“ปล่อยค่ะพี่คิม”
ปันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดทับบรรยากาศในห้องพักนักศึกษาชั้นปีสาม มือของเธอพยายามบิดข้อมือออกจากการกอบกุมของชายหนุ่มร่างสูงอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องที่ดวงตาคมกริบของเขา แต่กลับเลื่อนไปมอง ‘พาย’ ที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจ
คิมยอมปล่อยมือแต่โดยดี ทว่าเขากลับไม่ก้าวถอยห่าง กลับขยับตัวเข้ามาใกล้จนปันได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอแดดที่ติดตัวเขามา “ถ้าเธอจะพูดเรื่องกิจกรรมช่วงบ่าย ก็บอกมาตรงๆ ว่าไม่ไหว”
“ปันไม่ได้บอกว่าไม่ไหวค่ะ” เธอสวนกลับทันควัน พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ “แค่เรื่องการซ้อมสันทนาการ ปันรับผิดชอบไหวค่ะพี่”
“เหรอ?” พายแทรกตัวเข้ามาในวงสนทนา น้ำเสียงของรุ่นพี่สาวราบเรียบจนน่ากลัว “เห็นยืนหอบจนตัวโยนแบบนี้ นึกว่าโดนพี่คิมเขาขู่จนขวัญเสียไปแล้วซะอีก หรือว่าที่จริงแล้ว... น้องปันมีปัญหากับบทบาทที่ได้รับมอบหมายกันแน่คะ?”
ปันเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มรับน้องพุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ กิจกรรมวันนี้คือบททดสอบความอดทนที่รุ่นพี่ปีสามวางไว้ โดยเฉพาะคิมที่เป็นเฮดว้าก เขาเข้มงวดกับเธอมากกว่าใครด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวบอกว่า ‘ต้องการให้เธอแกร่งพอที่จะอยู่ในวิศวะฯ ได้’ แต่ในสายตาคนอื่น มันกลับดูเหมือนการ ‘จงใจกลั่นแกล้ง’ จนเธอตกเป็นเป้าสายตา
“ปันทำได้ค่ะพี่พาย” ปันสูดลมหายใจลึก “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ปันขอตัวไปรวมกลุ่มกับเพื่อนนะคะ”
“ยังไปไม่ได้” คิมเอ่ยเสียงเรียบพลางคว้าสมุดบันทึกกิจกรรมในมือเธอไปเปิดดู “เย็นนี้มีการทดสอบศักยภาพส่วนบุคคล เธอต้องอยู่ซ้อมเดี่ยวกับฉันจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ ถ้าทำไม่ได้... การรับน้องของเธอในฐานะเฟรชชี่ตัวแทนคณะก็ถือว่าเป็นอันจบสิ้น”
คำพูดของเขาไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งที่ปันรู้ดีว่าเถียงไม่ได้ เธอหันไปมองน้ำหวานที่ยืนรออยู่หน้าประตู เพื่อนสนิทของเธอทำหน้ามุ่ยใส่ปันอย่างเห็นใจ ก่อนจะจำใจเดินแยกไปตามทาง
ตลอดช่วงบ่ายที่เหลือ บรรยากาศในสนามหญ้าหลังคณะเต็มไปด้วยความกดดัน ปันต้องยืนท่ามกลางแสงแดดจ้าที่แผดเผา เธอต้องท่องจำกฎของคณะซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางเสียงตะโกนกดดันของรุ่นพี่ในกลุ่มคิม หลายครั้งที่เธอยืนนิ่งด้วยความล้า แต่เธอก็ไม่ยอมทรุดตัวลง หรือแม้แต่จะปริปากบ่น เพราะรู้ดีว่าคิมจับจ้องทุกฝีก้าว
“สายตาเธอวอกแวกไปทางอื่นตลอด ปัน” คิมเดินเข้ามาใกล้ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าเช็ดเหงื่อ “ถ้าใจเธอไม่อยู่กับตรงนี้ ก็อย่าหวังว่าจะผ่านบททดสอบของฉันไปได้”
“ใจปันอยู่ตรงนี้เสมอค่ะพี่คิม” ปันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริกจากความอ่อนล้า แต่กลับมีความดื้อรั้นแฝงอยู่ “แต่พี่คิมต่างหากที่ทำให้ใจปันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว... พี่เข้มงวดกับทุกคนเท่ากันจริงหรือเปล่าคะ หรือพี่แค่จงใจจะให้ปันถอนตัวออกไปจากตรงนี้?”
คิมชะงักไปครู่หนึ่ง เงาของเขาบดบังแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของปัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวของเขามีร่องรอยของความอ่อนไหววูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทนที่ด้วยความเรียบเฉย “ฉันไม่เคยมีเวลาว่างมากพอที่จะมานั่งกลั่นแกล้งเด็กปีหนึ่ง ถ้าเธอคิดว่านี่คือการรังแก ก็ให้พิสูจน์ให้เห็นสิว่าเธอมีความอดทนมากพอที่จะเอาชนะความคิดของฉัน”
“ได้ค่ะ” ปันตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินไปที่กลางลานกิจกรรมเพื่อเริ่มการทดสอบครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นบททดสอบการนำเสนอโปรเจกต์กิจกรรมรับน้องท่ามกลางสายตารุ่นพี่นับสิบชีวิต
ทุกอย่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและกดดัน ปันทำได้ดีกว่าที่ทุกคนคาดคิด เธอตอบคำถามได้คมคายและหนักแน่น จนกระทั่งคำถามสุดท้ายจากพายที่ถูกยิงออกมากลางวง
“ถ้าน้องปันต้องเลือกระหว่าง ‘ความถูกต้อง’ กับ ‘ความสัมพันธ์ส่วนตัว’ ในฐานะพี่ปีหนึ่งที่ต้องคุมน้องๆ น้องจะเลือกทางไหน ถ้าคนตรงหน้าน้องคือคนคนเดียวกับที่น้องให้ใจเขาไปแล้ว?”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเล็กน้อยในหมู่รุ่นพี่ ปันชะงักไป คำถามนี้พุ่งตรงเข้าสู่ใจของเธออย่างจัง สายตาเธอเบนไปหาคิมที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล เขามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่คนรอบข้างต่างรอคอยคำตอบที่เธอจะตัดสินใจ
ปันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย ความกดดันที่ได้รับมาตลอดทั้งวันเหมือนจะระเบิดออกมาในคราวเดียว เธอตัดสินใจสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพายและคิมไปพร้อมกัน
“ถ้าความสัมพันธ์นั้นตั้งอยู่บนความไม่ยุติธรรม... ปันก็จะเลือกความถูกต้องค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมลานกิจกรรม คิมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก ทว่าในวินาทีที่ดูเหมือนทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยดี โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของปันก็สั่นรัวขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาหัวใจเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
สายเรียกเข้าจาก ‘แม่’ ที่ไม่เคยโทรหาเธอในเวลานี้มาก่อน ปันกดรับด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่เสียงสะอื้นของแม่จะลอดผ่านลำโพงออกมาท่ามกลางความเงียบสนิท
“ปัน... กลับมาหาแม่ด่วนเลยนะลูก พ่อ... พ่อเขาเอาเรื่องที่หนูจะทำกิจกรรมรับน้องไปบอกทุกคนในบ้านแล้ว ตอนนี้ที่บ้านวุ่นวายไปหมดแล้วลูก!”
ปันตัวแข็งทื่อ คำพูดของแม่ประหนึ่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองคิมที่กำลังมองเธอด้วยสายตาที่เริ่มมีความกังวลฉายชัดขึ้นมาในดวงตา ท่ามกลางความตึงเครียดของกิจกรรมรับน้องที่ยังไม่จบลง ชีวิตจริงที่แสนโหดร้ายของเธอกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับปันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะชานมไข่มุกหวานร้อย
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 13
บททดสอบหัวใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!