ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 10

รอยร้าวในกำแพงเมือง

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เศษโลหะชิ้นสุดท้ายถูกตอกย้ำลงบนทั่งเหล็กด้วยแรงเหวี่ยงที่คำนวณองศามาอย่างแม่นยำ เสียงโลหะกระทบกันกังวานก้องไปทั่วห้องใต้ดินอันอบอ้าว คินถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะใช้คีมคีบดาบสั้นเนื้อเหล็กกล้าผสมคาร์บอนสูงจุ่มลงในถังน้ำมันหล่อเย็น ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมากลบใบหน้าคร่ำเคร่งของเขาที่ฉาบไปด้วยหยาดเหงื่อ "อุณหภูมิผิวหน้าคงที่ที่เจ็ดร้อยห้าสิบองศา องค์ประกอบโครงสร้างผลึกเรียงตัวกันเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์... พอใช้ได้สำหรับการเปิดทางเข้าเขตอันตราย" คินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสสีเข้มกวาดมองหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า มันคือระบบประเมินคุณภาพไอเทมที่เขาพัฒนาขึ้นมาเองโดยอาศัยตรรกะทางฟิสิกส์ ไม่ใช่พึ่งพาแค่ระบบสเตตสำเร็จรูปที่ทางเกมจัดสรรมาให้ การันตีว่าอาวุธทุกชิ้นที่ผ่านมือเขามีความทนทานสูงกว่ามาตรฐานตลาดถึงสามเท่าตัว ที่มุมห้อง ลิน่านั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังหมุนคฑาเวทมนตร์หัวผลึกคริสตัลเล่นไปมาอย่างใช้ความคิด ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่ชายหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านยาก "นายมั่นใจแค่ไหนว่าไอ้เศษเหล็กที่เพิ่งตีเสร็จนั่น จะช่วยให้เราลอดชีวิตกลับมาจาก 'ซากปรักหักพังเวลคอร์' ได้?" ลิน่าเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงความกังวลไว้ลึกๆ "ข้อมูลวงในบอกว่าดันเจี้ยนเขตนั้นไม่ใช่แค่เลเวลมอนสเตอร์สูงกว่าปกติ แต่ระบบสนามแม่เหล็กในนั้นมันรบกวนการส่งผ่านข้อมูลของระบบเกมโดยตรง เวทมนตร์ของฉันอาจจะใช้งานได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ" คินวางค้อนลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังทึบ เขาหันมาสบตากับอดีตโปรเพลเยอร์สาว นัยน์ตาสงบนิ่งคู่นั้นสะท้อนภาพของเธออย่างชัดเจน "ระบบแม่เหล็กหรือจะสู้ความเข้าใจในกฎเกณฑ์ทางกายภาพครับ ลิน่า" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุุ่มนุ่มและมั่นคง "จำไว้ว่าเกมนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากเวทมนตร์ลอย ๅ แต่มันถูกขับเคลื่อนด้วยโค้ด คำนวณ และแรงเสียดทาน มอนสเตอร์ในเขตเวลคอร์มีเกราะหนาก็เพราะมันวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับเวทมนตร์ แต่มันไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับ 'แรงอัดกระแทกเชิงกล' ที่คำนวณจุดศูนย์ถ่วงอย่างแม่นยำ" ลิน่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับทอประกายความเชื่อมั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรู้จักคินดี ชายคนนี้ไม่เคยพูดอะไรพล่อยๆ ทุกคำพูดของเขาอิงอยู่บนสมมติฐานที่ผ่านการทดลองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน "นายเนี่ยนะ... ชอบทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายอยู่เรื่อย" ลิน่าลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามกางเกงหนังสีดำของเธอเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน "ถ้าอย่างนั้น ในฐานะที่ฉันเป็นคนถือแผนที่นำทาง ฉันขอเตือนอะไรไว้อย่าง..." เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนคินสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของมานาบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "...ทางเข้าเขตซากปรักหักพังเวลคอร์ไม่ได้เปิดให้ใครเดินเข้าทางประตูหน้า ทหารยามของระบบและกิลด์ใหญ่ต่างก็เฝ้าจับตาดูพื้นที่นั้นอยู่ ถ้าเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เราจะไม่ใช่แค่ตายแล้วเกิดใหม่ในเมือง แต่ไอเทมทั้งหมดที่นายเพิ่งตีขึ้นมาจะถูกริบเข้าคลังกลางของพวกมันทันที" คินพยักหน้ารับช้าๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้า มีเพียงประกายตาคมกริบที่ฉายแววความท้าทาย "ผมไม่ได้วางแผนจะเดินเข้าทางประตูหน้าตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ" คินหยิบดาบสั้นที่เพิ่งชุบเสร็จขึ้นมาเสียบไว้ที่เข็มขัดด้านข้าง ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มขึ้นมาสวมทับ "ประตูที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ย่อมมีช่องโหว่ที่มนุษย์สร้างขึ้นเช่นกัน... ไปกันเถอะครับ เรามีนัดต้องไปเก็บกวาดดรอปไอเทมระดับตำนานกัน" ทั้งสองก้าวเดินออกจากโรงตีเหล็กขนาดเล็กในย่านสลัมของเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ชายขอบแผนที่ที่ไร้ผู้คน บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากความจอแจของตลาดการค้า กลายเป็นความเงียบงัดและเย็นยะเยือกของเขตแดนรกร้าง การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การออกไปล่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่มันคือการเดิมพันครั้งสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า 'ทักษะและความเข้าใจที่แท้จริง' สามารถก้าวข้ามกำแพงความเหลื่อมล้ำของระบบเลเวลที่พระเจ้าในเกมกำหนดไว้ได้หรือไม่ เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังขนาดมหึมาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ สีดำสนิทของโครงสร้างเหล็กกล้าโบราณตัดกับท้องฟ้าสีเทาหม่น ทว่า ในขณะที่คินกำลังจะก้าวเท้าข้ามเขตแดนกั้นระหว่างโซนปลอดภัยและโซนอันตราย หน้าต่างระบบสีแดงฉานขนาดใหญ่ก็เด้งขึ้นมาขวางหน้าพอดิบพอดี พร้อมกับเสียงเตือนอันแหลมคมที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่หวงห้ามระดับ SSS] [ผู้เล่น 'คิน' และ 'ลิน่า' ได้ก้าวเข้าสู่เขตอาณาเขตของ 'ผู้พิทักษ์แห่งเวลคอร์' - บอสลับนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก] [คำเตือน: ระบบการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในพื้นที่นี้ถูกตัดขาด คุณจะไม่สามารถใช้ไอเทมฟื้น 100% หรือขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้อีกต่อไป จนกว่าจะกำจัดเป้าหมายหรือถูกทำลายล้าง] คินหยุดชะงักฝีเท้าทันที นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองตัวเลขเลเวลของบอสที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างเตือน ซึ่งมันแสดงผลเป็นเครื่องหมายคำถามสีแดงเพลิงสามตัวติดกัน ลิน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ สูดหายใจเข้าลึก and ยกคฑาขึ้นตั้งรับโดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมของเธอ แม้แต่ในฐานะอดีตโปรเพลเยอร์ เธอก็ไม่เคยเห็นการแจ้งเตือนระดับนี้มาก่อนในเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ "คิน..." เสียงของลิน่าสั่นเครือเล็กน้อย "เจ้านี่... ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลที่เราหามานี่นา" คินไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาก้มมองมือขวาที่กำด้ามค้อนแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ก่อนจะเหลือบมองเงาสوงใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากหมอกหนาทึบเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ไม่ต้องตกใจไปหรอครับ..." คินกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "นั่นหมายความว่า... ของดรอปชิ้นแรกที่เราจะได้จากที่นี่ คงจะมีค่ามากกว่าที่เราคาดไว้หลายเท่าตัวทีเดียว" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมค้อนและกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%