“ถ้าน้องยังไม่พร้อมจะให้เกียรติสถานที่ และไม่พร้อมจะให้เกียรติเพื่อนที่กำลังตั้งใจฟัง ก็เชิญออกไปยืนตากแดดข้างนอกนั่น... คนเดียว!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของ ‘คิม’ เฮดว้ากปี 3 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในลานเกียร์กระแทกเข้าโสตประสาทของผมทันทีที่ผมก้าวเท้าพ้นกรอบประตูห้องประชุมเชียร์ ความเงียบงันระดับสิบริกเตอร์เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เพื่อนร่วมรุ่นนับร้อยชีวิตหยุดการเคลื่อนไหว ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมราวกับเข็มพิษ
ผม—‘ปัน’—นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความกดดันที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศทำให้ลมหายใจสะดุด นี่ไม่ใช่แค่การมาสาย แต่เป็นการทำลายระเบียบที่เคร่งครัดที่สุดในชีวิตมหาวิทยาลัยที่ผมเพิ่งก้าวเข้ามาสัมผัส
“ขอโทษครับพี่” ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันกลับฟังดูเบาหวิวและอ่อนแอในความรู้สึกของตัวเอง
คิมก้าวเท้าฉับๆ ลงมาจากเวที รองเท้าคอมแบทกระแทกพื้นปูนเสียงดังเป็นจังหวะที่ข่มขวัญผู้ฟัง เขาหยุดยืนตรงหน้าผม ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ผมเห็นนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นชัดเจน มันไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความว่างเปล่าที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้ความเข้มงวดนั่น
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพใบหน้าของ ‘พี่ชาย’ ที่ผมเห็นในรูปถ่ายใบเก่าเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว... แววตาของคิมช่างดูคล้ายคลึงกับคนในรูปจนผมแทบจะเผลอเรียกชื่อพี่ชายออกไป
“สายไป 15 นาที” คิมเอ่ยเรียบๆ ทว่ากดดัน “น้องคิดว่าอนาคตในวิศวะของน้องมันมีค่าแค่ 15 นาทีที่หายไปเหรอ? หรือคิดว่าการเป็นเฟรชชี่มันทำให้โลกต้องหมุนรอบตัวน้อง?”
ผมกำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกง ความโกรธผสมความอับอายแล่นริ้วขึ้นมา แต่ลึกๆ แล้วมันคือความสับสน... ทำไมคนที่ดูมีความลับมากมายอย่างเขา ถึงต้องมาทำหน้าที่เป็นคนคุมกฎที่ไร้ความปรานีแบบนี้?
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับ แต่ผม...”
“เหตุผลไม่มีความหมายสำหรับคนที่ละเลยวินัย” คิมแทรกขึ้นทันที เขาไม่ได้ต้องการฟังคำแก้ตัว “เพื่อนของน้องทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้ เค้าให้เกียรติตัวเองและให้เกียรติเวลาของคนอื่น แต่ถ้าน้องอยากเป็นคนนอกคอก ก็นำตัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ทำโทษทั้งแถวเพราะความสะเพร่าของน้องเพียงคนเดียว”
ด้านหลังผม ‘น้ำหวาน’ เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดส่งสายตามาอย่างร้อนรน เธอขยับปากพูดโดยไร้เสียงว่า *‘ยอมรับไปซะปัน’* ผมเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้ายอมรับชะตากรรม เดินคอตกไปยืนหลบมุมอยู่ที่ข้างห้องประชุมท่ามกลางสายตาเวทนาและสมน้ำหน้าจากรุ่นพี่คนอื่นๆ
บรรยากาศการเชียร์ดำเนินต่อไปอย่างตึงเครียด ผมยืนมองแผ่นหลังของคิมที่กลับไปยืนบัญชาการบนเวที เขาดูราวกับเป็นพระเจ้าในลานเกียร์ แต่ทุกครั้งที่เขาหันมามองทางผม สายตาของเขามักจะหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง—สายตาที่ไม่ได้สื่อถึงความโกรธ แต่มันเหมือนกำลังมองหาบางอย่างที่คุ้นเคยในตัวผม
หลังจบการประชุม เสียงถอนหายใจโล่งอกของเหล่าเฟรชชี่ดังระงม ผมก้าวเท้าออกจากห้องเตรียมตัวจะรีบหนีกลับหอพักเพื่อไปจัดการกับความคิดวุ่นวายในหัว แต่ทว่า...
“เดี๋ยว ปัน”
เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้ผมชะงัก คิมเดินตรงมาหาผมในขณะที่ทุกคนเริ่มทยอยออกจากห้อง เขาดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยแต่ความลึกลับยังคงฉายชัด “ตามมาที่ห้องพักสโมสรฯ หน่อย ฉันมีเรื่องจะถาม... เรื่องที่น้องดูจะสนใจรูปถ่ายในกระเป๋าสตางค์ฉันเมื่อกี้”
หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รูปถ่ายที่เขาเพิ่งทำหล่นตอนเดินสวนผมเมื่อตอนเย็น!
ผมก้าวตามเขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอแดดจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก เมื่อถึงห้องพักที่เงียบสงัด คิมปิดประตูล็อคกลอนทันที เขากดตัวผมไว้กับกำแพงห้อง มือหนึ่งยันผนังล้อมกรอบผมไว้ นัยน์ตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผมราวกับจะอ่านความคิด
“ทำไมถึงทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนเห็นรูปนั้น?” คิมกระซิบชิดใบหูผม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้ดุดัน แต่กลับสั่นเครือ “นายเป็นอะไรกับ ‘พี่ชาย’ คนนั้น... นายเป็นน้องชายของคนที่ทิ้งฉันไปโดยไม่บอกลาเมื่อสามปีก่อน ใช่ไหม?”
ผมเบิกตากว้าง ความลับที่ผมพยายามปกปิดพังทลายลงในพริบตา ความจริงที่ว่าพี่ชายที่หายสาบสูญไปของผม อาจจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฮดว้ากจอมโหดคนนี้กำลังจะถูกเปิดเผย
.
.
.
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับปันและคิมในตอนนี้นะคะ : ชานมไข่มุกหวานร้อย
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 2
เผชิญหน้าเฮดว้าก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!