เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 8

รอยเลือดบนผนังเรือนโบราณ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดไหม้จนเหลือเพียงขี้เถ้าสีเทาหม่น หลี่จินเหยากลั้นหายใจชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบสีแดงเข้มข้นที่ค่อยๆ ซึมซับและไหลรินลงมาจากผนังไม้สักทองของเรือนรับรองบูรพา ราวกับว่าตัวเรือนทั้งหลังกำลังหลั่งน้ำตาออกมาเป็นโลหิต "นี่ไม่ใช่รอยเลือดธรรมดา..." เสียงกระซิบอันแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบของแพทย์หญิงแห่งยุคปัจจุบัน ดวงตาทิพย์ของนางเปิดกว้างขึ้นจนเห็นละอองหมอกสีเทาหมุนวนเป็นเกลียวอยู่เบื้องหน้า รอยเลือดบนผนังนั้นหาได้ไหลลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงไม่ หากแต่พวกมันกำลังวาดลวดลายเป็นอักษรจีนโบราณทีละตัว... ทีละตัวอย่างเชื่องช้า เยือกเย็น และเต็มไปด้วยแรงอาฆาตมาดร้าย แกร็ก! เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับไอร้อนจากร่างสูงใหญ่ที่แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมความหนาวเหน็บภายในห้อง ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนปรายตามองคราบเลือดบนผนังด้วยแววตานิ่งสงบดุจผืนน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุร้ายวับวามที่ยากจะคาดเดา "เจ้าเห็นสิ่งใดอีก จินเหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างราบเรียบ แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของนางเข้าหาตัว สัมผัสอุ่นจัดจากเขาช่วยดึงสติอันล่องลอยของนางให้กลับคืนมา "หม่อมฉันเห็น... โครงกระดูกที่ถูกฝังอยู่ใต้ถุนเรือนหลังนี้เพคะท่านอ๋อง" จินเหยาหันกลับมาสบตาคมกริบของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ น้ำเสียงของนางมั่นคงไร้ความตื่นตระหนก แม้หัวใจจะเต้นระรัวดั่งกลองศึก "และวิญญาณที่เขียนอักษรเหล่านี้ กำลังเตือนเราว่า คำสาปตระกูลเซียวไม่ได้เกิดจากโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่มันคือหนี้เลือดที่ยังไม่ได้รับการชำระสะสาง" สิ้นคำพูดของนาง อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เงาร่างโปร่งแสงของสตรีในชุดโบราณชั้นสูงค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ นางมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเซียวจิ่งเหยียนอย่างน่าประหลาด ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าและมีคราบน้ำตาเป็นสายเลือด "หลานชาย..." เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งสอง ราวกับดังมาจากห้วงลึกของกาลเวลา "เจ้ายังคงดึงดันที่จะปกป้องสตรีต่างถิ่นผู้นี้ ทั้งที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดคอหอยแล้วกระนั้นหรือ" คุณหญิงบัว... วิญญาณบรรพบุรุษผู้กุมความลับดำมืดแห่งจวนอ๋องปรากฏกายขึ้นอย่างเต็มตัว นางก้าวเข้ามาใกล้เซียวจิ่งเหยียน ทว่าท่านอ๋องกลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขากลับขยับตัวบังร่างบางของหลี่จินเหยาไว้ด้านหลัง พร้อมกับมืออีกข้างที่สะบัดออกอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อภูตผีปีศาจ "ต่อให้ความตายมาเยือน ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันต์ หากเป้าหมายคือการปกป้องนาง ผู้นี้ก็ไม่เคยหวั่นเกรง" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน ทรงอำนาจ และเยือกเย็น จนแม้แต่วิญญาณอาฆาตยังต้องชะงักงัน "ท่านย่า หากท่านมีความแค้นอันใด จงบอกข้าตรงๆ อย่าได้เล่นตลกกับคนของข้า" วิญญาณของคุณหญิงบัวแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่าเวทนา เสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแท้วิญญาณสะท้อนก้องไปทั่วเรือนโบราณ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวราวกับกิ่งไม้แห้งจะชี้ไปยังผนังที่มีคราบเลือดไหลริน อักษรตัวสุดท้ายเพิ่งถูกเขียนจนสมบูรณ์ กลายเป็นชื่อที่ทำให้หลี่จินเหยาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ซู... เหม่ย..." จินเหยาอ่านออกเสียงเบาหวิว "ใช่แล้ว..." วิญญาณคุณหญิงบัวหันมาจ้องมองแพทย์หญิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและคำเตือน "อนุสาวผู้เลอโฉมที่กำลังนั่งรินชาต้อนรับแขกอยู่ในเรือนด้านใน นางไม่ได้ใช้วิชาไสยดำเพียงเพื่อแย่งชิงความโปรดปรานจากท่านอ๋องหรอกนะ... แต่เลือดหยดแรกที่เปิดผนึกคำสาปตระกูลเซียว ถูกรินรดลงบนป้ายวิญญาณโดยฝีมือของนางเมื่อคืนนี้เอง!" ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างโปร่งแสงของคุณหญิงบัวก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งเข้าสู่คราบเลือดบนผนัง ก่อนที่คราบเลือดเหล่านั้นจะเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ราวกับซากศพที่ถูกฝังมานานนับร้อยปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมา หลี่จินเหยาหันขวับไปมองหน้าเซียวจิ่งเหยียนทันที แววตาของท่านอ๋องในยามนี้มืดมนยิ่งกว่ายามรัตติกาล ไอรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนน่ากลัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดดั่งคันศรที่ถูกง้างจนสุด แรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ "ท่านอ๋อง..." จินเหยาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว นางสัมผัสได้ถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในใจของบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ เซียวจิ่งเหยียนไม่เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ นิ้วแกร่งกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมคายขึ้นสีเข้มด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งงัน เขายื่นมือมาโอบเอวบางของนางเข้ามาชิดร่างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้าวเดินออกจากเรือนรับรองบูรพาด้วยฝีเท้าหนักแน่น มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนพักของพระชายารองซูเหม่ยทันที ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นประตูโค้งของเรือนโบราณ เสียงฝีเท้ารีบร้อนของพ่อบ้านหลี่ก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัด พร้อมกับร่างของบ่าวรับใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยตัวสั่นเทา "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" พ่อบ้านหลี่ละล่ำละลักละลอกละลึกเอ่ยด้วยเสียงอันตระหนก "คุณหนูซู... นาง... นางกำลังดื่มถ้วยชาพิษที่ถูกส่งมาจากห้องพระเครื่องของท่านย่า..." เซียวจิ่งเหยียนชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย แต่ก่อนที่ท่านอ๋องจะได้เอ่ยปากสั่งการใดๆ จินเหยากลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากเงาที่ทอดatผ่านพื้นศิลาเบื้องหน้า นางรีบดึงแขนเสื้อของเซียวจิ่งเหยียนไว้สุดแรง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยความตระหนก "ระวังเพคะท่านอ๋อง... นั่นไม่ใช่ชาพิษเพื่อฆ่าตัวตาย... แต่นั่นคือพิษสลายวิญญาณที่ใช้ 'เปิดประตู' ให้บางสิ่งข้ามภพมาต่างหาก!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%