แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มในมือของวินถูกดึงกลับไปพร้อมกับเสียงกระแทกเบาๆ บนโต๊ะไม้สนฝุ่นเกาะของห้องสโมสรนักศึกษา กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นกาแฟกระป๋องที่ค้างคืนปะปนอยู่ในอากาศอับทึบ คิมยังคงรั้งข้อมือฉันไว้—ไม่ใช่เพราะอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างที่ชอบแสดงออกเวลาคุมน้องเชียร์ แต่เป็นแรงบีบที่มั่นคงและเงียบงันจนฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นกระหน่ำแข่งกับเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ
"เรื่องงบประมาณสันทนาการ... เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง วิน นายไปดูเรื่องรถบัสรับส่งน้องวันที่ไปค่ายอาสาเถอะ"
เสียงของคิมราบเรียบแต่น่าเกรงขาม วินไหวไหล่เล็กน้อย ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นโลหะเหลือบมองฉันสลับกับคิมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะยอมเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคนอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้... มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบเดิม
ฉันค่อยๆ ดึงข้อมือตัวเองกลับอย่างนุ่มนวล คิมไม่ได้ยื้อไว้ เขาปล่อยมือแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดงฝั่งตรงข้าม นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจเอกสารตรงหน้าก่อนจะเงยขึ้นมาสบตาฉันตรงๆ
"ไหวไหม?"
คำถามสั้นๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป น้ำเสียงนั้นไม่มีคราบความดุของเฮดว้ากหลงเหลืออยู่เลย มันมีความอ่อนโยนเจือจางซ่อนอยู่ใต้ความเหนื่อยล้าของคนอดนอน
"ถ้าหมายถึงเรื่องงบ... ก็พอไหวค่ะ แต่ถ้าหมายถึงสมองตอนนี้... น่าจะใกล้ระเบิดแล้วล่ะค่ะพี่คิม" ฉันพยายามกลั้วหัวเราะเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด พร้อมกับหยิบปากกาไฮไลต์ขึ้นมาหมุนเล่นในมือแก้เก้อ
คิมมุมปากกระตุกขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูยาก "ดื้อเงียบเหมือนกันนะเรา... วันหลังถ้ามีใครจะเปิดดูแฟ้มข้อมูลส่วนกลางแบบนั้นอีก ให้บอกปัดไปเลย ไม่ใช่ยืนอึ้งให้เขาถือวิสาสะค้นดูตามใจชอบ"
"พี่วินเขาแค่อยرากช่วยหารือ..."
"ช่วยหรือสอดรู้?" คิมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย "จำไว้ว่าเอกสารบัญชีค่าย เป็นเรื่องภายในของคณะทำงานหลัก คนนอกต่อให้สนิทกันแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย... โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขทุนสำรอง"
ฉันชะงักไปนิด ประโยคหลังของเขาเหมือนมีนัยยะบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ก่อนจะได้ถามอะไร เสียงข้อความไลน์ในโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่ก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
*น้ำหวาน: แกกกก อยู่ไหนเนี่ย! อาจารย์ป้าฝากเอกสารใบเช็คชื่อกิจกรรมมาให้เคลียร์ ด่วนจี๋! เลิกคลาสแล้วมาหาฉันที่โรงอาหารคณะด่วน ไม่งั้นฉันตายแน่!*
ฉันถอนหายใจยาวพรืด เงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวเลยเลขสิบสองไปไกลโขแล้ว นี่เลยเวลานัดกินข้าวเที่ยงกับยัยน้ำหวานมาเกือบครึ่งชั่วโมง
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" คิมเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้ากลุ้มใจของฉัน
"คือ... เพื่อนตามตัวให้ไปช่วยเคลียร์เอกสารเช็คชื่อน่ะค่ะ สงสัยเย็นนี้คงไม่ได้อยู่ช่วยพี่จัดบอร์ดต่อแล้วมั้งคะ ต้องขอโทษด้วยนะ..." ฉันพูดเสียงอ่อย รู้สึกผิดลึกๆ เพราะรับปากเขาไว้แล้วว่าจะอยู่เคลียร์บอร์ดนิทรรศการค่ายให้เสร็จภายในวันนี้
คิมนิ่งไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผาก ท่าทางนั้นดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เอกสารบอร์ด... เดี๋ยวฉันจัดการช่วงดึกเอง เธอไปเคลียร์ธุระของเพื่อนให้เสร็จเถอะ ช่วงนี้ปีหนึ่งเรียนหนัก ฉันเข้าใจ"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ ยืนยันตามนี้" คิมตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่แววตากลับพราวระยับ "อีกอย่าง... เย็นนี้ถ้าเคลียร์เสร็จไว ลองแวะร้านนมสดหน้ามอสิ ฉันเห็นเธอบ่นว่าอยากกินปังเย็นชาไทยมาสามวันแล้วไม่ใช่หรือไง?"
ฉันอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ สมองประมวลผลไม่ทันว่าเขาจำเรื่องที่ฉันบ่นลอยๆ ให้ฟังเมื่อสองวันก่อนตอนเดินตรวจงานได้ยังไง
"อ๊ะ... เอえ... ค่ะ!" ฉันตอบรับตะกุกตะกัก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเก็บกระเป๋าแล้วก้มหัวลา "งั้นปันขอตัวก่อนนะคะพี่คิม!"
ร่างสูงพยักหน้ารับเบาๆ สายตาของเขายังคงมองตามจนฉันเดินพ้นประตูกลDของสโมสรนักศึกษา
บรรยากาศยามเย็นของมหาวิทยาลัยคราคร่ำไปด้วยนักศึกษาที่เดินขบวนกันไปมาเพื่อทำกิจกรรมชมรมและเตรียมตัวสำหรับงานเฟรชชี่นйт ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม แต่ความวุ่นวายรอบตัวกลับไม่ได้ทำให้ฉันสนใจเท่ากับจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองในตอนนี้ มันเต้นแปลกๆ... เร็วเกินกว่าปกติ และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
"ยัยปัน! ทางนี้ๆๆ!"
เสียงตะโกนแหลมสูงของน้ำหวานดังลั่นโรงอาหารคณะมนุษยศาสตร์ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะยาวริมสุด กองกระดาษใบเช็คชื่อกองโตวางอยู่ตรงหน้า หล่อนทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
"แกหายหัวไปไหนมาเนี่ย รู้ไหมฉันเกือบตายคาเอกสารพวกนี้แล้ว!" น้ำหวานโวยวายทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้าม
"โทษทีๆ พอดีติดเคลียร์งานกับพี่คิมที่สโมสรนิศิตน่ะสิ" ฉันตอบเสียงอ่อย พร้อมกับดึงแฟ้มเอกสารตรงหน้ามาเปิดดูเพื่อแบ่งเบาภาระ
น้ำหวานหรี่ตามองฉันทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเพื่อนสนิท "อ๊ะๆๆๆ 'พี่คิม' เหรอจ๊ะ? เดี๋ยวนี้เรียกชื่อเฉยๆ ไม่ค่อยมีคำว่า 'เฮดว้ากสุดโหด' เหมือนอาทิตย์แรกแล้วนี่นา มีซัมติิงอะไรรึเปล่าเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้เลยนะยัยปัน!"
"บ้าเหรอ!" ฉันรีบปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบจนต้องยกมือขึ้นพัดลม "ก็แค่ทำงานร่วมกันบ่อยขึ้น ก็เลย... สนิทกันขึ้นมานิดหน่อยตามประสาคนทำงานร่วมกันน่า"
"สนิทกันนิดหน่อย... แต่หน้าแดงจนจะลามไปถึงใบหูเนี่ยนะ?" น้ำหวานหรี่ตามองอย่างจับผิด ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียงเบา "เตือนไว้ก่อนนะแก คิมน่ะ... มีประวัติเรื่องความรักในอดีตที่ค่อนข้างเฮิร์ทหนักมาก เห็นนิ่งๆ แบบนั้น ใครเข้าใกล้เขาลึกซึ้งมักจะเจอกำแพงน้ำแข็งใส่ตลอด แกเองก็ระวังใจตัวเองไว้หน่อยก็ดี อย่าเผลอเอาความใส่ใจของเขามาคิดไปไกลล่ะ"
คำพูดของน้ำหวานเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าหน้า ความอบอุ่นที่ได้รับจากเหตุการณ์เมื่อกลางวันค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความสงสัยและความรู้สึกแปลບประหลาดในอก คิมมีอดีตอะไรอย่างนั้นเหรอ? บาดแผลที่ว่ามันคืออะไรกันแน่?
เราสองคนช่วยกันเคลียร์เอกสารจนเวลาล่วงเลยไปจนเกือบหนึ่งทุ่ม ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางเดินส่องสว่างสะท้อนกับพื้นถนนเปียกชื้นเพราะฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อช่วงหัวค่ำ
หลังจากแยกย้ายกับน้ำหวานหน้าคณะ ฉันเดินทอดน่องคนเดียวมุ่งหน้าไปยังหอพัก ทว่าระหว่างทางเดินผ่านร้านนมสดชื่อดังหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นร้านประจำที่นักศึกษามักจะมานั่งติวหนังสือและคุยเล่นกัน กลิ่นหอมหวานของขนมปังปิ้งเนยนมลอยมาเตะจมูก
ขาของฉันหยุดชะงักโดยอัตโนมัติเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นเคยในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกกำลังนั่งอยู่โต๊ะมุมในสุดของร้าน ตรงหน้าเขามีแก้วปังเย็นชาไทยละลายเยิ้มวางอยู่หนึ่งแก้ว... และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ฝั่งตรงข้ามของเขามีร่างเพรียวบางของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งกอดอกพูดคุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เธอไม่ใช่ใครอื่น... ดาวคณะบริหารธุรกิจแฟนเก่าของวิน และเป็นคนที่เคยมีข่าวลือหนาหูว่าเคยสนิทสนมกับคิมมาก่อนเมื่อปีที่แล้ว
ฉันยืนแข็งทื่ออยู่หน้าร้าน ลมหนาวยามค่ำคืนพัดผ่านจนขนลุกเกรียว หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อจังหวะนั้นเอง คิมหันมาสบตาฉันผ่านกระจกใสพพอดี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ตรงนั้น เขาผุดลุกขึ้นยืนทันทีราวกับต้องการจะอธิบายอะไรบางอย่าง!
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 5
ระยะห่างที่ลดลง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!