"พี่คิมคะ... เราถอยห่างกันสักนิดดีไหมคะ?"
น้ำเสียงของปันสั่นเครือเล็กน้อย แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้คนตรงหน้าชะงักฝีเท้าลงกลางโถงทางเดินคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เงียบเหงาหลังเลิกคลาสเย็น คิมหันกลับมามองใบหน้าที่เคยสดใส ทว่าวันนี้กลับเหลือเพียงความหม่นหมองที่ปันพยายามซ่อนไว้ภายใต้ดวงตาคู่สวย
คิมขมวดคิ้ว มือหนาที่ถือแฟ้มงานอยู่ข้างตัวกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะปัน? พี่ทำอะไรให้เราไม่สบายใจหรือเปล่า"
"ไม่ใช่เพราะพี่หรอกค่ะ" ปันหลบสายตาไปมองป้ายประกาศกิจกรรมรับน้องที่ติดอยู่บนบอร์ดข้างๆ ข้อความที่ว่า 'สร้างความสัมพันธ์เพื่อสายเลือดวิศวะ' ดูช่างเสียดแทงหัวใจในวินาทีนี้เหลือเกิน "เป็นเพราะปันเอง... ปันแค่รู้สึกว่า บางทีการที่อยู่ใกล้กันเกินไป มันทำให้ปันมองไม่เห็นความจริงบางอย่างที่สำคัญมาก"
"ความจริง?" คิมก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว แต่ปันกลับถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่นิ้วกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงสูงที่มองไม่เห็นกั้นขวางพวกเขาไว้
"ใช่ค่ะ ความจริงที่ปันกำลังจะได้รู้ในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้" ปันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริก "พี่คิมคะ... พี่เคยปิดบังอะไรปันไหมคะ? ไม่ใช่แค่เรื่องกิจกรรมรับน้อง ไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่เป็นเรื่อง... ตัวตนของพี่จริงๆ"
คิมนิ่งไป ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าปันกำลังหมายถึงอะไร ความลับที่เขาพยายามปิดตายมันไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ กำลังถูกมือเล็กๆ ของเด็กสาวที่เขารู้สึกดีด้วยค่อยๆ แกะรอยออกมาทีละนิด
"ถ้าปันรู้แล้ว... ปันอาจจะเกลียดพี่ก็ได้นะ" เสียงของคิมแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกของคนฟัง
"ถ้าอย่างนั้น ก็ถือว่าวันนี้เราถอยออกมาเพื่อไม่ให้ต้องเจ็บไปมากกว่านี้ดีไหมคะ" ปันฝืนยิ้ม เป็นยิ้มที่ดูน่าเวทนาที่สุดเท่าที่คิมเคยเห็นมา "ปันขอเวลาจัดการกับความรู้สึกตัวเองก่อนนะคะ จนกว่าจะถึงตอนนั้น... อย่าเพิ่งติดต่อปันมาเลยค่ะ"
พูดจบ ปันก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้คิมยืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าของเธอที่ค่อยๆ ห่างออกไป เหมือนเสียงเคานต์ดาวน์ที่กำลังจะระเบิดโลกของเขาให้พังทลาย คิมอยากจะคว้าข้อมือเธอไว้ อยากจะอธิบายทุกอย่าง แต่เขารู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้ ความเงียบคือการแสดงความรับผิดชอบที่ดีที่สุดที่เขามีให้เธอได้
ปันเดินออกมาที่โรงอาหารคณะที่เกือบร้าง น้ำหวานเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วรีบลุกขึ้นมาหาทันที เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนรัก น้ำหวานก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องมันไม่สู้ดีนัก
"เป็นไงบ้างปัน? คุยกับเขาแล้วใช่ไหม" น้ำหวานถามพลางประคองร่างของปันให้มานั่งลงที่เก้าอี้
ปันไม่ตอบ เธอเพียงแต่ก้มหน้าลงซบกับฝ่ามือตัวเอง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มันเป็นความรู้สึกหน่วงที่อธิบายไม่ได้เหมือนกับว่าสิ่งที่เธอได้รับรู้ผ่านข้อความปริศนาที่ส่งเข้ามือถือเมื่อตอนเย็น กำลังกัดกินความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อคิมจนไม่เหลือชิ้นดี
"น้ำหวาน... ถ้าคนที่เรารู้สึกดีด้วยที่สุด กลายเป็นคนที่ทำลายครอบครัวเราตั้งแต่วันที่เรายังไม่เกิด เราควรทำยังไงเหรอ" ปันถามเสียงอู้อี้ผ่านฝ่ามือ
น้ำหวานชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ปัน... แกไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน มันอาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดก็ได้นะ"
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ?" ปันเงยหน้าขึ้น หยดน้ำตาไหลอาบแก้ม "ในแฟ้มที่พี่เขาลืมไว้ที่ห้องสมุดเมื่อวาน มันมีรูปคุณพ่อของปันคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่เป็นคนรักเก่าของพี่คิม และรูปนั้นถูกเขียนบันทึกไว้ว่า 'ความผิดพลาดที่ไม่เคยได้รับการให้อภัย'"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งโต๊ะ ปันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งมาเมื่อครู่ 'เธอคิดว่าเขาเข้าหาเธอเพราะความรักเหรอปัน? ลองถามเขาดูสิว่าทำไมเขาถึงเลือกเรียนสาขานี้... แล้วจะรู้ว่าเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมล้างแค้นของเขาเท่านั้น'
ปันหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาและลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความใสซื่อเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันคือความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
"ปันจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องวันนี้ค่ะน้ำหวาน ถ้าเขาเลือกเกมนี้... ปันก็จะเล่นเป็นหมากที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด"
ปันเดินมุ่งหน้าไปยังตึกกิจกรรมโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเพื่อนสนิท เธอผลักประตูห้องชมรมเข้าไปโดยไม่เคาะ เสียงฝีเท้าของเธอดังกระทบพื้นห้องอย่างมั่นคง คิมที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
"ปัน? พี่บอกแล้วไงว่า..."
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะพี่คิม" ปันเดินตรงเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกลางดวงตาของคิม "ช่วยอธิบายทีค่ะ... ว่าทำไมรูปใบนี้ถึงอยู่ในแฟ้มของพี่"
คิมก้มมองรูปถ่ายใบเก่าที่ปันวางลงบนโต๊ะ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด เขาไม่ได้มองรูปภาพนั้น แต่เขากลับมองเข้าไปในดวงตาของปันที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและคำถามที่เขาไม่อยากตอบมากที่สุด
"ปัน... มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะ" คิมพยายามจะเอื้อมมือไปจับมือของเธอ แต่ปันถอยกรูดไปจนเกือบชนกำแพง
"อย่ามาแตะต้องตัวปัน!" ปันตะโกนลั่นห้อง น้ำตาหยดลงบนพื้น เสียงของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความเสียใจ "พี่เคยรักปันบ้างไหม? หรือความรู้สึกดีๆ ที่พี่มอบให้ตลอดสามเดือนนี้ มันเป็นเพียงแค่การแสดงละครเพื่อให้ปันตายใจเพื่อแก้แค้นพ่อของปันกันแน่!"
คิมนิ่งงัน คำถามของปันพุ่งตรงเข้ากลางหัวใจเหมือนลูกธนูอาบยาพิษ เขาอยากจะปฏิเสธ แต่ความจริงที่เขากำลังปิดบังอยู่มันหนักหนาเกินกว่าจะพูดออกมาในตอนนี้ได้
"พี่..." คิมพยายามจะเอ่ยปาก แต่จู่ๆ ประตูห้องชมรมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่คุ้นเคยหยุดลงตรงหน้าปัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงไปถึงจุดเยือกแข็ง "ไม่ได้รักหรอกปัน... คนอย่างมันน่ะ ไม่เคยรู้จักคำว่ารักมาตั้งแต่ต้นแล้ว"
ปันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความตื่นตะลึงสุดขีด เมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... พ่อของเธอเอง
ความลับที่ควรจะเป็นแค่ปมในอดีต กำลังจะถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากันในวินาทีนี้... และไม่มีใครรู้เลยว่าหลังจากนี้ จะมีใครบ้างที่ต้องพังทลายลงไปพร้อมกับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมา
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามเรื่องราวความรักที่กำลังสั่นคลอนของน้องปันและพี่คิมนะคะ!
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 22
ถอยออกมาหนึ่งก้าว
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!