ซองเอกสารสีน้ำตาลที่มุมเปิดอ้าเผยให้เห็นกระดาษแผ่นสำคัญ มันนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ทว่ากลับส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ปันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ปอดของเธอตีบตัน หัวใจเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพลจนเจ็บแปลบไปหมด ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริก มองสลับระหว่างใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของคิม กับกระดาษแผ่นนั้นที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต
"นี่มัน... อะไรกัน..."
เสียงของคิมแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง เย็นชา และมองข้ามหยาดน้ำตาของเธอมาตลอดในอดีต บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนใกล้ตาย ริมฝีปากของเขาสั่นระริก มือหนาที่เอื้อมออกไปหมายจะแตะต้องซองเอกสารนั้นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ราวกับกลัวว่าความจริงตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากสัมผัสโดนมันจริงๆ
ปันสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเศษ 1 ซากความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว ร่างบางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ดวงตาที่เคยฉายแววหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว
"มันคือสิ่งที่พี่ไม่จำเป็นต้องรู้... และไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ค่ะ" ปันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง ราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คิมหันขวับกลับมามองหน้าเธอ หยดน้ำตาที่ลูกผู้ชายไม่เคยหลั่งให้ใครเห็น กลับเอ่อคลอหน่วยดวงตาคมกริบคู่นั้น เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่สั่นเทาด้วยความรู้สึกผิดและรอยแผลเป็นในอดีตที่ย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม
"ปัน... นี่ลูก... ลูกของเราใช่ไหม?" คิมเค้นเสียงถาม คำถามนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เขาก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างคนหมดเรี่ยวแรง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ปันปิดบังพี่เรื่องนี้ทำไม ทำไมถึงใจร้ายกับพี่นัก..."
"ใจร้ายเหรอคะ?" ปันแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความขื่นขมที่สะสมมาเนิ่นนาน เธอมองหน้าอดีตสามีผู้ชายคนที่เคยบอกว่าเด็กในท้องคือภาระ และไล่เธอให้ไปพ้นทางชีวิตของเขาในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ "คำนี้มันควรจะเป็นของใครกันแน่คะพี่คิม? คนที่ใจร้าย ผลักไสไล่ส่งภาระและผู้หญิงคนหนึ่งให้ไปเผชิญชะตากรรมตามลำพัง คือใครกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับฝ่ามือที่ตบเข้าที่ใบหน้าของคิมอย่างจัง ชายหนุ่มชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก เขาย้อนนึกถึงภาพตัวเองในอดีต วันที่เขาพูดจาทำร้ายจิตใจเธออย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาเลือกที่จะเดินหนีแทนที่จะรับฟังความจริง บัดนี้ กรรมตามสนองเขารวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าพายุฝน
"พี่ขอโทษ..." คิมพึมพำออกมาได้แค่นั้น เสียงของเขาจมหายไปในลำคอ เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปหมายจะควายชายเสื้อของหญิงสาวไว้ แต่ปันกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่ใยดี
"คำขอโทษของพี่... มันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลกกับน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ปันต้องเสียไปในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาค่ะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ อย่าทำตัวน่าสมเพชแบบนี้เลย มันไม่ได้ทำให้ปันรู้สึกเห็นใจพี่ขึ้นมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว"
แม้ปากจะพูดออกไปอย่างแข็งกรวด แต่ลึกๆ ในอกข้างซ้ายของปันกลับปวดร้าวราน ภาพความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า บรรยากาศภายในห้องซ้อมดนตรีที่เงียบสงบและมืดสลัวในยามเย็น กลับกดดันอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เคล้ากับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งคู่
คิมค่อยๆ พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่คมแดงก่ำ เขารู้ดีว่าเขานั่นเองที่เป็นคนทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง ความเย็นชาในอดีตกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาทุบทำลายหัวใจเขาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดนั้น สายตาของคิมก็เหลือบไปเห็นกีตาร์โปร่งตัวเก่งที่วางพิงอยู่มุมห้อง
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่คิมจะตัดสินใจเดินไปหยิบกีตาร์ตัวนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ
ปันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เธอยืนกอดอกมองการกระทำของเขาด้วยแววตาหวาดระแวงเล็กน้อย "พี่จะทำอะไร?"
คิมไม่ตอบ เขานั่งลงบนเก้าอี้สตูลไม้ตัวเดิม นิ้วเรียวยาววางลงบนสายกีตาร์ ปรับจูนเสียงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวทนา ความเจ็บปวด และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"บทเพลงนี้... พี่เคยแต่งให้ปันฟังในวันที่เรามีความสุขด้วยกัน... และวันนี้ พี่อยากเล่นมันให้ปันฟังอีกครั้ง ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่สำนึกผิดอย่างสุดหัวใจ"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะเริ่มดีดบรรเลงบทเพลงช้าๆ ทำนองเพลงที่คุ้นเคยลอยล่องออกมาจากสายกีตาร์ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกมนต์สะกด ความไพเราะที่เจือด้วยความเศร้าสร้อยและโหยหาค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของปัน
เสียงร้องเพลงทุ้มต่ำและแฝงด้วยความสะอื้นไห้อยู่ในเนื้อเสียงของคิมดังคลอตามเสียงดนตรี
*“ในวันที่ฟ้าไร้ดาว... ในวันที่ฉันทำเธอร่วงหล่น... เพิ่งรู้ว่าความมืดมนมันน่ากลัวแค่ไหน เมื่อไม่มีเธออยู่เคียงข้างกาย...”*
เนื้อเพลงแต่ละท่อนเปรียบเสมือนคำสารภาพบาป คิมไม่ได้มองไปที่อื่น เขาสบตาปันนิ่ง หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบตัวกีตาร์ แต่นิ้วของเขายังคงดีดบรรเลงต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นตันใจออกมาเป็นเสียงเพลง ดนตรีที่ขับกล่อมในห้องซ้อมแคบๆ นี้ไม่ได้มีความโรแมนติกหลงเหลืออยู่เลย แต่มันกลับบีบคั้นหัวใจจนปันต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยดน้ำตาที่พยายามจะเอ่อล้นออกมา
เธอเกลียดเขา... เธอควรจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้สิ! ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงยังใจอ่อนยวบยาบให้กับเสียงเพลงและแววตาสำนึกผิดนั้นเล่า?
ทว่า ในขณะที่ท่วงทำนองเพลงกำลังดำเนินมาถึงท่อนฮุกสุดท้ายที่แสนจะบาดลึกหัวใจ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันภายนอกห้องซ้อม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ปัน! อยู่ข้างในหรือเปล่า แกแย่แล้ว!" เสียงตะโกนของน้ำหวานเพื่อนสนิทดังทะลุประตูเข้ามา น้ำเสียงของเธอนั้นตื่นตระหนกจนผิดปกติ ราวกับเจอเรื่องช็อกโลกบางอย่างที่ทำให้สติหลุดกระเจิง
คิมชะงักมือที่กำลังดีดกีตาร์ เพลงหยุดลงกลางคัน ปันหันไปมองประตูด้วยความตกใจ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคิมที่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่มีคนมาขัดจังหวะ
ปันรีบเดินไปเปิดประตูห้องซ้อมออกทันที ภาพที่เห็นทำให้น้ำลายในคอเหนียวหนืดขึ้นมาทันที น้ำหวานยืนหอบแฮก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือข้างหนึ่งชี้ออกไปที่โถงทางเดินด้านนอก
"เกิดอะไรขึ้น น้ำหวาน ทำไมทำหน้าแบบนั้น?" ปันถามเสียงสั่น
น้ำหวานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของปันและคิมหยุดหมุนลงในเสี้ยววินาที
"ข้างนอก... มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับพี่คิมไม่มีผิดเพี้ยน กำลังร้องไห้ตามหาแม่อยู่ตรงล็อบบี้... แถมเด็กคนนั้น... เรียกชื่อแกด้วย ปัน!"
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 34
บทเพลงแทนใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!