"อย่าหันไป ปัน..."
เสียงทุ้มต่ำของคิมสั่นพร่าเล็กน้อย เขาไม่ได้เอื้อมมือมาคว้าไหล่ฉันไว้ แต่ร่างกายที่เขยิบเข้ามาบังมุมหน้าต่างอย่างจงใจนั้นกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยยิ่งกว่าเกราะกำบังใดๆ สายตาคมกริบของเฮดว้ากปีสามที่เคยดูดุร้าย บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวในยามที่เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นค้างอยู่บนโต๊ะร้านกาแฟใต้ตึกคณะ
ข้อความนั้นยังไม่หายไปไหน... มันยังคงเตือนให้รู้ว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองเราอยู่จากมุมมืด
"มันหมายความว่ายังไงคะพี่คิม" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ความรู้สึกเย็นวาบจะแล่นปราดไปทั่วสันหลัง "ความรักที่หอมหวาน... ก่อนที่มันจะมอดไหม้ไป"
คิมไม่ตอบทันที เขาหยิบโทรศัพท์ของฉันขึ้นมาด้วยท่าทีสุขุม ก่อนจะกดปิดเครื่องแล้ววางลงคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉันตรงๆ
"คนที่มีความสุขจนลืมมองความจริง มักจะกลายเป็นเหยื่อของคนที่ไม่หวังดีได้ง่ายที่สุด" เขาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบร้านกาแฟที่เริ่มบางตาด้วยผู้คน "ปัน... เราไม่ได้เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องในสายตาของพี่อีกต่อไปแล้ว แต่พี่ก็ไม่อยากให้เราต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับเกมจิตวิทยาของพวกที่ชอบทำลายความสุขคนอื่น"
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความสงสัย "พี่กำลังจะบอกว่า... นี่เป็นฝีมือของคนที่เกลียดพี่ หรือคนที่เกลียดปันกันแน่คะ?"
คิมหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูหม่นเศร้าเกินกว่าปกติ "ถ้าเป็นอดีต พี่คงคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ แต่พอเห็นชื่อเราเข้าไปพัวพัน... พี่คิดว่าเราสองคนควรจะตกลงกันให้ชัดเจนได้แล้วนะ ว่าจะเดินไปทางไหน"
บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปทันที ความเงียบงันก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องชงกาแฟที่ดังเป็นระยะ หัวใจของฉันเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวจากข้อความลึกลับ แต่เพราะสายตาที่เขามองมา... สายตาที่บอกว่าเขาพร้อมจะก้าวข้ามเส้นกั้นความสัมพันธ์แบบ 'พี่น้อง' ไปสู่สิ่งที่มากกว่านั้น
"พี่คิม... ปันอยากเริ่มใหม่ค่ะ" ฉันตัดสินใจพูดออกไป ความชัดเจนเป็นสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในตอนนี้ "ไม่ใช่อย่างเดิมที่ต้องคอยระแวงใคร หรือต้องคอยเลี่ยงคำถามของคนรอบข้าง ปันอยากให้เราเรียนรู้กัน... แบบชัดเจน ว่าเราอยู่ในสถานะไหน และเราจะรับมือกับเรื่องพวกนี้ไปด้วยกันยังไง"
คิมชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความระแวดระวังกลายเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย เขาเอื้อมมือมาวางบนมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ สัมผัสอุ่นร้อนของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนแรงดึงดูดของโลกหายไปชั่วขณะ
"การเริ่มต้นกับพี่... มันไม่ได้มีแค่เรื่องหวานๆ นะปัน" เขาพูดเสียงนุ่มพลางบีบมือฉันเบาๆ "มันอาจจะมีเรื่องที่พี่ต้องปกปิด เรื่องที่พี่ไม่อยากให้ปันรับรู้เพราะกลัวปันจะเดือดร้อน... แต่ถ้าปันยืนยันว่าจะเดินไปด้วยกัน พี่ก็จะไม่มีวันปล่อยมือ"
"ปันไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ" ฉันยิ้ม แม้จะยังรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ "ปันพร้อมที่จะรับรู้ความจริงทุกอย่าง... แม้มันจะไม่ได้หอมหวานเหมือนชื่อในข้อความนั่นก็ตาม"
คิมถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวเขาทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนเราห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
"งั้นเริ่มต้นตรงนี้..." เขาเอ่ยเสียงแผ่ว "เริ่มจากการที่พี่จะเลิกเป็นแค่เฮดว้ากที่คอยคุมกฎ แล้วหันมาเป็นคนที่คอยคุมหัวใจปันแทน... ตกลงไหม?"
ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ไฟที่จุดระเบิดในอกทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้าช้าๆ จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของคิมดังขึ้นขัดจังหวะ เขาผละออกเล็กน้อยแล้วหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาดู คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่อ่านข้อความนั้น
ใบหน้าของคิมเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในพริบตา เขารีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้เลื่อนครูดกับพื้นเสียงดัง
"ปัน... เปลี่ยนแผนแล้ว" คิมคว้าแขนฉันไว้แน่น แรงบีบที่มากกว่าปกติทำให้ฉันรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรง "เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ มีคนเห็นเราสองคนอยู่ที่นี่ และมันไม่ได้มาคนเดียว..."
ขณะที่เรากำลังก้าวออกไปจากร้านกาแฟ สายตาฉันเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมทางเดิน มันสวมฮู้ดสีดำสนิท และในมือถือกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ที่เลนส์สะท้อนกับแสงไฟถนนจนวาววับ
ทว่า สิ่งที่ทำให้ฉันขาแข็งจนก้าวไม่ออก ไม่ใช่กล้องตัวนั้น แต่เป็นร่างของคนที่เดินก้าวออกมาจากมุมมืดคนนั้น... น้ำหวาน! เพื่อนสนิทของฉันยืนอยู่ตรงนั้น ข้างๆ ชายชุดดำ มือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นที่สุด
"น้ำหวาน..." ฉันพึมพำชื่อเพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย น้ำหวานหันมาสบตากับฉัน แววตาของเธอว่างเปล่าและเย็นชาจนฉันแทบจำไม่ได้ว่านี่คือคนเดียวกับคนที่เคยนั่งหัวเราะกับฉันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
คิมกระชับมือที่จับฉันไว้แน่นขึ้น ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธที่พยายามสะกดกลั้น "ดูเหมือนการเริ่มต้นใหม่ของพวกเรา... จะถูกทำลายลงตั้งแต่วินาทีก่อนที่จะได้เริ่มจริงๆ เสียแล้วล่ะปัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ปันกับคิมเสมอนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ลุ้นจนลืมหายใจเลยค่ะ!
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 25
เริ่มต้นใหม่แบบชัดเจน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!