องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้ามึงยังไม่หยุดมองหน้าเขาสลับกับมองพื้นรองเท้าตัวเอง กูจะลากมึงไปสมัครชมรมเต้นรำแทนวิศวะฯ แล้วนะปัน” น้ำหวานกระซิบลอดไรฟัน พลางใช้ศอกกระทุ้งสีข้างผมจนตัวงอ ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำได้เพียงกระชับสายสะพายเป้ใบเก่าให้แน่นขึ้น ความวุ่นวายใจกลางลานเกียร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในเช้าวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนคนที่เบียดเสียดกันราวกับมดงาน แต่เป็นความรู้สึก ‘ผิดที่ผิดทาง’ ที่เกาะกินในอกเหมือนคราบน้ำมันที่ล้างไม่ออก สายตาของผมกวาดผ่านรุ่นพี่ปีสองที่ตะโกนโหวกเหวกสลับกับเสียงนกหวีดที่ดังบาดแก้วหู ป้ายชื่อบนคอเสื้อที่ยังเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของผมดูเหมือนจะตะโกนบอกใครต่อใครว่า ‘ฉันคือคนแปลกหน้าในที่แห่งนี้’ “ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกน่า” น้ำหวานที่ดูจะตื่นเต้นกับทุกสิ่งรอบข้างพูดต่อ “จำที่พ่อแม่มึงบอกไม่ได้เหรอ? วิศวะคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ถ้ามึงรอดไปได้ ก็คือเสือดีๆ นี่เอง” “นั่นแหละปัญหา” ผมสวนกลับสั้นๆ พยายามไม่ให้เสียงสั่น “กูไม่อยากเป็นเสือ กูแค่อยากเรียนให้จบแล้วไปทำงานเงียบๆ ในที่ที่ไม่มีใครมานั่งตะโกนใส่หูแบบนี้” ผมถอนหายใจพลางเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่บนแท่นไม้หน้าหอประชุม พวกเขาดูต่างออกไป—ท่าทางการยืนที่ดูมั่นคงจนน่าหมั่นไส้ และสายตาที่มองลงมาเหมือนกำลังประเมินสมรรถภาพของชิ้นส่วนเครื่องจักร ไม่ใช่เฟรชชี่ที่เพิ่งพ้นรั้วมัธยมมาหมาดๆ ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น มีชายคนหนึ่งยืนกอดอกนิ่งๆ เขาไม่ได้ตะโกนเหมือนคนอื่น ไม่ได้ใส่เสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นเหมือนใคร แต่เขากลับดึงดูดสายตาคนทั้งลานเกียร์ด้วยความเงียบที่ทรงพลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ จนกระทั่ง... มันมาหยุดอยู่ที่ผม ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลังเมื่อเขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณบอกว่าผมเพิ่งทำอะไรบางอย่างที่ ‘ผิดกฎ’ โดยไม่รู้ตัว “เฮ้ย! ตรงนั้นน่ะ!” เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานดังข้ามฝูงชนมา ทุกอย่างรอบตัวผมเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง “คนที่มีเป้สีซีดๆ นั่นน่ะ เดินขึ้นมาข้างหน้า!” น้ำหวานสะกิดผมแรงๆ แต่ขาทั้งสองข้างของผมกลับหนักอึ้งเหมือนถูกเทด้วยคอนกรีต ผมจำใจต้องก้าวเท้าออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นจุดเดียว แต่ละก้าวที่เดินผ่านแถวของเพื่อนร่วมรุ่นมันช่างยาวนานและอึดอัดจนอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ ผมหยุดลงเบื้องหน้าเขา—‘คิม’ เฮดว้ากปีสามที่ใครๆ ก็เตือนว่าอย่าไปต่อกรด้วย เขาลดมือที่กอดอกลง แล้วก้าวเข้ามาหาจนผมได้กลิ่นจางๆ ของกาแฟดำผสมกับกลิ่นบุหรี่ที่ไม่ได้มวนมานาน เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ผมจินตนาการไว้ แต่มันกลับมีความสมเพชปนเหนื่อยหน่ายที่ผมไม่อาจแปลความหมายได้ “รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเรียกเธอออกมา?” เขาถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่บีบคั้น “ไม่ทราบครับ” ผมตอบ กลั้นใจมองตรงไปยังนัยน์ตาเข้มคู่นั้น “เพราะเธอคือคนเดียวที่ยืนตัวสั่นแต่ยังพยายามยืดอกมองหน้าคนอื่นอยู่ได้” คิมขยับยิ้มที่มุมปาก—เป็นยิ้มที่ดูเหมือนจะล้อเลียนมากกว่าชื่นชม “วิศวะไม่ได้ต้องการคนกล้าหาญที่ไม่มีสมอง แต่เราต้องการคนที่รู้ว่าตัวเองกลัวอะไร แล้วยังเลือกที่จะก้าวต่อ... หรือถ้าเธอคิดว่าที่นี่มันเกินตัวไป ก็ไปลาออกซะตอนนี้ ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้” ประโยคนั้นเหมือนหมัดฮุคที่พุ่งเข้ากลางใจ ผมรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากรอบด้าน ทั้งความคาดหวังของครอบครัวที่ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้เมื่อคืนก่อนจะเดินทางมาที่นี่ และคำพูดที่บั่นทอนความมั่นใจของคนที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงห้านาที “ผมจะไม่ลาออกครับ” ผมโต้กลับ เสียงที่เคยสั่นเริ่มมั่นคงขึ้น “เพราะถ้าผมออกไปตอนนี้ ผมก็จะเป็นแค่คนขี้ขลาดที่ยอมแพ้ให้กับการข่มขู่... ไม่ใช่คนที่พ่ายแพ้ให้กับความยากของบทเรียน” รอบข้างเงียบสนิทค้างไปครู่ใหญ่ ก่อนที่คิมจะแค่นหัวเราะในลำคอ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาจดอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว “งั้นก็ดี” เขาพูดพลางเก็บสมุด “จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดี ไอ้เด็กใหม่” คิมหมุนตัวหันหลังกลับไปหาเพื่อนที่รออยู่ แต่ก่อนที่เขาจะเดินพ้นไป เขาก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมาเพียงครึ่งตัว “อ้อ... ฝากบอกเพื่อนเธอด้วย ว่าถ้าอยากยืนคุยกันในฐานะเพื่อน ก็อย่าลืมทำความรู้จักกับ ‘กฎ’ ของคณะนี้ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เขตหวงห้าม” เขาเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความมึนงงและเสียงซุบซิบที่เริ่มดังขึ้นรอบตัวผม แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับไปหาน้ำหวาน สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นตรงจุดที่คิมยืนอยู่เมื่อครู่ มันคือรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่มีรอยยับย่นตรงมุมซ้าย ผมก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยความสงสัย แต่นิ้วมือผมแทบจะไร้ความรู้สึกในทันทีที่ภาพในรูปนั้นชัดเจนขึ้น ในภาพเป็นรูปของเด็กผู้ชายสองคนยืนกอดคอกันที่หน้าคณะวิศวะฯ เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งคนหนึ่งคือคิมในวัยที่ยังดูสดใสกว่านี้ ส่วนอีกคน... หัวใจผมแทบหยุดเต้น เมื่อคนที่ยืนเคียงข้างคิมในรูปถ่ายใบนั้น คือพี่ชายแท้ๆ ของผม... คนที่หายตัวไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "องศารักที่พักใจ" ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะถูกใจทุกคน! - ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%