องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 35

วันเปิดม่าน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"พี่คิม... จดหมายนี่มันอะไรคะ?" คำถามของปันไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับก้องกังวานในโสตประสาทของฉันท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บอุปกรณ์หลังเวที เสียงดนตรีบรรเลงออร์เคสตราเริ่มขึ้นแล้วจากด้านหน้าเวที เสียงปรบมือของผู้ชมที่รอคอยการแสดงเริ่มดังอื้ออึงราวกับพายุที่กำลังจะพัดถล่ม แต่คิมกลับหยุดกึก... เขาค่อยๆ หันกลับมามองสิ่งที่อยู่ในมือฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ใบหน้าคมเข้มที่เคยดุดันและมั่นคงเสมอเวลาคุมซ้อมน้องปีหนึ่ง บัดนี้กลับดูซีดเผือดลงอย่างน่าตกใจ เขาไม่ได้คว้าจดหมายคืนทันทีอย่างที่ฉันคิด แต่กลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่แตกสลายได้ทุกเมื่อ "เก็บมันไว้เถอะปัน... แล้วลืมมันไปซะ" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับให้เรียบเฉยตามความเคยชิน "ตอนนี้แสดงก่อน... งานสำคัญที่สุด" "งานสำคัญหรือพี่สำคัญคะ?" ฉันสวนกลับทันควัน มือที่กำซองจดหมายสีขาวนั่นแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ตราประทับของคณะกรรมการวินัยนิสิตที่เป็นรูปตรามหาวิทยาลัยสีแดงชาดนั้นดูเหมือนแผลเป็นที่กำลังกรีดลึกลงในใจฉัน "พี่กำลังมีเรื่องเดือดร้อนใช่ไหม? แล้วทำไมถึงเป็นชื่อปัน... พี่จะลาออก? หรือพี่กำลังจะทำอะไรบางอย่างที่ปันไม่รู้!" "ปัน!" คิมก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาบังแสงไฟจากหลอดไฟนีออนจนเงาของเขาทาบทับลงมาบนตัวฉัน "อย่าเพิ่งถามตอนนี้... ขอร้องละ แสดงให้จบก่อน แล้วพี่จะตอบทุกอย่าง" เขาสบตาฉัน... สายตาที่เคยดุจดังน้ำแข็งในฤดูหนาว บัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง ฉันเห็นความเจ็บปวด ความกังวล และอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย แต่เป็นเรื่องของ 'เรา' "ปัน! คิม! เตรียมตัวเข้าประจำที่ได้แล้ว!" เสียงน้ำหวานตะโกนเรียกมาจากด้านข้างเวทีด้วยความตื่นเต้นจนลืมสังเกตบรรยากาศมาคุระหว่างเรา "คนดูเต็มฮอลล์เลยนะ! พวกแกสองคนเป็นพระนางที่ไม่ใช่นางเอกพระเอก แต่แย่งซีนทุกคนไปหมดแล้ว เตรียมตัวรับเสียงกรี๊ดจนหูแตกได้เลย!" น้ำหวานวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเราด้วยชุดคอสตูมเต็มยศ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นท่าทางของฉันกับคิม "นี่... เป็นไรกันเนี่ย ทำหน้าเหมือนเพิ่งไปดูหนังผีมา? เร็วเข้าสิ! ฮอลล์แทบแตกแล้ว!" ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนสุดปอด กดความสงสัยทั้งหมดลงไปก้นบึ้งของหัวใจ ซ่อนจดหมายฉบับนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อกั๊กหลังเวที แล้วหันไปพยักหน้าให้คิม เขาขยับเสื้อผ้าเล็กน้อย ปรับสีหน้ากลับมาเป็น 'พี่คิมเฮดว้าก' ที่ดูสุขุมและทรงพลังอีกครั้ง แม้ดวงตาของเขาจะยังคงหม่นแสงลงเล็กน้อยก็ตาม "ไปกันเถอะ" เขาพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินนำออกไปสู่ความมืดมิดของหลังเวที เสียงม่านเปิดขึ้นพร้อมกับแสงสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาจนแสบตา ฉันก้าวเท้าออกไปตามจังหวะที่ซ้อมมาเป็นร้อยรอบ ทันทีที่ผู้ชมเห็นพวกเรา เสียงกรีดร้องและเสียงเฮดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคารอเนกประสงค์ราวกับคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก ปันไม่ใช่คนโดดเด่น... ฉันแค่เฟรชชี่ตัวเล็กๆ ในวิศวะที่หลงเข้ามาทำละคร แต่ในชั่วพริบตาที่คิมคว้ามือฉันไปกุมไว้เพื่อเริ่มฉากเต้นรำ ทุกเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นจนกลบเสียงดนตรี "เดี๋ยวนี้เลยเหรอ..." คิมกระซิบข้างหูฉันขณะที่เราหมุนตัวไปตามจังหวะเพลง "กล้าไหม... ที่จะก้าวไปกับพี่ โดยไม่สนว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง?" "ถ้าพี่ไม่ทิ้งปัน ปันก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น" ฉันตอบโต้ท่ามกลางรอยยิ้มที่แสดงออกไปให้คนดูเห็น แม้ในใจจะหน่วงหนักราวกับมีหินมาถ่วง การแสดงดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่านี่ไม่ใช่การแสดงของนิสิต แต่เป็นความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมาจริงๆ ทุกสายตาจ้องมองมาที่คิมและปัน เคมีระหว่างเรามันรุนแรงจนน้ำหวานที่อยู่ข้างเวทียังถึงกับน้ำตาคลอ พลังของความรัก ความเสียสละ และความขัดแย้งที่แฝงอยู่ในตัวละคร มันล้นทะลักออกมาจนผู้ชมหลายคนลุกขึ้นยืนปรบมือตั้งแต่ยังไม่จบองก์สุดท้าย เมื่อถึงฉากจบที่คิมต้องกอดฉันเพื่อลามิตภาพที่ถูกลิขิตให้จบลง... เขากอดฉันแน่นจนฉันรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและไม่เป็นจังหวะ มันคือความตื่นเต้น หรือความกลัวกันแน่? "ขอบคุณนะปัน" เขาพึมพำขณะที่เราโค้งคำนับให้ผู้ชมที่ยืนปรบมือเกรียวกราว พวกเราเดินเข้าหลังเวทีด้วยความเหนื่อยล้า แต่ความสำเร็จกลับทำให้บรรยากาศดูโล่งโปร่งขึ้น เพื่อนๆ ในกลุ่มละครต่างพากันวิ่งเข้ามาแสดงความยินดี แต่คิมกลับไม่ได้สนใจใคร เขาจ้องมองมาที่ฉันเพียงคนเดียว ก่อนจะดึงข้อมือฉันให้เดินแยกออกมาจากกลุ่ม "พี่คิม! ปันจะเปลี่ยนชุด!" ฉันร้องทัก แต่เขาก็ไม่ฟัง เราเดินมาหยุดที่ทางออกหนีไฟที่มืดสนิท คิมปล่อยมือฉันแล้วหันหลังให้ เขาดูเหนื่อยล้า... เหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ "พี่ขอโทษที่ทำแบบนี้" เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปภาพหนึ่งแล้วยื่นให้ฉันดู มันคือภาพตารางคะแนนและบันทึกความประพฤติที่มีชื่อของเขา... และใต้ชื่อนั้น มีบันทึกเหตุการณ์ที่เขา 'แอบช่วย' น้องปีหนึ่งในการเลี่ยงกฎระเบียบที่ไร้เหตุผลของคณะกรรมการวินัย "พี่ถูกสอบสวน... และพี่อาจจะถูกไล่ออกเพราะเรื่องนี้" เขาหันกลับมามองฉัน ใบหน้าเขาไม่มีความเสียดาย มีเพียงความกังวลที่ฉายชัด "แต่จดหมายที่อยู่ในมือปัน... มันไม่ใช่คำสั่งไล่ออก แต่มันคือใบส่งตัวพี่ไปประจำการที่ศูนย์อาสาสมัครชายแดนภาคใต้ พี่ต้องไปในฐานะตัวแทนมหาลัยทันทีที่จบงานนี้... พี่ไม่มีโอกาสได้บอกลาใครเลย นอกจากปัน" โลกของฉันเหมือนหมุนเคว้ง ฉันอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว นี่คือเหตุผลที่เขาทำตัวห่างเหิน? นี่คือสิ่งที่เขาซ่อนไว้หลังหน้ากากเฮดว้ากผู้แข็งกร้าว? ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดๆ ด้านหลังเรา เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว พร้อมกับเสียงปรบมือที่เย็นเยียบและจังหวะที่เชื่องช้า... "แสดงได้ดีมากนี่... คิม... แล้วก็น้องปัน" เสียงของผู้ชายคนนั้นดังก้อง เขาคือ 'อาจารย์ประทีป' ประธานกรรมการวินัยนิสิต ผู้ที่เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของคิมมาโดยตลอด "แต่หวังว่าพวกเธอคงไม่ลืมนะว่า... การแสดงบนเวทีกับชีวิตจริงมันต่างกันแค่ไหน... โดยเฉพาะเรื่องที่คิมพยายามจะ 'โกง' ระบบเพื่อช่วยเด็กคนนี้... เรามีหลักฐานใหม่แล้วนะ ว่าจดหมายนั่นน่ะ... มันเป็นของปลอมที่เธอทำขึ้นเอง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างหนีความผิด!" ฉันมองอาจารย์ประทีปด้วยความตกใจ ก่อนจะหันกลับไปมองคิมที่ยืนนิ่ง... มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่แผนการหนี... แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อขยี้เขาให้จมดินโดยเฉพาะ! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%