รอยแตกบนกระจกหน้าต่างห้องชมรมไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยร้าวในความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ปันนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม สัมผัสความเย็นเยียบของกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกบีบอยู่ในมือจนบุบสลายไปตามแรงอารมณ์ เสียงถอนหายใจยาวนานของคิมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“ถ้าเหนื่อยนัก… ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยมือเสียทีล่ะปัน”
น้ำเสียงของพี่ปี 3 เฮดว้ากผู้ขึ้นชื่อว่าดุที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่ได้เจือความแข็งกร้าวเหมือนทุกที หากแต่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและบาดแผลจากอดีตที่ถูกสะเก็ดไฟแห่งความคาดหวังบาดลึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิมเบือนหน้าหนีไปยังแสงไฟสลัวจากลานเกียร์ด้านนอก ปล่อยให้ความมืดช่วยอำพรางแววตาไหววูบที่ไม่อยากให้ใครได้เห็น
ปันกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อก ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นตอนที่พ่อแม่ยืนกรานให้เขาปฏิเสธตำแหน่งประธานจัดค่ายอาสา เพื่อเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับเกรดเฉลี่ยและอนาคตที่ขีดเส้นไว้ ยังคงวนเวียนกรีดซ้ำในหัว ปันไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เดินตามความฝันของคนอื่น และเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ชายคนนี้… คนที่คอยยืนอยู่ข้างกันในทุกย่างก้าว… คอยเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ในยามที่โลกทั้งใบพากันหันหลังให้
“ถ้าปล่อยมือ… ผมจะยังเหลืออะไรล่ะครับ… เอ๊ย… หนูจะยังเหลืออะไรล่ะคะ” ปันเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่แก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนหันหลังให้อีกนิด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยดน้ำใสที่คลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น “พี่คิมก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าความฝันของหนูมันไม่ได้มีแค่กระดาษใบปริญญา แต่มันคือการได้สร้างอะไรบางอย่างด้วยสองมือของตัวเอง… และการมีพี่อยู่ตรงนี้ด้วย”
คิมชะงัก ชายหนุ่มหันกลับมามองเฟรชชี่ตัวเล็กที่กล้าต่อรองกับโชคชะตาด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ แววตาคมกริบฉายประกายความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้มานาน ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รักไปซ้ำรอยเดิมทำให้เขาลังเล แต่ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของปันก็เป็นสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งหัวใจที่เคยด้านชาของเขาให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
“รู้ไหมว่าการเดินไปบนเส้นทางที่คนอื่นไม่เห็นด้วยมันโดดเดี่ยวแค่ไหน…” คิมเอื้อมมือหนาออกไปสัมผัสปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของปันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนคนตัวเล็กสะท้าน “พี่เคยผ่านมาแล้วปัน… พี่เคยสูญเสียทุกอย่างเพราะเลือกที่จะดื้อรั้นแบบนี้แหละ”
“แต่วันนี้พี่ไม่ได้ตัวคนเดียวนะคะ!” ปันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มือเล็กพลิกกลับไปกุมมือหนาของคิมไว้แน่น สอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันราวกับจะบอกว่าต่อให้พายุลูกใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีวันยอมหลุดมือ “หนูอาจจะไม่ได้เก่ง ไม่ได้เข้มแข็งเท่าพี่… แต่ถ้าพายุจะเข้า เราก็กางร่มคันเดียวกันสิคะ ทำไมพี่ถึงชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียวอยู่เรื่อยเลยล่ะ”
คำพูดซื่อตรงแต่ทรงพลังนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจคิมอย่างจัง น้ำตาที่กลั้นไว้ของปันไหลรินลงมาอาบแก้ม แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มันคือหยดน้ำตาแห่งการประกาศอิสรภาพทางความรู้สึก คิมดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป อ้อมกอดที่กว้างและอบอุ่นนั้นโอบอุ้มความหวาดกลัวทั้งหมดของปันเอาไว้ ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมสะอาด ขณะที่ปันซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบ
“ดื้อจริงๆ เลยนะเรา” คิมกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเอ็นดูและความโล่ง ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน “โอเค… ถ้าเราอยากจะลุยนัก พี่ก็จะยืนอยู่ข้างๆ นี่แหละ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่จะว่ายังไง หรืออุปสรรคบ้าบออะไรจะเข้ามาอีก… พี่จะไม่ปล่อยมือจากเด็กดื้อคนนี้เด็ดขาด สัญญาเลย”
ปันเงยหน้าขึ้นจากอกกว้าง ดวงตาคู่สวยระบายด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจจนความหนาวเหน็บก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น “สัญญานะคะว่าจะไม่แอบไปแบกรับปัญหาคนเดียวอีก ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด”
“สัญญาครับ… เอ๊ย สัญญาค่ะ” คิมหัวเราะเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นปันทำตาโตใส่ที่เกือบหลุดคำพูดผู้ชายออกมาอีกรอบ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งที่ผูกรัดดวงใจของทั้งสองคนเข้าหากันอย่างแน่นหนา
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งคำสัญญาและความเข้าใจอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องชมรมที่ดังปังขึ้นอย่างไร้มารยาทก็ทำลายบรรยากาศลงในพริบตา น้ำหวานเพื่อนสนิทของปันก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจจนตัวโยน แววตาตื่นตระหนกมองตรงมาที่ปันและคิมสลับกันไปมา
“ปัน! พี่คิม! รีบเปิดดูไลฟ์สดหน้าเพจคณะด่วนเลยค่ะ ตอนนี้… มีคนเอาภาพพวกพี่ตอนกอดกันที่ลานเกียร์ไปปล่อย แถมยังใส่ร้ายว่าพี่คิมใช้อำนาจเฮดว้ากบังคับขู่เข็ญเด็กเฟรชชี่เรื่องกิจกรรมค่ายแล้ว!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยส่งกำลังใจให้ความรักของพวกเขานะคะ แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 45
สัญญาใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!