องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 11

เพื่อนต่างคณะ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าการมองหน้ากันตรงๆ มันทำให้นายหายใจไม่ออกขนาดนั้น ก็ช่วยหัดหันไปมองทางอื่นบ้างนะ พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมาเห็นฉากจำลองการหักหลังในที่สาธารณะ" คำพูดเย็นเยียบของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงเสาอาคารฝั่งตรงข้ามทำเอาบรรยากาศรอบตัวปันเหมือนถูกแช่แข็ง เขาสวมเสื้อช็อปสีเข้มตัวเดิมที่ดูราวกับเป็นเกราะป้องกันความรู้สึกของเจ้าตัว แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ปันเคยเห็นเพียงความเข้มงวดในฐานะเฮดว้าก กลับกำลังวาวโรจน์ไปด้วยความขุ่นเคืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย คิมไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่แรงกดดันจากรัศมีของเขากลับทำให้ปันขยับตัวลำบาก พี่ชายคนนั้น... คนที่เพิ่งเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน ยังคงทิ้งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเอาไว้ในอากาศราวกับจงใจสร้างร่องรอยให้คิมต้องเจ็บช้ำ "พี่คิม... คือผม..." ปันพยายามเปล่งเสียง แต่ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ก่อกลับจุกอยู่ที่ลำคอ คิมไม่รอฟัง เขาหันหลังกลับแล้วก้าวฉับๆ หายไปในความมืดของทางเดินหลังตึก ทิ้งให้ปันยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นกับคำถามที่ไม่มีคำตอบ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่กิจกรรมรับน้องเพิ่งจบลง --- "แกจะบอกว่า พี่คิมน่ะเหรอที่แอบพาแกไปหลบในมุมอับของตึกคณะ แล้วยังเจอไอ้พี่ชายตัวดีของเขามาขัดจังหวะอีก?" น้ำหวานวางแก้วชานมไข่มุกกระแทกกับโต๊ะหินอ่อนในโรงอาหารคณะวิศวะ เสียงนั้นเรียกสายตาจากคนรอบข้างให้หันมามอง แต่หญิงสาวกลับไม่สน เธอโน้มตัวเข้ามาหาปันด้วยสีหน้าตื่นตะลึงยิ่งกว่าละครหลังข่าว "เบาๆ สิหวาน" ปันรีบดึงแขนเพื่อนสนิท "ฉันไม่ได้จะเล่าให้คนทั้งมหาวิทยาลัยฟังนะ" "ก็มันอดไม่ได้นี่นา! นี่มันเรื่องใหญ่ระดับชาติเลยนะปัน พี่คิม เฮดว้ากหน้าดุคนนั้นน่ะนะ? คนที่ใครต่อใครก็บอกว่าหัวใจติดล็อกรหัสสิบชั้นเนี่ยนะ?" น้ำหวานจ้องหน้าเพื่อนสาวราวกับจะค้นหาความจริง "ไหนลองเล่ามาซิ ว่าทำไมเขาถึงยอมเปิดช่องว่างให้แกเข้าไปเดินเล่นในพื้นที่ส่วนตัวได้" ปันหลุบตาลงมองเงาสะท้อนในแก้วน้ำ เสียงหัวใจเต้นจังหวะแปลกๆ เริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อนึกถึงวินาทีที่คิมมองเธอ "เขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่ทุกคนคิดหรอกนะ..." ปันเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "วันนั้น... ฉันเกือบจะร้องไห้เพราะโดนกดดันเรื่องโปรเจกต์ที่บ้านจนแทบไปไม่เป็น แล้วเขาก็เดินเข้ามา ไม่ได้ดุ ไม่ได้ตะคอก แต่เขาแค่ยื่นกระดาษทิชชู่ให้ แล้วบอกว่า *'ถ้าแบกโลกไว้คนเดียวไม่ไหว ก็วางมันลงบ้าง มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนให้เราเป็นยอดมนุษย์ แต่สอนให้เราเป็นคนที่มีเพื่อนร่วมทาง'* " น้ำหวานทำหน้าเบ้ "โอ้โห... อมยิ้มจนแก้มจะปริแล้วนะแม่คุณ นี่มันประโยคทองคำชัดๆ" "ฉันไม่ได้อมยิ้มนะ" ปันแย้ง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "ตอนที่เขาพูด แววตาของเขาไม่ได้ดูดุเลย มันดู... เหนื่อยๆ เหมือนเขากำลังแบกความคาดหวังอะไรบางอย่างไว้เหมือนกัน พออยู่กับเขา ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องแกล้งเป็นคนเข้มแข็งตลอดเวลา ฉันสามารถเป็นแค่ปัน ที่งอแงได้ ที่อ่อนแอเป็น... และเขาก็ยอมรับมัน" น้ำหวานถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบชานมขึ้นมาดูดจนหมดแก้ว "แกกำลังตกหลุมพรางของคนที่ภายนอกแข็งกระด้างแต่ข้างในอ่อนไหวชัดๆ ปัน เอางี้... แกคิดว่าพี่เขาคิดยังไงกับแกในมุมกลับกันบ้าง?" "ฉันไม่รู้..." ปันตอบอย่างซื่อสัตย์ "บางทีฉันก็คิดว่าเขาแค่สงสารเด็กเฟรชชี่ที่ดูท่าจะไปไม่รอดอย่างฉัน แต่บางที... สายตาที่เขามองเวลาที่เขานิ่งไป เขาเหมือนกำลังมองทะลุเข้ามาในใจฉันเลยนะหวาน เหมือนเขากำลังหาคนที่เข้าใจความเงียบของเขาจริงๆ" บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเงาของใครบางคนทาบทับลงมาบนโต๊ะ ปันเงยหน้าขึ้นหวังว่าจะเจอคนรู้จักที่เดินผ่านไปมา แต่ทว่ากลับเป็นใบหน้าคุ้นเคยที่เธอเห็นในฝันบ่อยครั้ง คิมยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ถูก เขามองปันด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะตีความได้ ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่น้ำหวานที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ "คุยเรื่องผมสนุกพอหรือยังครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบสนิทของโรงอาหาร ปันหน้าซีดเผือด รีบลุกขึ้นยืนด้วยความลนลาน "พี่คิม... คือ..." "เย็นนี้..." คิมพูดแทรกขึ้นมา ราวกับไม่สนใจคำแก้ตัวของเธอ "อย่าเพิ่งรีบกลับ ถ้าไม่อยากให้เรื่องที่คุยกันเมื่อกี้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่น่าอายกว่าเดิม ก็เดินตามผมมาที่ห้องสมุดใต้ดิน" คิมไม่รอให้ปันตอบรับ เขาหันหลังเดินนำออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงคำถามที่ทำเอาปันและน้ำหวานมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ขณะที่ปันกำลังจะก้าวเท้าตามไป เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้งโดยไม่หันมามอง "และปัน... เลิกมองผมว่าเป็นเฮดว้ากได้แล้ว เพราะตอนนี้... ผมไม่ใช่คนแบบนั้นกับคุณ" ร่างสูงลับสายตาไปแล้ว แต่หัวใจของปันกลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความลับที่เธอเพิ่งพูดกับเพื่อนไปถูกเจ้าตัวมาได้ยินเข้าเต็มๆ แถมยังทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอสั่นคลอนไปหมด เธอควรจะเดินตามไปเพื่อไขความกระจ่าง หรือควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดก่อนที่จะถลำลึกจนไม่เหลือทางถอยกลับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไม่แพ้กันค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%