แรงบีบที่ฝ่ามือของคิมไม่ได้เจ็บปวด... แต่มันหนักอึ้งจนทำให้หัวใจของฉันหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม คำพูดที่เขาทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ดูเหมือนการเริ่มต้นใหม่ของพวกเรา... จะถูกทำลายลงตั้งแต่วินาทีก่อนที่จะได้เริ่มจริงๆ เสียแล้วล่ะปัน”*
เงาของอดีตกำลังทาบทับลงมาบนทางเดินเท้าหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงของรุ่นพี่ปีสามยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ความโกรธที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นทำให้ไหล่กว้างนั้นไหวเกร็ง ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะฉายแววอบอุ่นยามมองมาที่ฉัน บัดนี้กลับเรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองฉัน แต่มันกำลังจดจ้องไปยังร่างของใครอีกคน... อดีตแฟนเก่าของเขาที่เพิ่งเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราอย่างไร้มารยาท
"พี่คิมคะ... คือว่าเรา..." ฉันพยายามจะเอ่ยปากทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ แต่เสียงของตัวเองกลับเบาราวกับเสียงกระซิบ
"ไม่ต้องพูดอะไรหريอปัน" คิมหันกลับมามองฉัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงทันทีที่เอ่ยชื่อฉัน แม้แววตาจะยังคงฉายความกรุ่นโกรธอยู่ก็ตาม เขาระบายลมหายใจยาวเหยียดออกทางปากเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะผ่อนแรงบีบที่มือลง แต่กลับเปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วมือของเราเข้าด้วยกันแน่นยิ่งขึ้นแทน "วันนี้เรามีนัดกันไม่ใช่เหรอ? ไปกันเถอะ... อย่าปล่อยให้เรื่องไร้สาระมาทำลายวันหยุดของเราเลย"
พูดจบ คิมก็พาฉันเดินผ่านร่างของรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นไปอย่างไม่ลังเล ราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ สายตาของหญิงสาวคนนั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ แต่ฉันไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปมอง เพราะแรงจูงมือของคิมพาฉันก้าวเดินออกมาจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในรถยนต์ระหว่างเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบงัน คิมยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด มือใหญ่ข้างหนึ่งจับพวงมาลัยแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ส่วนมืออีกข้าง... ตั้งแต่ออกรถมา เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากการกุมมือฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาซึมซับเข้ามาในผิวเนื้อ ช่วยปลอบประโลมความวิตกกังวลที่ก่อตัวขึ้นในอกของฉันให้เบาบางลง
"พี่คิมคะ... ขับรถมือเดียวแบบนั้น อันตรายนะคะ" ฉันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขา
คิมหันมาสบตาฉันเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "กลัวพี่ตายเหรอปัน?"
"ไม่ได้กลัวพี่ตายค่ะ... แต่กลัวตัวเองตายมากกว่า ถ้ารู้ว่าต้องมานั่งรถกับคนขับรถสติหลุดแบบนี้" ฉันแกล้งแซวเพื่อบรรยากาศในรถให้ผ่อนคลายลง
เสียงหัวเราะในลำคอของเขาดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ากำแพงความโกรธเมื่อครู่เริ่มพังทลายลงแล้ว คิมยกมือข้างที่จับฉันขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างถือวิสาสะ "ขอโทษนะปัน ที่ทำให้บรรยากาศมันแย่... พี่แค่อารมณ์เสียที่ความตั้งใจอยากจะพาเราไปเที่ยวดีๆ เกือบพังเพราะคนอื่น"
"ปันเข้าใจค่ะ..." ฉันตอบเสียงแผ่ว พลางมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ตอนนี้เคลื่อนตัวมาถึงย่านชุมชนเงียบสงบแห่งหนึ่งแล้ว "อีกอย่าง... เรากำลังจะไปคาเฟ่แมวไม่ใช่เหรอคะ? ปันว่าพลังแห่งความฟูนุ่มของน้องแมว น่าจะช่วยเยียวยาสติอารมณ์ของเฮดว้ากหน้าดุคนนี้ได้ดีทีเดียวแหละ"
คิมหัวเราะออกมาจริงๆ เสียที รอยยิ้มที่จริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้น ทำให้ความอึดอัดทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา "ปากเก่งขึ้นนะเรา ตั้งแต่คบกับพี่เนี่ย"
รถเก๋งคันหรูเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยร่มรื่น ตัวร้านเป็นกระจกใสรอบด้าน มองเห็นเหล่าบรรดานายท่านสี่ขาหลากหลายสายพันธุ์กำลังเดินอวดโฉมอยู่หลังกระจก แค่เห็นแผ่นหลังกลมๆ กับหางที่สะบัดไปมาผ่านกระจก หัวใจของฉันก็เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นแล้ว
ทันทีที่เราผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของเบเกอรี่และกาแฟก็ลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งต้อนรับ พนักงานสาวส่งยิ้มหวานให้เราพร้อมยื่นเจลล้างมือและกฎระเบียบของร้านมาให้
"เชิญล้างมือก่อนนะคะ แล้วสวมถุงเท้าเพื่อความสะอาดของน้องๆ ด้วยค่ะ" พนักงานกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
คิมจัดการล้างมือและสวมถุงเท้าอย่างคล่องแคล่ว แม้ลุคภายนอกเขาจะดูเป็นผู้ชายมาดขรึมและรักความสะอาดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอเข้ามาในดงแมวแล้ว ภาพลักษณ์เฮดว้ากผู้ทรงอิทธิพลแห่งคณะวิศวะก็พังทลายลงในทันที เมื่อเจ้าเมนคูนตัวยักษ์สีส้มอ้วนท้วนเดินเตาะแตะเข้ามาคลอเคลียที่ข้อเท้าของเขา
"อ้าว... ว่าไงเจ้าอ้วน" คิมย่อตัวลงนั่งยองๆ มือใหญ่เอื้อมไปเกาใต้คางให้อย่างเบามือ เจ้าเหมียวตัวนั้นส่งเสียงกรนครางในลำคออย่างพอใจจนตัวสั่น หลับตาพริ้มรับสัมผัสจากเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม
ฉันยืนอมยิ้มมองภาพนั้นพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปเขาเก็บไว้ คิมในมุมที่อ่อนโยนกับสัตว์เลี้ยงแบบนี้ เป็นภาพที่หาดูยากและมีค่าต่อการสะสมในความทรงจำของฉันเสียเหลือเกิน
"แอบถ่ายพี่เหรอ?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากเจ้าเหมียวสีส้ม
"เปล่าสักหน่อยค่ะ ปันแค่ถ่ายวิวทิวทัศน์... แถวนี้วิวสวยดี มีก้อนขนเดินได้เต็มไปหมด" ฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเบาะนุ่มตรงข้ามกับเขา
ทันใดนั้นเอง ลูกแมวพันธุ์เปอร์เซียสีขาวสะอาดตาก็กระโดดขึ้นมาบนตักของฉัน มันทำจมูกฟุดฟิดดมเสื้อฉันก่อนจะล้มตัวลงนอนขดเป็นก้อนกลมๆ ซุกตัวอยู่หน้าตัก ฉันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลางใช้ปลายนิ้วลูบหัวมันเบาๆ
"ดูเหมือนมันจะชอบปันนะ" คิมเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคมคายคู่นั้นอ่อนแสงลงจนแทบจะละลายหายไปกับบรรยากาศรอบตัว เขยิบตัวเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด จนไหล่ของเราแทบจะแนบชิดกัน "เหมือนกับใครบางคนแถวนี้..."
ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ รีบเบนสายตาไปมองเจ้าเหมียวตัวอื่นเพื่อหลบสายตาคุกคามทางอ้อมของเขา "พี่คิมอ่า... อย่ามาหยอดแถวนี้ค่ะ เดี๋ยวโดนเจ้าเหมียวพวกนี้ข่วนเอานะ"
เราใช้เวลาช่วงบ่ายวันหยุดไปกับการนั่งจิบเครื่องดื่มรสชาติดี เคล้าคลอไปกับเสียงร้องเหมียวๆ และสัมผัสนุ่มนิ่มของเหล่าแมวเซาท์ที่ผลัดกันเดินมาออดอ้อน คิมดูผ่อนคลายขึ้นมากจากเหตุการณ์ตึงเครียดในช่วงเช้า ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขารอบกาย ทำให้ฉันลืมเรื่องราววุ่นวายภายนอกไปเสียสนิท
จนกระทั่ง... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคิมสั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ
คิมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ เขาเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยความลังเล ก่อนจะกดตัดสายแล้วคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ
"ใครเหรอคะ?" ฉันอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ แม้จะรู้ว่าอาจเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาก็ตาม
"ไม่มีอะไรหรอกครับ... แค่เรื่องงานที่คณะ" คิมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยผิดปกติ แต่ดวงตาของเขากลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง คิมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหมดความอดทน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กรามของเขาจะขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"ปัน..." คิมเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่แปลกไป มันเต็มไปด้วยความลังเลและความรู้สึกผิดที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "พี่... ต้องออกไปเคลียร์ธุระข้างนอกด่วนจริงๆ ครับ"
ฉันกระพริบตาปริบๆ ความรู้สึกใจหายวาบแล่นแปล๊บขึ้นมาในอก ทั้งๆ ที่เดทของเราเพิ่งจะเริ่มต้นได้ไม่นานแท้ๆ "มีอะไรร้ายแรงหรือเปล่าคะ?"
"พี่ขอโทษนะ..." คิมเอื้อมมือมาประคองแก้มของฉันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มของฉันอย่างอาลัยอาวรณ์ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ไว้คราวหน้า... พี่จะพามาใหม่นะ"
เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อแจ็คเก็ตมาสวมแล้วเดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ จากฉัน ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ท่ามกลางฝูงแมวเหมียวตัวอ้วน โดยมีหน้าจอโทรศัพท์ของคิมที่เขาลืมคว่ำไว้... สว่างวาบขึ้นมาบนโต๊ะ
ข้อความแจ้งเตือนล่าสุดปรากฏขึ้นเด่นชัดต่อหน้าต่อตาฉัน เป็นรูปถ่ายของใครบางคนยืนอยู่หน้าตึกคณะ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของฉันเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
*“ถ้าไม่อยากให้ปันรู้เรื่องในอดีตของคุณ... ก็รีบกลับมาหาฉันที่เดิมซะ พี่คิม”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกของปันและคิมในตอนนี้นะคะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 26
เดทแรกในวันหยุด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!