องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 6

กลิ่นอายกิจกรรมรับน้อง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กระจกใสของร้านกาแฟกั้นระหว่างโลกสองใบ—โลกของความจริงที่เต็มไปด้วยความอึดอัด และโลกจำลองในกรอบสี่เหลี่ยมที่คิมกำลังยืนขึ้นเต็มความสูง ปลายนิ้วของฉันจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากลมหนาวต้นฤดูไม่ได้ทำให้สะท้านเท่ากับประกายตาไหววูบในร่างสูงตรงนั้น เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้กระจกราวกับจะทะลุผ่านมันออกมาให้ได้ ฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนกระจกใสในเสี้ยววินาทีที่สายตาเราประสานกันอย่างไร้ช่องว่าง ริมฝีปากของเขาขยับคล้ายจะเอ่ยคำพูดบางอย่างที่ถูกกลืนหายไปกับเสียงอึกทึกครึกโครมของลานเกียร์ด้านหลัง "ปัน!" เสียงเรียกหอบแฮกดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ น้ำหวานโผล่มาจากไหนไม่รู้ หล่อนหอบจนตัวโยน แววตาตื่นตระหนกขณะดึงแขนฉันให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายของลานกิจกรรม "แกมายืนทำอะไรตรงนี้วะ! เฮดว้ากประกาศตามหาตัวให้วุ่น บอกว่ากลุ่มเรายังขาดคนทำป้ายเชียร์รอบค่ำ รีบไปเหอะ ก่อนที่พี่ตึกคณะจะเดินมาตรวจ!" ฉันสะดุ้งสุดตัว หลุดออกจากภวังค์ราวกับคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย รีบเบนสายตากลับมาหาน้ำหวานแล้วพยักหน้ารัวๆ "อ... อืม ไปสิ" ก่อนจะก้าวเท้าหนี ฉันเผลอเหลือบกลับไปมองหลังกระจกอีกครั้ง... ทว่าที่ตรงนั้นว่างเปล่า คิมหายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและเงาสะท้อนของตัวฉันเองที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีส้มสลัว สนามหญ้าหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในยามค่ำคืนถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานประลองยุทธ์ขนาดย่อม แสงไฟนีออนดวงใหญ่สาดส่องลงมาทาบทับกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่นั่งรวมกลุ่มกันเป็นวงกลม เสียงกลองทัดและเสียงนับจังหวะดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วตึกเรียนรวม กลิ่นอายของความเหนื่อยล้า หยาดเหงื่อ และฝุ่นละอองจากดินปนเปื้อนไปกับสายลมเย็นยามค่ำคืน มันคือบรรยากาศดิบๆ ห้าวหาญ และเต็มไปด้วยพลังวัยรุ่นที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะอินกับมันได้มาก่อน "เอาล่ะครับ! ปีหนึ่งทุกคนเงียบ!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังผ่ากลางความโกลาหล ลานกิจกรรมทั้งลานพลันเงียบกริบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง คิมก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นไม้หน้ากองเชียร์ ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งที่ผ่านการทำกิจกรรมมาอย่างโชกโชน ดวงตาคมกริบกวาดมองน้องๆ ทุกคนด้วยความดุดัน ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความคาดหวัง ฉันนั่งขัดสมาธิอยู่แถวกลาง กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวขณะที่สายตาดุคู่นั้นกวาดผ่านมารอบบริเวณ ก่อนจะหยุดชะงักลงที่ร่างของฉันเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่สั้นเสียจนฉันคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่หัวใจกลับกระตุกวูบอย่างแรงจนต้องรีบก้มหน้ามองพื้นสนามหญ้า *เขาจำเราได้... หรือเขาโกรธที่เห็นเราหนีออกมาจากร้านกาแฟตอนนั้นกันแน่?* "จำไว้นะครับว่าที่พวกคุณมานั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะโดนบังคับ แต่เพราะพวกคุณคือเลือดสีเดียวกัน!" คิมเริ่มพูด น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตะคอกเหมือนช่วงบ่าย แต่มันทรงพลังและลึกล้ำจนทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง "ผมรู้ว่ามันเหนื่อย ผมรู้ว่าพวกคุณหลายคนอยากกลับไปนอนดูซีรีส์อยู่ในห้องแอร์ แต่ถ้าพวกคุณก้าวผ่านจุดนี้ไปไม่ได้... วันข้างหน้าเมื่อเจออุปสรรคที่ใหญ่กว่านี้ พวกคุณก็จะเลือกแค่ 'วิ่งหนี' เหมือนกันหมด" ประโยคนั้น... เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงเข้ามาตรงกลางใจอย่างจัง ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่ตั้งใจ คิมกำลังมองมาที่ฉันพอดี แววตานิ่งสนิทคู่นั้นไม่ได้ดุดัน แต่มันเหมือนกำลังตั้งคำถามและท้าทายลึกๆ ในคราวเดียวกัน "เฮ้ย ปัน หน้าแกซีดๆ ว่ะ ไหวป่ะเนี่ย" น้ำหวานที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ กระซิถามพลางใช้ศอกสะกิดเบาๆ "ไหว... แค่ลมมันเย็นน่ะ" ฉันฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ กิจกรรมช่วงค่ำดำเนินต่อไปด้วยเกมสันทนาการและการร้องเพลงเชียร์รุ่น เสียงหัวoเราะ เสียงตะโกน และแรงผลักดันจากเพื่อนรอบข้างค่อยๆ หลอมละลายกำแพงความอึดอัดในใจฉันทีละน้อย จากเดิมที่เคยนั่งกอดอกทำตัวลีบเล็กอยู่ที่มุมห้อง ปันคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายและเกลียดการตกเป็นเป้าสายตา กลับพบว่าตัวเองเริ่มเอปากร้องเพลงเชียร์ตามจังหวะกลอง มือข้างหนึ่งตบลงบนบ่าของเพื่อนต่างกลุ่มที่นั่งข้างๆ เพื่อส่งพลังให้กันและกัน รอยยิ้มแรกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉันโดยไม่รู้ตัว เมื่อน้ำหวานแกล้งทำท่าเต้นหลุดโลกจนคนทั้งวงหัวเราะลั่น ความรู้สึกของการ 'เป็นส่วนหนึ่ง' ของกลุ่มก้อนบางอย่าง มันอบอุ่นและแปลกใหม่เสียจนความกังวลเรื่องเกรดหรือความคาดหวังของพ่อแม่ที่บ้านถูกผลักไปไว้ที่มุมมืดชั่วคราว "เอาล่ะครับ ช่วงสุดท้ายของคืนนี้ พี่มีกิจกรรมพิเศษ" เสียงของรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งประกาศขึ้นผ่านไมโครโฟน "เราจะให้พี่เลี้ยงประจำกลุ่ม เดินไปตรวจ 'สมุดบันทึกความรู้สึก' ของน้องๆ ทุกคน ใครที่ยังไม่ได้เขียนความคาดหวังในการเข้าคณะนี้ ให้เวลาสิบนาทีสุดท้ายเคลียร์ให้เสร็จ!" บรรยากาศรอบตัวฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาเขียนข้อความในสมุดเล่มเล็กแจกฟรีของคณะ ฉันรีบหยิบปากกาขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษสีน้ำตาล ตั้งใจจะเขียนตามน้ำไปส่งๆ เพื่อให้จบภารกิจ *ความคาดหวังของฉันคือการเรียนจบไปเปิดบริษัท...* "เขียนแค่นั้น... มันสะท้อนตัวตนของวิศวกรได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำมั้ง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูอย่างกะทันหัน พร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความหนาวเย็นของอากาศยามค่ำคืนที่ลอยมาแตะจมูก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวเงาบังแสงไฟจนมิด ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปมอง— คิมยืนค้ำโต๊ะพับตรงหน้า สายตาดุคมกริบก้มลงมองสมุดในมือฉัน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก ขณะที่ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นลงมาแตะที่มุมกระดาษสมุดของฉันเอาไว้ ปลายนิ้วของเขาเฉียดโดนหลังมือฉันนิดเดียว แต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างดื้อๆ "พี่คิม..." ฉันครางชื่อเขาได้แค่นั้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่นั้นที่อยู่ใกล้แค่คืบ "หลบหน้าฉันทำไมตอนอยู่ที่ร้านกาแฟ... หือ? น้องปัน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับปันและคิมในตอนนี้นะครับ รักเสมอ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%