"หากจอกสุราจอกนี้ไม่สามารถดับพิษร้อนในกายของพี่สะใภ้รองได้ เกรงว่าข้า... ในฐานะชายาของท่านอ๋อง คงต้องทูลขอให้ฮองเฮาช่วยไต่สวนความบกพร่องของจวนเราเสียหน่อยแล้วกระมังครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกริชน้ำแข็งของหลี่จินเหยา ดังแทรกขึ้นกลางความเงียบงันของห้องโถงจัดเลี้ยงในตำหนักบูรพา กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านจนข้าราชบริพารและคุณหนูตระกูลใหญ่ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง แม้แต่ซูเหม่ยผู้ยืนถือจอกสุราอยู่เบื้องหน้า ยังต้องชะงักค้าง ปลายเล็บที่ทาด้วยชาดสีแดงสดจิกเข้าหากันจนเนื้อแทบปริ
บรรยากาศในงานเลี้ยงต้อนรับสตรีสูงศักดิ์ประจำฤดูสารทจีนในวันนี้ หาได้มีความรื่นรมย์ดังเช่นเปลือกนอกที่ประดับประดาด้วยโคมผ้าแพรปักลายหงส์ทองไม่ ใต้แสงเทียนวับแวมและกลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้ คือสนามรบไร้เสียงคำรามที่เหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงใช้ห้ำหั่นกัน
จินเหยาในชุดคลุมปักลายมัจฉาว่ายทวนกระแสน้ำสีครามเข้ม ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนมและดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยือกเย็น เธอปรายตามองจอกสุราในมือของซูเหม่ยอย่างรู้ทัน
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งเค่อก่อน เมื่อจินเหยาก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักบูรพาตามคำเชิญ (แกมบังคับ) ของพระชายารองซูเหม่ย ผีเรือนคุณหญิงบัวที่ติดตามเงามาด้วยก็ส่งเสียงกระซิบเตือนด้วยความอาฆาตทันที *ระวัง... ในสุรารสเลิศนั้นมีปรอทขาวผสมกับน้ำต้มรากบัวพิษ ดื่มเพียงหยดเดียว เส้นเสียงจะขาดสะบั้น เลือดจะไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด*
จินเหยาหาได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงคลี่ยิ้มบางเบา ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะแสร้งทำเป็นสะดุดชายผ้าแพรจนจอกสุราในถาดของซูเหม่ยกระเด็นมารดลงบนอาภรณ์ของอีกฝ่ายเสียเอง เป็นการ "ยืมมือสวรรค์" ตอบโต้กลับอย่างแนบเนียน
"น้องหญิงรอง... ท่านช่างซุ่มซ่ามยิ่งนัก" ซูเหม่ยฝืนแย้มยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ นางตั้งใจจะวางยาพิษให้จินเหยาอับอายและสูญเสียสิทธิ์ในการบริหารจัดการจวนอ๋อง แต่ไฉนเลย เหยื่อกลับพลิกเกมใช้ความซุ่มซ่ามของตนเองราดสุราพิษอาบลงบนอาภรณ์ปักดิ้นทองของนางต่อหน้าพระพักตร์ของเหล่าฮูหยินตระกูลใหญ่เล่า
"นั่นสิเพคะ พระชายารองซู... ดูท่าทางท่านจะร้อนรนจนถือจอกสุราไม่มั่นคงเสียแล้วกระมัง" คุณหนูใหญ่ตระกูลสือ ผู้สนับสนุนตัวยงของซูเหม่ยรีบเอ่ยเสริมเพื่อแก้สถานการณ์ แต่กลับกลเป็นการตอกย้ำความผิดปกติให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
จินเหยาไม่ปล่อยให้เกมหยุดนิ่ง นางก้าวเข้าไปใกล้ซูเหม่ยอีกก้าว กลิ่นหอมเย็นๆ ของสมุนไพรจีนที่ติดกายโชยเข้าจมูก ตัดกับกลิ่นคาวจางๆ ของพิษในจอกที่หกเปื้อนพื้น นางโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"พิษปรอทขาว... เป็นตำรับยาจากแดนเหนือ ท่าทางอนุซูจะกว้างขวางไม่เบา ถึงได้หาของเล่นสนุกๆ เช่นนี้มาต้อนรับข้าได้ หากท่านอ๋องทรงทราบว่ามีคนคิดวางยาชายาเอกในนามของจวนอ๋อง... ท่านคิดว่าศีรษะบนบ่าของท่านจะยังอยู่ดีหรือไม่ล่ะครับ?"
ซูเหม่ยสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่าสตรีที่เติบโตมาในตระกูลบัณฑิตตกยากอย่างหลี่จินเหยา จะมีสายตาเฉียบคมราวนกอินทรีย์และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวปานนี้
"เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอันใด ข้าไม่รู้เรื่อง!" ซูเหม่ยเสียงสั่น พยายามถอยหลังหนี
"ไม่รู้เรื่องเช่นนั้นหรือ?"
ฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากนอกประดูfโคมแดง กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ขยายเข้ามาทำให้ผู้คนในห้องโถงถึงกับหยุดหายใจ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินขลิบทองก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาดุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้แหลกเป็นจุล
"ท่านอ๋อง..." ทุกคนในงานต่างรีบคุกเข่าคำนับด้วยความหวาดผวา
เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้สนใจผู้ใด สายตาคู่นั้นกวาดมองคราบสุราบนพื้นและใบหน้าซีดเผือดของซูเหม่ย ก่อนจะหยุดลงที่ภรรยาเอกของตน มือหนารวบเอวบางของจินเหยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ใครบังAาญทำให้ชายาของเปิ่นหวางต้องขุ่นเคืองในงานเลี้ยงนี้?"
จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้เย็นชา แม้ในยามปกติเขาจะดูห่างเหินและดุร้ายเพียงใด แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ แผ่นหลังกว้างใหญ่ของเขากลับเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่มั่นคงที่สุด ทว่า... ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากฟ้องร้อง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโถง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า มือที่ถือราชโองการสั่นเทานิดๆ
"ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีคุกเข่าลงแทบเท้าเซียวจิ่งเหยียนด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... แคว้นเป่ยหรงส่งทูตมาประชิดชายแดน พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศราชสมรสพระราชทาน โดยเจาะจงขอพระราชทานอภิเษกสมรสให้กับองค์หญิงเป่ยหรง... กับท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำประกาศนั้น ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า จินเหยาชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นมองสวามีทันที
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... สายตาของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนที่ทอดมองกลับมา มิได้มีความลังเลหรือยินดี มีเพียงประกายตาคมกริบที่ซ่อนเร้นแผนการอันลึกล้ำบางอย่าง ซึ่งถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับกระดาษม้วนสีทองที่สั่นไหวในมือของขันที...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 9
แผนซ้อนแผนในงานเลี้ยง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!