“ถ้าสิ่งที่พี่ต้องการคือชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้แล้ว ปันก็ไม่รู้ว่าปันจะเดินเข้าไปในเส้นนั้นได้ยังไงนะคะ”
เสียงของปันสั่นเครือ แม้จะพยายามรักษาระดับน้ำเสียงให้มั่นคงเพียงใด แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไปอย่างแรง กลิ่นกาแฟคั่วเข้มในร้านคาเฟ่เล็กๆ ใต้อาคารเรียนดูจะจืดชืดลงถนัดตา เมื่อความเงียบงันเริ่มแผ่ซ่านระหว่างเราสองคน
คิมขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาคมกริบที่เคยดูดุดันตอนคุมกิจกรรมรับน้อง บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเหนื่อยล้า “ปัน... พี่ไม่ได้บอกให้เธอทิ้งความฝัน พี่แค่บอกว่าถ้าเราวางแผนอนาคตร่วมกันได้ตั้งแต่วันนี้ ทุกอย่างมันจะง่ายขึ้นไหม? ทำไมต้องมองว่าสิ่งที่พี่เสนอคือการตีกรอบให้เธอด้วย?”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องแผนการค่ะพี่คิม” ปันสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่นลงบนสมุดสเก็ตช์ภาพที่เธอยังวาดไม่เสร็จ “แต่มันคือเรื่องที่พี่เห็นว่า ‘อนาคตของปัน’ คือส่วนหนึ่งของ ‘ตารางเวลาของพี่’ แต่สำหรับปัน... อนาคตที่ปันมองเห็น มันยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ปันอยากจะลองแต่งแต้มเองบ้าง ไม่ใช่เดินตามพิมพ์เขียวที่ใครเตรียมไว้ให้”
คิมชะงักไป คำพูดของเธอเหมือนมีดเล่มเล็กที่กรีดลงกลางใจ เขาไม่เคยคิดว่าความปรารถนาดีของเขาที่อยากจะสร้างความมั่นคงให้คนรัก จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้เสียเอง
“งั้นบอกพี่มาสิ” คิมโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “อนาคตในแบบที่ปันต้องการน่ะ... ในนั้นมีพี่อยู่ด้วยหรือเปล่า?”
ปันนิ่งอึ้ง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความสับสนตีรวนอยู่ในอก ในขณะที่ทางหนึ่งคือพี่คิม คนที่คอยปกป้องและเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้เธอมาตลอดตั้งแต่วันแรกในรั้วมหาวิทยาลัย แต่อีกทางหนึ่งคือความฝันที่เธอยังไม่แน่ใจว่าจะไขว่คว้ามาได้ไหม หากต้องยอมสละตัวตนเพื่อรักษาสถานะ ‘คนรักของเฮดว้าก’ เอาไว้
น้ำหวานที่นั่งรออยู่มุมร้านเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความอึดอัด เธอรู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเผชิญกับทางแยกที่ยากที่สุดในชีวิตวัยรุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน ไม่ใช่แค่เรื่องกิจกรรม แต่มันคือเรื่องของ ‘ความเป็นตัวของตัวเอง’ ที่กำลังถูกเบียดขับด้วยความคาดหวังของคนรอบข้าง
“ปันคะ...” น้ำหวานตัดสินใจเดินเข้ามาแทรกจังหวะก่อนที่ความเงียบจะฆ่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ “บางที... คำถามที่ว่าอนาคตจะมีใครอยู่ด้วย อาจจะไม่สำคัญเท่ากับว่า ตอนนี้เราสองคนยังมองเห็น ‘คนข้างๆ’ ชัดเจนเหมือนเดิมไหม”
คิมปรายตามองเพื่อนสนิทของปันก่อนจะหันกลับมาสบตาหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นความลังเลที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ปันไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมที่เคยเดินตามเขาต้อยๆ อีกต่อไป เธอเริ่มมีความคิด มีความฝัน และมีความกล้าที่จะปฏิเสธเขา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาหวั่นใจที่สุด
“พี่ขอโทษครับ... ไม่สิ พี่ขอโทษนะ” คิมแก้คำพูดอย่างลนลานเมื่อเห็นคิ้วเรียวของปันขมวดเข้าหากัน “พี่แค่กลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งปันบินไปไกล พี่จะคว้าปันไว้ไม่ทัน”
“ถ้าพี่เชื่อใจปัน พี่ไม่ต้องคว้าปันไว้หรอกค่ะ” ปันตอบเบาๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย “ปันว่า... เราสองคนคงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนดีกว่าค่ะ พี่คิมไปเคลียร์งานกิจกรรมเถอะค่ะ ปันมีโปรเจกต์ที่ต้องรีบไปส่งที่คณะ”
ร่างบางเดินออกไปจากร้านทิ้งให้คิมนั่งนิ่งอยู่กับที่ เขาปล่อยให้ความเงียบเข้าจู่โจมหัวใจ พลางนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนที่แม่ของเขาโทรมาเร่งรัดเรื่องการฝึกงานในบริษัทครอบครัวที่ต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงการที่เขาอาจจะต้องทิ้งทุกอย่างที่นี่รวมถึง... ‘ปัน’
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความไปง้อปัน หน้าจอสมาร์ทโฟนของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาเสียก่อน
เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาคิมถึงกับมือสั่นและหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
‘ถ้าคุณยังรั้งเขาไว้แบบนี้ สุดท้ายคุณจะเป็นคนเดียวที่เสียใจ... เหมือนกับที่ผมเคยเป็น ในตอนนั้นที่ลอนดอน’
คิมเบิกตากว้าง จดหมายเหตุจากอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดสามปีดูเหมือนจะถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งโดยคนที่เขาไม่คิดว่าจะกลับเข้ามาในชีวิต... คนที่เขารู้จักดีที่สุดในฐานะ ‘ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด’ ของชีวิตวัยรุ่นที่เขาเคยทิ้งไว้เบื้องหลัง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับปันและพี่คิมในทุกช่วงเวลาของความสัมพันธ์นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไม่แพ้กันค่ะ!
ชานมไข่มุกหวานร้อย
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 37
อนาคตที่ยังมองไม่เห็น
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!