“ถอยไปเถอะค่ะพี่คิม... ปันไม่ได้อยากเป็นแค่หมากในเกมที่พี่วางไว้เพื่อเอาชนะใคร”
ฉันเค้นเสียงตอบออกไป ทั้งที่หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง คิมไม่ได้ขยับถอยห่างอย่างที่ฉันต้องการ ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับจมูกฉันเต็มเปา แววตาคมกริบของเฮดว้ากปีสามคนนี้ไม่ได้มีความดุดันเหมือนตอนยืนอยู่หน้าแถวรับน้อง แต่มันกลับมีความเว้าวอนและ... ความเปราะบางที่ฉันไม่เคยเห็น
“หมากเหรอ?” คิมทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ถ้าเป็นแค่หมาก ปันคิดว่าคนอย่างกูจะยอมเสียเวลามาคอยตามเช็ดตามล้างเรื่องวุ่นวายของปันมาตลอดทั้งอาทิตย์เหรอ”
“นั่นมันหน้าที่พี่ไม่ใช่เหรอคะ ในฐานะพี่ปีสามที่ต้องดูแลน้อง” ฉันพยายามเถียง แม้จะรู้ดีว่าคำพูดนั้นมันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
“อย่าใช้คำว่าหน้าที่มาปิดบังความรู้สึกตัวเองเลยปัน” เขายกมือขึ้นหมายจะแตะแก้มฉัน แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “กูเหนื่อยที่จะต้องเล่นบทโหดใส่พวกมึงเต็มทีแล้ว ยิ่งเห็นปันมองกูด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนี้... รู้ไหมว่ามันยิ่งกว่าโดนมีดกรีดใจกูอีก”
คิมหันหลังเดินนำไปยังขอบสนามหญ้าหลังอาคารเอนกประสงค์ที่ห่างไกลจากเสียงเพลงและกิจกรรมรอบกองไฟ ผมหงอกสีดำสนิทของเขาพริ้วไหวตามจังหวะก้าว เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่คืนนี้ไร้ก้อนเมฆ ดวงดาวนับล้านส่องประกายระยิบระยับล้อกับความมืดมิดเบื้องล่าง ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ
ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ดูเหมือนจะกว้างขึ้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ที่อัดอั้น
“ดาวพวกนั้นน่ะ...” คิมชี้มือขึ้นไปบนฟ้าโดยไม่หันมามอง “ดูเหมือนจะอยู่ใกล้กันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้วมันอยู่ห่างกันเป็นปีแสง... เหมือนกับกูกับปันตอนนี้เลยเนอะ”
“พี่คิมกำลังจะบอกอะไรปันกันแน่คะ” ฉันยืนกอดอกแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นของอากาศที่เริ่มกัดกินผิวหนัง แต่ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวคิมกลับทำให้หัวใจฉันสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“กูมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกใคร... แม้แต่พวกไอ้กรไอ้เก่ง” คิมเริ่มเล่า เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับจะปลิวไปกับสายลม “กูไม่ได้อยากเป็นเฮดว้าก ไม่ได้อยากเป็นคนแข็งกระด้างที่ทุกคนต้องกลัว ที่กูต้องทำแบบนั้น เพราะถ้ากูไม่สร้างกำแพงขึ้นมาสูงๆ... วันหนึ่งที่ใครสักคนเข้ามาแล้วทิ้งกูไปเหมือนที่แม่เคยทำ กูจะได้ไม่ต้องเจ็บเหมือนวันนั้น”
ฉันนิ่งอึ้ง คำพูดของเขาทำให้ภาพลักษณ์พี่ปีสามผู้แสนเย็นชาพังทลายลงตรงหน้า ความคาดหวังของพ่อแม่ที่กดทับฉันไว้ตลอดเวลาดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับบาดแผลที่คิมแบกรับมาตลอดหลายปี
“ปัน... ปันก็แค่คนธรรมดาที่อยากเรียนให้จบ อยากทำตามฝันของตัวเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากใคร” ฉันตัดสินใจเปิดใจบ้าง เสียงของฉันสั่นเครือ “ปันกลัวความล้มเหลว กลัวว่าถ้าวันหนึ่งปันไม่เก่งเหมือนที่แม่หวัง ปันจะไม่มีที่ยืน... ปันไม่เคยคิดเลยว่าพี่คิมที่มีทุกอย่าง จะรู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้”
เรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ความเงียบงันไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป แต่มันกลับเหมือนจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ต่อเข้าหากัน คิมค่อยๆ หันกลับมามองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความปรารถนา แต่มันมีความเข้าใจ... และความโหยหา
“ถ้ากูจะบอกว่า...” คิมเว้นจังหวะ เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเราเกือบจะชิดกัน “กูไม่ได้แค่อยากให้ปันมาเป็นส่วนหนึ่งในเกมของกู แต่กูอยากให้ปันมาเป็นเหตุผลที่ทำให้กูอยากตื่นมาเจอวันพรุ่งนี้... ปันจะว่ายังไง”
คำถามนั้นทิ้งร่องรอยไว้ในใจฉันอย่างรุนแรง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะหน้าทำให้สมองฉันพร่ามัวไปหมด กลิ่นหญ้าชื้นๆ และกลิ่นดาวดวงน้อยที่ห่างไกลดูเหมือนจะเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวในห้วงเวลานี้
“ปัน...” ฉันขานชื่อเขาเบาๆ ลังเลว่าจะก้าวเข้าหาหรือจะถอยหลังกลับไปสู่โลกที่ปลอดภัยกว่าเดิม
คิมขยับมือขึ้นมาแตะที่กลุ่มผมของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสั่นไหวเล็กน้อย “ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ แต่ขอแค่อย่าเดินหนีไปไหน... ได้ไหมครับ”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกความเงียบงันมาจากด้านหลังอาคาร คิมชะงักและรีบชักมือออกทันที เราทั้งคู่หันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของ ‘พี่เอก’ รองประธานรุ่นพี่ปีสี่ก้าวออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจ
“ทำอะไรกันอยู่หรือเปล่าคิม? กิจกรรมข้างหน้าเริ่มแล้วนะ อย่าให้คนอื่นต้องตามหาตัวเฮดว้ากจนเสียงานเสียการ” พี่เอกเว้นจังหวะ ก่อนจะหันมาสบตาฉันด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ออก “และปัน... มีคนฝากข่าวมาบอกว่าครอบครัวเธอโทรเข้ามือถือส่วนกลางของคณะตลอดเลยนะ ดูเหมือนจะมีเรื่องด่วนที่เธอต้องจัดการทันทีที่จบกิจกรรมคืนนี้”
หัวใจของฉันหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่รู้ว่าครอบครัวติดต่อมา ความอุ่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา คิมมองหน้าฉันด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านสายตาที่กดดันของพี่เอกมาหาฉันได้
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงตอนที่สิบเก้าด้วยกันนะคะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 19
ดาวใต้แสงดาว
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!