คราบเลือดสีเข้มข้นที่ซึมเปื้อนอยู่บนพื้นไม้สักทองดูราวกับรอยพู่กันของปีศาจที่ตวัดวาดลงในความมืด กลิ่นอายของความตายและความชื้นแฉะจากไสยดำผสมผสานคละคลุ้งอยู่ในห้องโถงชั้นในของเรือนหอวิญญาณหลอน หลี่จินเหยาหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้าเรียวสวยที่ซีดเผือด ดวงตาทิพย์ของนางยังคงเรืองแสงสีชาดจางๆ สะท้อนภาพร่างไร้วิญญาณของนักไสยเวทเดนตายที่เพิ่งถูกคมกระบี่ของท่านอ๋องปลิดชีพลงต่อหน้าต่อตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดเลือดที่ไหลหยดกระทบพื้นดัง *ติ๋ม... ติ๋ม...* ดั่งเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของนาง
“เจ้าโง่... รู้ตัวหรือไม่ว่าเพิ่งทำอะไรลงไป” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกแต่นัยน์ตาของหลี่จินเหยาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความครุ่นคิดและห่วง
เซียวจิ่งเหยียนเก็บกระบี่ประจำกายเข้าฝักด้วยท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลัก บนอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินมีรอยฉีกขาดและคราบโลหิตกระเซ็นประปราย แต่ท่าทีของเขากลับมิได้สะท้านสะเทือนต่อความตายตรงหน้าแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในย่างก้าวเดียว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วมือหนาเชยคางมนขึ้นอย่างถือสิทธิ์
ดวงเนตรคมกริบดั่งพญายมราชทอดมองลึกลงไปในดวงตาของนาง ในนั้นไม่มีความเย็นชาห่างเหินดังเช่นวันวาน มีเพียงระลอกคลื่นแห่งความห่วงหาอาทรและโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงัน
“เปิ่นหวางจะปล่อยให้ผู้ใดมาแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียวไม่ได้... ต่อให้มันผู้นั้นจะเป็นเงาของความตาย หรือขุมนรกโลกันตร์ก็ตาม จินเหยา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นไม่ได้เอמהออกมาเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่มันคือคำประกาศิตที่สลักลึกลงไปในดวงวิญญาณ แววตาของท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแผ่นดินยามนี้ กลับอ่อนโยนและเปราะบางอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้เห็น มือหนาเอื้อมมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางให้เป็นเนื้อเดียวกับตน เพื่อป้องกันไม่ให้เภทภัยใดๆ เข้ามากล้ำกรายได้อีก
หลี่จินเหยาชะงักงัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นจากร่างกายของบุรุษตรงหน้าแผ่ซ่านเข้ามาตัดผ่านความหนาเหน็บของไสยดำในห้องนี้ นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงสั่นสะเทือนจางๆ จากอ้อมกอดนั้น... บุรุษผู้กุมชะตากรรมคนนับแสนในกองทัพ กำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวที่จะสูญเสียนางไป
“ท่านอ๋อง... หม่อมฉันไม่ใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอ เหตุใดพระองค์ต้องเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องหม่อมฉันถึงเพียงนี้ ในวังหลังและราชสำนัก... พระองค์ยังมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าการมาปกป้องหม่อมฉันคนเดียว” นางพยายามเค้นเสียงกล่าวแย้ง แม้ว่าขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เซียวจิ่งเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนาง จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหง
“ภารกิจที่ยิ่งใหญ่หรือ? บัลลังก์มังกรที่เปื้อนเลือดนั่น หรือแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล... หากไร้ซึ่งเจ้าผู้เป็นดั่งดวงใจของเปิ่นหวางแล้ว ต่อให้ครอบครองใต้หล้าไว้ในมือ มันก็เป็นเพียงซากปรักหักพังอันไร้ความหมาย”
คำกล่าวนี้รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าคำสาปใดๆ ในเรือนหอหลังนี้ หลี่จินเหยารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าที่กลางใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและกำแพงที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากโลกอันโหดร้ายนี้พังทลายลงในพริบตา นางเลื่อนมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับอกเสื้อที่คุ้นเคย ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้า
ในขณะที่ความรักและความผูกพันกำลังถักทอเป็นเกราะคุ้ม1ก1นอันเหนียวแน่นท่ามกลางกลิ่นอายความตาย เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหูของสตรีผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของเรือน
“ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ถึงกับยอมสละแม้กระทั่งวิญญาณเพื่อสตรีผู้นี้เชียวหรือเพคะ?”
เงาร่างระหงของพระชายารองซูเหม่ยค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านไหมสีชาดที่ขาดวิ่น ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ในมือของนางถือตุ๊กตาผ้าอาคมเปื้อนเลือดและกริชโบราณเล่มหนึ่ง ดวงตาของซูเหม่ยแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของเดรัจฉานวิชาที่นางโถมเข้าใส่เพื่อแลกกับพลังอำนาจขั้นสุดท้าย
เซียวจิ่งเหยียนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ร่างสูงเพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง
“ซูเหม่ย... เจ้ากล้าดียังไงถึงยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตอาคมของเปิ่นหวาง” สุ้มเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้เอ่ยขึ้น
ซูเหม่ยหัวเราะลั่นอย่างคนเสียสติ นางยกกริชอาคมขึ้นจ่อที่ลำคอของตนเอง แต่สายตากลับจดจ้องมาที่หลี่จินเหยาด้วยความอาฆาตมาดร้ายถึงขีดสุด “หม่อมฉันไม่กลัวตายหรอกเพคะ! เพราะต่อให้หม่อมฉันต้องตาย วิญญาณของหม่อมฉันก็จะผูกติดกับคำสาปเรือนหอนี้ เพื่อจองล้างจองผลาญนังสารเลวผู้นี้ไปทุกภพทุกชาติ!”
นางยกกริชขึ้นเตรียมจะแทงลงบนอกตนเองเพื่อกระตุ้นพิธีอาคมขั้นสุดท้ายให้สมบูรณ์ หลี่จินเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละออกจากอ้อมกอดของท่านอ๋องเพื่อจะพุ่งเข้าไปขัดขวาง แต่เซียวจิ่งเหยียนกลับคว้าข้อมือนางไว้มั่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวงภัย
ทว่า... ก่อนที่กริชในมือของซูเหม่ยจะปักลงมา ร่างของสตรีชุดแดงกลับสะعักกะทันหัน ดวงตาของซูเหม่ยเบิกโพลงค้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เลือดสีดำทะลักออกมาจากปากของนางอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เงาร่างสีขาวซีดร่างหนึ่ง... ปรากฏขึ้นด้านหลังของซูเหม่ยอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของวิญญาณคุณหญิงบัวผู้เป็นเจ้าของเรือนโบราณฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู มือเรียวยาวสีเขียวคล้ำเอื้อมไปกุมมือที่ถือกริชของซูเหม่ยไว้แน่น แล้วกดมันลงไปในเนื้ออกของพระชายารองอย่างเลือดเย็น!
“เจ้า... เจ้าไม่ใช่ข้า... เจ้ามันก็แค่ผีเร่ร่อน...” ซูเหม่ยสำลักเลือดออกมาคำโต ร่างกายสั่นกระตุกก่อนจะล้มฟุบลงจมกองเลือดบนพื้นไม้
ในวินาทีนั้นเอง เสียงประหลาดดังขึ้นจากเบื้องล่างใต้พื้นเรือน... *ครกด... ครกด...* เสียงโซ่ตรวนเหล็กถูกลากถูไปกับพื้นดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับควันสีดำทมิฬที่พวยพุ่งทะลุรอยแยกของแผ่นไม้ขึ้นมาปกคลุมทั่วห้องโถงจนมืดมิด
หลี่จินเหยาและเซียวจิ่งเหยียนยืนหยัดเคียงข้างกัน ท่ามกลางหมอกควันสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างของกองทัพวิญญาณนับร้อยที่กำลังแห่แหนกันขึ้นมา
และท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของเรือนหอที่ควรจะถูกปิดตายจากภายนอก ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของขันทีเฒ่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกเหนือจากรอยยิ้มอันแฝงเร้นด้วยเล่ห์กลลึกซึ้ง
“ราชโองการลับจากฮ่องเต้... ขอให้ท่านอ๋องและพระชายา โปรดทรงคุกเข่ารับพระราชโองการด้วยพะย่ะค่ะ”
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงบทเพลงแห่งความลึกลับไปกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 28
สายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!