เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 27

เปิดโปงเบื้องหลังโรคระบาด

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"ท่านจะให้ข้าดื่มมันจริงๆ หรือเจ้าคะ ใต้เท้าจาง?" เสียงของหลี่จินเหยาสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับสตรีผู้หวาดกลัวต่ออำนาจมืดเบื้องหน้า ทว่าภายใต้ดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาปลอมๆ นั้น นางกำลังจับจ้องไปยัง 'น้ำชาสีชาด' ในถ้วยกระเบื้องเคลือบกังไสที่ขุนนางจางยื่นมาให้ด้วยท่าทีคุกคาม ภายในห้องลับใต้ดินของจวนขุนนางจาง กลิ่นอายอับชื้นของรากไม้และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลไปทั่ว ที่มุมมืดของห้อง ร่างของผีเรือนคุณหญิงบัวยืนตระหง่าน ดวงตาสีขุ่นมัวของวิญญาณอาฆาตจ้องมองไปยังซองยาที่ถูกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของขุนนางผู้นี้ นางชี้มือไปยังจุดนั้น หลี่จินเหยารับรู้ได้ทันที นี่คือต้นตอของโรคระบาดที่กำลังกัดกินเมืองหลวง—พิษดอกมธุรารัตติกาล ที่ถูกปรุงขึ้นจากตำราต้องห้ามในเรือนของอดีตตระกูลขุนนางที่ล่มสลายไปแล้ว "ดื่มเสีย... แล้วข้าจะรับรองว่า ชีวิตของท่านอ๋องจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยภายใต้ร่มเงาของข้า" ขุนนางจางกล่าวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวเบื้องหน้าหาใช่กวางน้อยที่รอถูกเชือด แต่คือนักล่าที่วางกับดักไว้รอก่อนแล้ว หลี่จินเหยาแสร้งทำเป็นมือไม้สั่น นางเอื้อมมือไปรับถ้วยชา แต่ในจังหวะที่นิ้วสัมผัสกัน นางกลับดีดเข็มเงินขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในแหวนหยกเข้าที่จุดชีพจรที่ข้อมือของขุนนางจางอย่างรวดเร็วและแผ่วเบาจนอีกฝ่ายไม่ทันรู้สึกตัว เพียงแต่ชั่วพริบตา กลิ่นพิษที่ติดอยู่ใต้เล็บของนางจากการสกัดยาต้านพิษเมื่อครู่ ก็ซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเขาผ่านบาดแผลเล็กจิ๋วนั้น "ท่านอ๋อง..." หลี่จินเหยาพึมพำ ก่อนจะทิ้งถ้วยชาลงบนพื้นจนแตกกระจาย "เจ้าทำอะไร!" ขุนนางจางคำราม เสียงของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นแหบพร่า ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านขึ้นมาจากหน้าอก ราวกับมีฝูงมดนับพันกำลังกัดกินปอดของเขา "ข้าก็แค่... คืนสิ่งที่ท่านเคยมอบให้กับชาวเมืองอย่างไรเล่าเจ้าคะ" หลี่จินเหยาผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เคยอ่อนหวานแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ดวงตาทิพย์ของนางเผยให้เห็นเงาดำที่เกาะกินร่างของขุนนางชั่วผู้นี้ มันคือคำสาปที่พ่วงมากับพิษที่เขาเป็นคนสั่งการเอง ขุนนางจางทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำคล้ำพุ่งออกจากปากของเขาหยดลงบนพรมลายมังกรที่เขาแอบสะสมไว้ด้วยความทุจริต "เจ้า... เจ้าวางยาข้า..." "มิใช่ข้า... แต่เป็นกรรมต่างหาก" หลี่จินเหยาก้มลงมองด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะหยิบเอาบัญชีลับที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของเขาออกมา "พิษที่ท่านใช้ทำลายผู้อื่น ย่อมย้อนกลับมาทำลายตัวเอง ข้าเพียงแต่ช่วยเร่งปฏิกิริยาของมันให้เห็นผลเร็วขึ้นเท่านั้น" ในจังหวะนั้นเอง ประตูกลของห้องลับถูกกระแทกออกจนพังพินาศ ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก้าวเข้ามาในชุดเกราะสีดำทมิฬ ดวงตาคมปลาบดั่งพยัคฆ์มองภาพตรงหน้าด้วยความเย็นชา เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิญญาณคุณหญิงบัวที่ยืนอยู่ข้างหลังหลี่จินเหยา ก่อนจะหันมาสบตากับภรรยาที่รักของเขาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "จินเหยา... เจ็บตัวที่ใดหรือไม่" ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องของขันทีประจำพระองค์ที่มาพร้อมกับราชโองการด่วน "มีพระราชโองการจากฝ่าบาท! ให้ท่านอ๋องและพระชายาส่งตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคในครั้งนี้เข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน... ทว่า ในเวลาเดียวกัน ได้มีข่าวลือสะพัดไปทั่วเมืองว่าพระชายาหลี่จินเหยา คือผู้อยู่เบื้องหลังการใช้คุณไสยทำร้ายขุนนางในราชสำนักจนถึงแก่ความตาย!" หลี่จินเหยาชะงัก สายตาสบกับท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนที่เริ่มกุมด้ามดาบแน่น เขาไม่เพียงแต่ต้องปกป้องนางจากโรคระบาดที่ถูกจัดฉาก แต่บัดนี้เขากำลังถูกบีบให้เลือกระหว่าง 'ความถูกต้อง' กับ 'ชีวิตของผู้หญิงที่เขาเทิดทูนเหนือบัลลังก์' จดหมายลับฉบับหนึ่งถูกยื่นมาที่หน้าประตูห้องลับนั้นตราประทับสีแดงฉานบนจดหมายไม่ใช่ตราของฮ่องเต้ แต่เป็นตราของตระกูลซูที่ควรจะล่มสลายไปแล้ว... พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยเลือดว่า: "พบกันที่ศาลาริมน้ำ... ข้ามีเรื่องจะเฉลยเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่แท้จริงของเจ้า" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงบทเพลงแห่งความลึกลับไปกับศาลาริมน้ำโบราณนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%