“ปล่อยมือน้องเขาเดี๋ยวนี้ครับพี่เอก”
น้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุกของพี่คิมดังก้องไปทั่วระเบียงทางเดินหน้าห้องพักอาจารย์ ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยายราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ พี่เอกซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ฝั่งแม่ของปันชะงักกึก มือที่เคยจับต้นแขนปันไว้แน่นคลายออกอย่างไม่เต็มใจนัก
“แกเป็นแค่รุ่นพี่ในคณะ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน?” พี่เอกหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แววตาของพี่เอกเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม แต่สำหรับคิม... ดวงตาคู่นั้นกลับเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยประกายคมกริบที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอย่างที่มารุกล้ำอาณาเขตของเขา
“ผมไม่มีสิทธิ์สั่ง แต่ในฐานะเฮดว้ากที่รับผิดชอบความปลอดภัยของน้องในคณะ ผมมีสิทธิ์ปกป้องนักศึกษาของผมครับ” คิมขยับตัวก้าวเข้ามาขวางระหว่างปันกับพี่เอกอย่างแนบเนียน ร่างกายกำยำของเขากลายเป็นปราการเหล็กกล้าที่ทำให้ปันรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างประหลาด
ปันยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังของคิม ฝ่ามือเย็นเฉียบพยายามกำชายเสื้อช็อปของพี่ชายคนสนิทไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อของคิมทำให้น้ำตาที่คลอเบ้าเกือบจะร่วงหล่นลงมา
“ปัน... เดินไปหาน้ำหวานที่รออยู่ตรงนู้น” คิมไม่หันมามอง แต่เสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ต่างจากตอนคุยกับพี่เอกโดยสิ้นเชิง
“แต่ว่า...”
“เชื่อพี่นะ”
ปันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังออกไปอย่างช้าๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของคิม ความรู้สึกบางอย่างที่ปันพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มเด่นชัดขึ้นในหัวใจ มันไม่ใช่แค่ความเคารพ ไม่ใช่แค่ความหวั่นไหวชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือ ‘ความรู้สึก’ ที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนรู้จักทั่วไปจะมอบให้กัน
เมื่อปันเดินถอยห่างออกมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็แอบซุ่มมองอยู่หลังเสาต้นใหญ่ น้ำหวานเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกรออยู่รีบดึงปันเข้าไปหาทันที
“เป็นไงบ้างแก? ตาพี่คิมคนนั้นน่ากลัวมากเลยนะตอนโกรธ” น้ำหวานกระซิบถามด้วยความตื่นเต้นปนกังวล
“แกดูสิ...” ปันพยักพเยิดหน้าไปทางนั้น
สิ่งที่ปันเห็นคือคิมที่กำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่เอกโดยไม่มีการหลบเลี่ยง คิมไม่ได้ตะคอก ไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เขาใช้ ‘ความนิ่ง’ สยบความเคลื่อนไหว ท่าทีที่ดูสงบสยบความเคลื่อนไหวของคิมนั้นช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ... สิ่งที่ทำให้หัวใจของปันเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คือสายตาที่คิมเหลือบกลับมามองเขาก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคู่สนทนาต่อ
มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง หวงแหน และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เข้มข้นจนปันแทบจะอ่านออกว่ามันคืออะไร
“คิมมองแกแบบนั้น...” น้ำหวานพูดขึ้นเบาๆ ราวกับอ่านใจเพื่อนออก “สายตาแบบที่คนทั่วไปเขาไม่มองน้องรหัสหรอกนะปัน”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยหวาน... พี่เขาอาจจะแค่รู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่” ปันพยายามปฏิเสธความจริงที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ แม้ว่าในส่วนลึกของจิตใจ เขาจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มี ‘พี่รหัสคนไหน’ ยอมแลกตัวเองเพื่อปกป้องความกดดันจากครอบครัวของน้องรหัสมากถึงเพียงนี้
คิมเดินกลับมาหาปันหลังจากที่พี่เอกเดินสะบัดหน้าออกไปอย่างหัวเสีย สภาพของเขายังดูเรียบเฉย แต่คิ้วที่ขมวดมุ่นบ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
“กลับหอกันเถอะ พี่ไปส่ง” คิมเอ่ยปากสั้นๆ ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่รอคำตอบ ปันรีบเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ
ระหว่างทางกลับหอพัก ความเงียบปกคลุมไปทั่วบรรยากาศ ปันลอบมองเสี้ยวหน้าของคิมผ่านแสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทาง จังหวะการก้าวเดินที่สม่ำเสมอของเขาดูมั่นคงจนน่าใจหาย ปันอดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้หน้ากากของเฮดว้ากผู้เข้มงวดคนนี้ เขาซ่อนอะไรไว้ใต้แววตานิ่งเฉยนั้นกันแน่?
“พี่คิม...” ปันเรียกชื่อเขาเบาๆ
“หืม?” คิมหยุดเดินกะทันหัน ทำให้ปันที่ก้มหน้าเดินอยู่เกือบจะพุ่งชนแผ่นหลังของเขา คิมหันกลับมามอง มือหนายื่นมาจัดปกเสื้อของปันให้เข้าที่อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านลำคอทำเอาปันหยุดหายใจไปชั่วขณะ
“เรื่องที่บ้าน... ไม่ต้องเก็บมาคิดมากนะ” คิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ปันเคยได้ยินมา “พี่อยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรปันได้... ตราบใดที่พี่มีลมหายใจอยู่”
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนปันหน้าแดงวาบ ความสงสัยที่ค้างคาใจตั้งแต่ตอนบ่ายผุดขึ้นมาอีกครั้ง ปันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิม
“ทำไมพี่ต้องทำขนาดนี้ด้วยคะ? สำหรับพี่... ปันเป็นแค่คนอื่นไม่ใช่เหรอ?”
คิมชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนิ่งเฉยไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดน้ำตกลงไป เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่ข้างขมับของปัน กลิ่นอายของผู้ชายที่ดูดุดันแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นห่อหุ้มตัวปันเอาไว้
“คนอื่นงั้นเหรอ?” คิมทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ปันคิดว่าพี่เป็นคนแบบไหนกันแน่ถึงจะยอมเสี่ยงกับคนที่เขาไม่อยากให้ปันยุ่งด้วยขนาดนี้?”
ก่อนที่ปันจะได้ทันตอบโต้หรือหาคำมาแก้ต่าง จู่ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดของทางเข้าหอพัก ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของปันแทบหยุดเต้น
พี่เอกยืนอยู่ตรงนั้น... แต่น่าแปลกที่ข้างๆ เขากลับมี ‘ใครบางคน’ ที่ปันไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
“ไง... ไม่เจอกันนานเลยนะคิม” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก “ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็น ‘เฮดว้ากผู้แสนเย็นชา’ กำลังแสดงละครน้ำเน่าอยู่ตรงนี้”
คิมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเกลียดชังอย่างที่ปันไม่เคยเห็นมาก่อน ความลับที่คิมพยายามซ่อนไว้ดูเหมือนจะถูกกระชากออกมาพร้อมกับการมาถึงของคนคนนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับปันและคิมในทุกๆ ตอนนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไม่แพ้กันค่ะ!
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 20
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแววตา
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!