากจวนหลังนี้เมื่อสิบปีก่อน!
จินเหยาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสจิตอาฆาตอันรุนแรงที่พุ่งทะลักออกมาจากป้ายวิญญาณนั้น พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูราวกับเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่าง
*“พวกเจ้า... คิดว่าจัดการนางได้แล้วจริงๆ หรือ... หึหึหึ”*
ฉับพลันนั้น เปลวไฟบนเชิงเทียนรอบห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่งในชั่วพริบตา ก่อนที่ประตูห้องบานใหญ่ที่ควรจะถูกลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา จะถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งด้านนอก และสิ่งที่ถืออยู่ในมือของแขกยามวิกาลผู้นั้น... คือราชโองการลับฉบับใหม่ประทับตราหยกขององค์จักรพรรดิ ที่ระบุชื่อของ "หลี่จินเหยา" ให้มารับโทษประหารชีวิตก่อนรุ่งสาง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ ศาลาริมน้ำโบราณ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 23
จุดจบของซูเหม่ยตอนต้น
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!