องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 10

วันที่ฝนตกในคณะ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงไซเรนเตือนภัยเพลิงไหม้ดังระรัวก้องไปทั่วตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผสมปนเปกับเสียงฝีเท้าอลหม่านของเหล่านักศึกษาที่ต่างวิ่งกรูลงมาจากชั้นบน ปันก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อแรงกระแทกจากฝูงชนผลักเธอเซเกือบคว่ำ แขนเรียวถูกฉุดกระชากด้วยมือที่อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกดึงให้หลบเข้าไปในพื้นที่ปลอดภัย—ห้องเชียร์ประจำคณะที่บานประตูเหล็กถูกดึงลงมาปิดสนิทเกือบครึ่งบานเพื่อกันแรงลมและละอองฝน เสียงกumปนาทของฟ้าผ่าด้านนอกดังสนั่นตามมาติดๆ พร้อมกับสายฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม ลมพัดกรรโชกกลิ่นไอน้ำฝนและกลิ่นดินปะทะเข้ากับจมูก ภายในห้องเชียร์ที่มืดสลัวมีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่อง ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ "วิ่งตามคนอื่นให้มันทันหน่อยสิครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ ปัน เดินยังไงให้เกือบโดนเหยียบ" คิมสะดุดคำพูดตัวเองเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงดุแบบที่ชอบใช้กับน้องปีหนึ่ง แต่แววตาที่มองลงมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไม่มิด มือหนายังคงกุมข้อมือของเธอไว้โดยลืมปล่อย ปันก้มมองข้อมือตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความอบอุ่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโคมครามแข่งกับเสียงฝนด้านนอก เธอค่อยๆ ดึงมือกลับช้าๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะร้อนผ่าวท่ามกลางความมืดก็ตาม "ปันแค่มองหาไอ้น้ำหวานค่ะ... ยัยนั่นบอกว่าลืมกระเป๋าเงินไว้ที่โต๊ะแล็บตอนได้ยินประกาศฉุกเฉินพอดี" ปันตอบเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา คิมถอนหายใจยาว พลางเสยผมชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เส Lมอยามอยู่ในหน้าที่ ยามนี้กลับดูผ่อนคลายลงอย่างประหลาด เขาหย่อนตัวลงนั่งกับพื้นปูนซีเมนต์เปลือยของห้องเชียร์อย่างไร้ฟอร์ม ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างกายเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต "นั่งลงก่อนเถอะ สภาพแบบนี้คงติดแหง็กอยู่นี่อีกนาน ระบบสัญญาณเตือนภัยน่าจะรวนเพราะพายุเข้า" คิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้ยิน ปันลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งห่างจากเขาพอสมควร ระยะห่างเท่านี้ปลอดภัยสำหรับความรู้สึกของเธอ แต่ไกลเกินกว่าจะซ่อนความหนาวสั่นจากละอองฝนที่สาดเข้ามาทางช่องลมได้ คิมเหลือบมองอาการห่อไหล่ของหญิงสาว เขาสลัดแจ็คเก็ตช็อปสีดำสนิทของตัวเองออกอย่างไร้ความลังเล แล้วนำมาคลุมไหล่บางให้โดยไม่พูดอะไร สัมผัสอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังหลงเหลือไอความร้อนจากร่างกายของเขาทำเอาปันสะดุ้งเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุรุษจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องรีบดึงเสื้อช็อปเข้าหากตัว "ขอบคุณค่ะพี่คิม... แต่พี่จะไม่หนาวเหรอคะ?" "ฉันไม่ใช่คนสำออย" คิมตอบสั้นๆ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีเจตนาเยาะ and ยวน แต่มันกลับทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ "ว่าแต่... เมื่อกี้ตอนวิ่งลงมา สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลยนะ ปันมีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่เรื่องวันนั้นแล้ว... ที่ร้านกาแฟหน้ามอ" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นฉากหลัง ปันเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวเกาะเกี่ยวชายเสื้อช็อปของเขาโดยไม่รู้ตัว ความลับที่เธอแบกรับไว้คนเดียวมาตลอดเริ่มหนักอึ้งเกินกว่าจะเก็บไว้ "ปัน... แค่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่คนอื่นขีดไว้ให้ค่ะพี่คิม" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ดวงตากลมโตมองทอดออกไปสู่ความมืดนอกหน้าต่าง "พ่อกับแม่คาดหวังไว้เยอะมาก ท่านอยากให้ปันจบวิศวะแล้วไปสานต่อกิจการครอบครัว ปันพยายามบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ แต่วันนี้... พอเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ปันกลับคิดว่า ถ้าเกิดปันหายไปจากตรงนี้จริงๆ จะมีใครสักคนสังเกตเห็นไหม นอกจากเกรดเฉลี่ยและใบปริญญา" คิมหันมามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาว เต็มไปด้วยความลึกซึ้งในแววตา เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดีกว่าใครทั้งหมด บาดแผลจากอดีตที่เขาเคยถูกกำหนดชีวิตและความรักจากครอบครัวจนพังไม่เป็นท่า มันสะท้อนอยู่ในแววตาของเด็กผู้หญิงคนนี้ "ฟังฉันนะปัน..." คิมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่เกือบชิดกัน "ชีวิตไม่ใช่กราฟคณิตศาสตร์ที่ต้องมีสูตรตายตัวเพื่อคำนวณหาความชันที่สมบูรณ์แบบ บางครั้ง... การที่เราเดินออกนอกเส้นทางที่คนอื่นตีเส้นไว้ ไม่ได้แปลว่าเราหลงทาง แต่มันแปลว่าเรากำลังสร้างทางเดินที่เป็นของตัวเองต่างหาก" ปันหันกลับมาสบตาคนที่นั่งข้างๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบ1คืบ ดวงตาคมคายคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอในความมืด มันจริงจัง หนหนักแน่น และเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่โอบกอดความรู้สึกหวาดกลัวในใจของเธอให้สงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ "แล้วพี่คิมล่ะคะ..." ปันกระซิบถามเสียงแผ่ว ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะทำลายความเปราะบางของช่วงเวลานี้ "เส้นทางที่พี่กำลังเดินอยู่ตอนนี้... คือสิ่งที่พี่เลือกเองจริงๆ หรือเปล่า?" คิมชะงักไป ดวงตาไหววูบชั่วขณะราวกับถูกจี้ถูกจุดในความลับที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม แต่เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ปันเคยเห็นมา "ฉันในอดีต... เคยคิดว่าตัวเองเลือกได้ดีที่สุดแล้วปัน" คิมทอดสายออกไปไกล "จนกระทั่งวันที่ฉันสูญเสียบางอย่างไป เพราะความเย่อหยิ่งและความดื้อรั้นของตัวเอง... ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันถึงรู้ว่า การมีชีวิตอยู่เพื่อความถูกต้อง มันเจ็บปวดกว่าการทำตามหัวใจตัวเองเสียอีก" มือหนายื่นออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่กลุ่มผมลอนของปันแล้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นให้ออกจากหน้าผากอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจของปันแทบหยุดเต้น ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นในห้องเชียร์ที่มืดมิดและมีเสียงฝนกลบเกลื่อนทุกสิ่ง ทำให้โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงแค่คนสองคน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนผ่านจากความเศร้าสร้อยไปสู่ความวาบหวามที่ไม่อาจปฏิเสธ ปันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้กันจนรับรู้ถึงกันและกัน คิมโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด ระยะห่างลดลงจนหัวใจของเธอกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูกระแทกอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของน้ำหวานก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ใยดี "ไอ้ปัน! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูเร็ว เข้าไปทำอะไรในห้องเชียร์มืดๆ คนเดียววะ!" คิมชะงัก ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเสียดายระคนขบขัน เขากดหัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูเหล็กออกครึ่งหนึ่ง ปันรีบยกมือขึ้นแตบแก้มที่ร้อนผ่าwของตัวเอง พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ แต่ทว่า... เมื่อประตูเหล็กถูกเลื่อนเปิดกว้างขึ้น ร่างของคนที่ยืนหอบแฮกอยู่ด้านนอกไม่ใช่น้ำหวานอย่างที่คาดคิด แต่เป็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดฝันว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลและท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำเช่นนี้ ผู้ชายในชุดสูทสีเข้มเปียกโชก ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากคิมราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตากลับเย็นชาและดุดันกว่าหลายเท่า จ้องมองมาที่คิมและปันสลับกันด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น "ไง... ไอ้น้องชาย ไม่คิดเลยว่าจะมาแอบสวีทกับเด็กฝึกงานอยู่ในที่ลับตาคนแบบนี้ สนุกมากไหมที่ได้ขโมยของๆ ฉัน?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชานมไข่มุกหวานร้อย" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%