องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 43

แรงสนับสนุนจากเพื่อน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าแกยังทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ ฉันจะเอาชานมไข่มุกป้ายหน้าแกจริงๆ ด้วยนะไอ้ปัน!" เสียงตบโต๊ะดังปัง พร้อมกับแก้วน้ำพลาสติกที่กระทบกันจนน้ำแข็งกระเซ็น ไม่ได้ทำให้ปันหลุดออกจากภวังค์ความเงียบงันที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามวันเต็ม น้ำหวานถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าของเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความระอาปนเห็นใจ ขณะที่สายตาสอดส่องมองรอบโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เริ่มบางตาลง ปันยังคงนั่งกอดอก จ้องมองรอยขีดบนโต๊ะไม้เก่าๆ ทว่าภาพที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตากลับไม่ใช่เนื้อไม้ หากแต่เป็นแววตาคมกริบทอประกายความผิดหวังและประโยคสุดท้ายของคิมในคืนนั้น—*‘ถ้าเธอคิดว่าทุกอย่างที่ฉันทำมันไร้ความหมายขนาดนั้น ก็ตามใจ’*—หัวใจของฉันร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปากเขา และมันยังคงค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย "แกจะนั่งซึมเป็นสาทรแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย" น้ำหวานเลื่อนเก้าอี้เข้ามานั่งชิด พร้อมกับยื่นทิชชซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงให้ "นี่สู้มาถึงขนาดนี้แล้ว จะมาตกม้าตายเพราะอีแค่ทิฐิไม่ได้ ปฏิบัติการกาวใจต้องเริ่มแล้วค่ะคุณขา" "เขาไม่ได้โกรธฉันเพราะเรื่องงี่เง่าหรอกน้ำหวาน..." ปันเปล่งเสียงออกมาแหบแห้ง ริมฝีปากแห้งผากจนแทบปริแตก "สายตาพี่คิมวันนั้น... มันเหมือนกับว่าฉันกำลังทำลายความเชื่อใจทั้งหมดที่เขามีให้" "แล้วแกเคยอธิบายให้เขาฟังไหมล่ะว่าทำไมแกถึงเลือกทำแบบนั้น?" เสียงทุ้มต่ำแต่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาก่อนที่น้ำหวานจะได้สวนกลับ ร่างสูงโปร่งของใครบางคนหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ปันเงยหน้าขึ้นช้าๆ พบว่าเป็น *พี่กรณ์* รองเฮดว้ากเพื่อนสนิทของคิม สายตาที่มองมาไม่ได้ดุร้ายเหมือนยามที่คุมน้องเชียร์ แต่มีความนิ่งสงบที่ทำให้อึดอัดไม่แพ้กัน "รู้ไหมว่าไอ้คิมมันบ้างานและแบกรับอะไรไว้บ้าง... แต่กับแก... มันยอมยกข้อยกเว้นให้ทุกอย่าง จนกระทั่งแกเลือกที่จะปิดบังมัน" ปันเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก ภาพวันที่เธอตัดสินใจรับงานโปรเจกต์ลับโดยไม่ปรึกษาก่อน เพราะกลัวว่าคิมจะห้ามปรามด้วยความเป็นห่วง ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว เธอนึกว่าการรับมือด้วยตัวเองคือการเติบโต แต่มันกลับกลายเป็นดาบที่ย้อนมาแทงความสัมพันธ์ให้ร้าวราน "ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าฉันยืนด้วยขาตัวเองได้..." ปันกระซิบเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอหน่วย "ความรักในรั้วมหาวิทยาลัยมันไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครเก่งกว่าใครหรอกนะปัน" น้ำหวานเอื้อมมือมาบีบมือฉันแน่น แววตาจริงจังไร้คราบความทะเล้น "แต่มมันคือการเดินเคียงข้างกันต่างหาก แกเก่งได้ แกร่งได้ แต่การมีเขาอยู่ข้างๆ ไม่ได้แปลว่าแกอ่อนแอซะหน่อย" คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนก้อนหินที่ทุ่มลงบนผิวน้ำนิ่งสงบ แรงกระเพื่อมแผ่ขยายไปทั่วความรู้สึก ปันกะพริบตาไล่หยาดน้ำใส ผลักความดื้อรั้นทั้งหมดลงไปในหลุมหลบภัย แล้วพยักหน้ารับช้าๆ น้ำหวานยิ้มกว้างทันทีราวกับรอสัญญาณนี้อยู่ "ดีมาก! แผนกาวใจภาคบังคับเริ่มต้น ณ บัดนี้" น้ำหวานดีดนิ้วเปาะ "เย็นนี้พี่คิมมีประชุมสโมสรนักศึกษา เลิกประมาณทุ่มตรง ที่ห้องสมุดเก่าตึกคณะศิลปศาสตร์... ส่วนแก ต้องเป็นคนเอาแฟ้มเอกสารสรุปงบกิจกรรมที่เขาตามหาไปส่งให้" "เดี๋ยวนะ ทำไมต้องตึกนั้น มันเปลี่ยวไม่ใช่เหรอ?" ปันขมวดคิ้วสงสัย "เปลี่ยวสidดี! จะได้ไม่มีใครมารบกวนเวลาปรับความเข้าใจกันไงยะ" พี่กรณ์ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตบไหล่ปันเบาๆ "เอาวะน้องสาว เพื่อนพี่มันปากแข็งแต่ใจอ่อนยวบกับน้องคนเดียวแหละ รีบไปเคลียร์ให้จบซะที พวกผมเหนื่อยแทนเวลามันนั่งหน้ายักษ์ทำงาน" เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเกือบหนึ่งทุ่มตรง ปันก้าวเข้ามาในตึกคณะศิลปศาสตร์เก่าตามนัดหมาย บรรยากาศยามค่ำคืนของตึกร้างผู้คนให้ความรู้สึกวังเวงเล็กน้อย แสงไฟนีออนตามทางเดินกระพริบติดๆ ดับๆ สร้างความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นในอก แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินในมือหนักอึ้งพอๆ กับก้อนเนื้อใต้ราวหน้าอกที่เต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก หน้าห้องประชุมชั้นสอง ประตูไม้บานใหญ่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีแสงไฟลอดออกมา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่กำลังสั่งงานลูกน้องในทีม ปันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า มือเรียวผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นช้าๆ ทว่า... ภายในห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยสักคน! มีเพียงร่างสูงของคิมที่ยืนหันหลังให้ ประทับยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ แสงจันทร์สาดส่องกระทบไหล่กว้างและแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวเกินกว่าจะทนมอง "บอกแล้วไงว่าเอกสารชุดนั้นให้วางไว้บนโต๊ะ" เสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ปันสะดุ้งเล็กน้อยแต่รวบรวมความกล้าก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว "เอกสารไม่ได้วางไว้บนโต๊ะค่ะ... แต่มันอยู่ในมือฉัน" ร่างสูงชะงักกึก ไหล่กว้างเกร็งขึ้นทันที คิมหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นปัน ไม่ใช่รุ่นน้องปีสองคนอื่น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราทั้งคู่ชั่วขณะ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงระยะห่างสองเมตรที่ดูเหมือนจะไกลแสนไกล ปันกลืนน้ำเหนียวลงคอ ก้าวเข้าไปอีกก้าว วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ใกล้ตัว ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบหนีอีกต่อไป "ฉันขอโทษ... สำหรับทุกเรื่อง" น้ำเสียงของปันสั่นเครือเล็กน้อยแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันทำให้พี่รู้สึกเหมือนถูกกันออกจากชีวิต... แต่เชื่อเถอะค่ะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความหวังดีของพี่เลย" คิมยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่นั้นพยายามซ่อนความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ข้างใน สันจมูกโด่งเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยฟอร์มจัดของเจ้าตัว เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวปันช้าๆ จนกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยเข้าจมูก หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเงาของร่างสูงทาบทับลงมาบังแสงจันทร์จนหมดสิ้น "เธอคิดว่าคำขอโทษคำเดียวมันจะลบความงี่เง่าของเธอได้เหรอปัน?" คิมโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ ปลายจมูกของเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "รู้ไหมว่าสามวันที่ผ่านมา... ฉันแทบเป็นบ้าเพราะคิดถึงหน้าเธอแค่ไหน" ปันเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อประโยคตัดพ้อที่ซ่อนความห่วงหาหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นของเขา ก่อนที่คิมจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ดึงรั้งเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง และในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ ทันใดนั้นเอง... เสียงปรบมือดังสนั่นพร้อมกับเสียงเป่าปากแซวก็ดังมาจากมุมมืดหลังตู้เอกสาร! "ฮิ้ววว! จบสวย! เลิกซึมแล้วโว้ยเพื่อนรัก!" เสียงน้ำหวานและพี่กรณ์โผล่พรวดออกมาพร้อมกับลูกโป่งที่ซ่อนไว้ด้านหลัง ทำเอาคิมชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินปนตกใจ ขณะที่ปันหน้าเหวอสนิทเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเราถูกแผนกาวใจของเพื่อนแกงหม้อใหญ่เข้าให้แล้ว! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักของเด็กๆ คู่นี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%