“ถ้าคิดว่าการเงียบคือคำตอบที่ฉลาดที่สุด ฉันแนะนำให้เธอกลับไปทบทวนวิชาตรรกศาสตร์ปีหนึ่งใหม่นะ ปัน”
คิมไม่ได้ตะคอก แต่สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่กรีดผ่านความเงียบในห้องสมุดรวมกลับทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกน เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ไขว้ห้างอย่างผ่อนคลาย ต่างจากฉันที่นั่งหลังแข็งทื่อราวกับกำลังถูกเชือดบนเขียง โดยมีสมุดโน้ตวิชาพื้นฐานวิศวกรรมกางอยู่ตรงกลาง
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ไม่ใช่แค่จากคำพูดของเขา แต่จากสถานการณ์ประหลาดที่ทำให้เราต้องมานั่งจ้องตากันในวิชาเลือกเสรีที่คนลงเรียนน้อยจนต้องจับกลุ่มทำงานโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกัน
“ฉันไม่ได้อยากหนี” ฉันโต้กลับ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น “แค่กำลังคิดว่า... การร่วมงานกับรุ่นพี่เฮดว้ากที่ชอบใช้จิตวิทยาปั่นหัวคนอื่น มันคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพจิตเท่าไหร่”
คิมเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาคมกริบนั้นวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “สุขภาพจิตเหรอ? งั้นก็ดี เพราะโปรเจกต์นี้ต้องใช้คนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน... ซึ่งฉันคิดว่าเธอมีนะ แม้บางครั้งจะชอบทำตัวเป็นนกกระจอกเทศเอาหน้ามุดทรายก็ตาม”
“พี่คิม!”
“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว” เขาเปลี่ยนท่าทาง หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาเคาะบนโต๊ะเบาๆ จังหวะของมันช่างน่าหงุดหงิดพอๆ กับจังหวะหัวใจของฉัน “สรุปโครงร่างโปรเจกต์ออกแบบโครงสร้างอาคารประหยัดพลังงานนี่ เธอเสนอว่าไง? อย่าบอกนะว่าเธอก็จะใช้แค่ไอเดียพื้นๆ ตามตำราเหมือนนักศึกษาทั่วไปน่ะ”
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสมาธิกลับมาที่งาน แม้จะรู้ดีว่าความพยายามที่จะทำตัวให้เป็นปกติในขณะที่คนตรงหน้าแผ่รังสีคุกคามอยู่ตลอดเวลานั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน ฉันหยิบสมุดขึ้นมา วางผังที่ร่างไว้ลวกๆ ลงบนโต๊ะ
“ถ้าอาคารเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ทำไมเราไม่ลองมองให้ลึกกว่าแค่การติดแผงโซลาร์เซลล์ล่ะคะ?” ฉันชี้ไปที่แปลนรูปทรงเรขาคณิตที่ดูผิดปกติ “พื้นที่ตรงกลางตรงนี้ ถ้าเราออกแบบให้เป็นช่องลมแบบ Wind Tunnel ที่ดึงอากาศเย็นจากสวนแนวตั้งขึ้นไปข้างบน มันจะลดความร้อนโดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าเลย... พี่ว่ามันดูประหลาดไปไหม?”
คิมโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น จนฉันได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ของห้องสมุด เขามองแปลนของฉันด้วยความตั้งใจ จนฉันเผลอหายใจติดขัด
“ไม่ประหลาด” เขาพูดเสียงเบา “แต่มันดื้อรั้น... เหมือนคนคิดเลย”
“คะ?”
“งานนี้น่ะ” เขารีบแก้ตัว ก่อนจะจดอะไรบางอย่างลงไปในสมุดของฉัน “มันมีความกล้าที่จะแหกกฎพื้นฐาน ถ้าเราคำนวณ Load รับน้ำหนักของโครงสร้างตรงจุดเชื่อมต่อนี้ได้แม่นยำ มันจะกลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของคลาสเลยล่ะ ปัน”
เราจมดิ่งลงไปกับการถกเถียงเรื่องฟิสิกส์และการออกแบบอยู่เกือบชั่วโมง บรรยากาศรอบข้างที่เคยบีบคั้นเริ่มผ่อนคลายลง ความอคติในใจของฉันที่มีต่อ ‘เฮดว้ากจอมโหด’ เริ่มร้าวรานและมีภาพลักษณ์ใหม่เข้ามาแทนที่—คิมในมุมของนักคิดที่หมกมุ่นและจริงจัง
“ทำไมต้องเป็นฉันคะ?” ฉันถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบขณะกำลังพักสายตา “ตอนจับกลุ่ม พี่มีสิทธิ์เลือกคนในกลุ่มเองได้ ทำไมต้องเป็นฉันที่เพื่อนๆ บอกว่ามีปัญหากับพี่บ่อยที่สุด?”
มือที่กำลังเขียนของคิมหยุดชะงัก เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตา แต่สันกรามที่ขบแน่นเผยให้เห็นความอึดอัดที่เขากำลังปิดซ่อนอยู่
“เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยพยายาม ‘ประจบ’ ฉันด้วยคำพูดสวยหรู” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ลึกซึ้ง “ในวันที่ทุกคนมองเห็นแค่ตำแหน่งเฮดว้าก เธอเป็นคนเดียวที่มองเห็นว่าฉันก็แค่คนๆ หนึ่งที่พยายามแบกรับความคาดหวังของคณะ... เหมือนกับที่เธอกำลังพยายามแบกความคาดหวังของครอบครัวอยู่ไง”
หัวใจของฉันเต้นกระตุกเหมือนถูกไฟฟ้าสถิต คำพูดนั้นจี้เข้าที่จุดอ่อนที่สุดของฉันอย่างแม่นยำ เขาเห็นมันจริงๆ สินะ... ความอ่อนแอที่ฉันซ่อนไว้หลังรอยยิ้มและท่าทีที่เป็นมิตรกับทุกคน
ก่อนที่ฉันจะได้เปิดปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังใกล้เข้ามาที่โต๊ะของเรา คิมเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที—มันไม่ใช่แววตาที่ผ่อนคลายเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือความระแวดระวัง
“พี่คิมครับ! ผมมาตามที่พี่บอก... แล้วนี่...”
น้ำเสียงนั้นคุ้นหูจนฉันต้องหันไปมอง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก—ผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘พี่วิน’ อดีตรุ่นพี่ที่เคยเป็นประเด็นร้อนแรงในคณะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จบลงไม่สวยกับคิมเมื่อเทอมก่อน และในมือของเขาคือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูสำคัญมาก
คิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ด้านหลัง แววตาเย็นชาจนน่าขนลุก “ฉันไม่ได้นัดนายไว้ วิน”
วินกระตุกยิ้มที่มุมปาก เบนสายตามาทางฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะกลางระหว่างเราสองคน “พอดีผมเจอเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่เธอทำอยู่... ปันใช่ไหม? คงดีกว่าถ้าเธอได้รู้ว่าทำไม ‘ที่พักใจ’ ที่เธอเลือกนั่งอยู่ตรงนี้ ถึงมีรอยร้าวตั้งแต่วันแรกที่มันถูกสร้างขึ้น”
คิมคว้าข้อมือฉันไว้แน่นในวินาทีที่วินกำลังจะเปิดแฟ้มเล่มนั้น ความร้อนจากมือของเขาแทรกซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของฉัน แต่คำพูดของวินกลับทำให้ใจฉันสั่นระรัวราวกับแผ่นดินไหว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเติบโตไปกับปันและคิมนะครับ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 4
งานกลุ่มที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!