ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 9

การตัดสินใจของคนนอกคอก

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"เงินห้าแสนจีลกับสิทธิ์ในการถือครองไอเทมดรอประดับยูนีกสิบเปอร์เซ็นต์... ข้อเสนอนี้คงทำให้กิลด์ใหญ่อื่นๆ ยอมก้มหัวให้ท่านหัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬได้ไม่ยากเลยนะครับ แต่ก็น่าเสียดาย ที่ผมไม่ใช่ประเภทที่จะยอมเอาชื่อเสียงและหยาดเหงื่อของตัวเองไปผูกติดไว้กับโซ่ตรวนของใคร" เสียงของคินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องประชุมกิลด์ชั้นสาม กลิ่นอายของไวน์ราคาแพงและควันซิการ์จางๆ ลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สายตานับสิบคู่จากเหล่าผู้บริหารกิลด์ระดับแนวหน้าต่างจ้องมองมาที่ชายหนุ่มในชุดช่างตีเหล็กสีดำสนิท ผู้ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งเครื่องประดับเวทมนตร์เสริมพลังป้องกันราคาแพงสวมใส่ วาทิน หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ชายวัยกลางคนผู้มีแผลเป็นลากผ่านดวงตาข้างขวา ค่อยๆ วางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหนาหนัก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "คิน... คุณกำลังปฏิเสธโอกาสทองครั้งสุดท้ายในเกม *Mythril Online* นี้อย่าง L-03 จงใจเลือกทางที่แม้แต่ผู้เล่นระดับท็อปร้อยยังส่ายหน้าหนี คุณคิดว่าเตาหลอมกระจอกๆ กับค้อนเหล็กเล่มเดียวของคุณ จะทนรับแรงกดดันจากดันเจี้ยนเขตแดนเหนือไหวอย่างนั้นหรือ?" "เตาหลอมของผมจะดีหรือแย่ อย่างน้อยไฟในนั้นก็ลุกโชนด้วยเชื้อเพลิงของตัวเองครับ ไม่ใช่เศษกระดูกที่ได้มาจากการเอาเปรียบผู้เล่นอื่น" คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาดำขลับสะท้อนภาพของวาทินโดยไม่มีความเกรงกลัวเจือปนแม้แต่น้อย ลิน่า ซึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนลำกล้องปืนเวทมนตร์ดัดแปลงที่เหน็บไว้ข้างเอวเบาๆ เป็นจังหวะ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับคำตอบนั้น ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นทำลายความกดดัน "หัวหน้าวาทินคงลืมไปแล้วกระมังครับว่า คนเราต่อให้มีกองทัพมดนับหมื่นตัว แต่ถ้าขาลีบเดินขึ้นภูเขาไม่ไหว ก็ไม่มีวันได้เห็นวิวบนยอดเขาหรอกนะ... พวกเราขอตัวก่อน พื้นที่รับรองตรงนี้อากาศเริ่มน้อยลงจนหายใจไม่สะดวกแล้วล่ะครับ" สิ้นคำพูดของลิน่า คินก็โค้งตัวลงเล็กน้อยตามมารยาทของสุภาพบุรุษ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่รอฟังคำอนุญาตใดๆ เสียงฝากฝังคำขู่ อาฆาตมาดร้ายดังไล่หลังมาพร้อมกับแรงดันมานาที่ถูกปลดปล่อยออกมาขู่ขวัญ แต่พวกเขาทั้งสองก็ก้าวเดินผ่านประตูเหล็กกล้าออกไปอย่างไร้ความสะดุด เบื้องล่างคือถนนสายหลักของเมืองหลวงทาร์ทารัส แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ส่องกระทบละอองฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา กลิ่นอายของความชื้นและดินโคลนผสมผสานกับเสียงจอแจของผู้เล่นที่กำลังเร่งรีบหาที่หลบฝน ทว่าสำหรับคินและลิน่าแล้ว เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้อยู่ท่ามกลางแสงสีเสียงในเมืองหลวงแห่งนี้ "นายแน่ใจนะคินว่าเราจะไม่รับข้อเสนอเสริมทุนจากสมาคมการค้า?" ลิน่าเอ่ยถามขึ้นขณะกางร่มเวทมนตร์กันละอองฝนสีฟ้าคราม ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่กำลังเดินก้าวอย่างมั่นคง "ถ้าเราเอารelativeจากทุนของสมาคมการค้า สิ่งที่เราต้องแลกมาคือ 'เวลา' ครับ ลิน่า" คินหยุดเดินชั่วครู่ ดวงตาสีเข้มมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าซึ่งทอดยาวไปสู่หุบเขาแห่งเสียงคำราม (Roaring Ravine) ดันเจี้ยนระดับ 75 ที่ขึ้นชื่อเรื่องอัตราการตายสูงสุดในแพตช์ปัจจุบัน "ระบบการผลิตของผมถูกออกแบบมาให้พึ่งพาความแม่นยำของฟิสิกส์และการคำนวณ ไม่ใช่การเร่งรอบด้วยไอเทมเติมเงิน ถ้าเราไปพึ่งเงินพวกนั้น ดาบเล่มต่อไปที่เราจะตีจะไม่ใช่ผลงานจากจิตวิญญาณ แต่จะเป็นแค่สินค้าอุตสาหกรรมที่รอวันตกรุ่น" ลิน่ายิ้มบางๆ เธอเข้าใจชายหนุ่มคนนี้ดีกว่าใคร นี่คือความดื้อรั้นอันงดงามของวิศวกรผู้ปฏิเสธการประนีประนอมกับระบบที่บิดเบี้ยวของเกม ในขณะที่คนอื่นพยายามอัปเลเวลเพื่อสวมใส่ชุดเกราะเทพๆ คินกลับเลือกที่จะศึกษา 'โครงสร้างโมเลกุล' ของแร่ธาตุและแรงเสียดทาน เพื่อสร้างอุปกรณ์ที่สามารถทะลวงจุดอ่อนของบอสได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทั้งสองมุ่งหน้าสู่เวิร์กช็อปส่วนตัวขนาดเล็กที่ตั้งอยู่สุดเขตชานเมือง อาคารไม้เก่าแก่ชั้นเดียวที่มีควันสีเทาลอยพวยพุ่งจากปล่องไฟตลอดเวลา ที่นี่คือรังของช่างตีเหล็กนอกคอกและอดีตโปรเพลเยอร์ผู้สูญเสียเซนส์ ทันทีที่ผลักประตูก้าวเข้าไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีทองก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกลิ่นหอมของถ่านหินคุณภาพสูงและเหล็กกล้าที่ถูกเผาไฟ [ระบบแจ้งเตือนพิเศษ: ท่านได้ปฏิเสธข้อผูกมัดจากกิลด์ใหญ่ 'พยัคฆ์ทมิฬ'] [สถานะตัวละครอัปเดต: เข้าสู่เงื่อนไข 'ผู้โดດเดี่ยวแห่งหุบเขา' (Lone Smith Status)] [ผลลัพธ์: อัตราการดรอปวัตถุดิบหายากเพิ่มขึ้น 200%, แต่ความทนทานของอุปกรณ์ทุกชิ้นระหว่างการสวมใส่จะลดลงเร็วกว่าปกติ 3 เท่า และไม่สามารถรับความช่วยเหลือจากผู้เล่นนอกปาร์ตี้ได้] ลิน่าเหลือบมองหน้าจอสีทองเหล่านั้นแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ให้ตายสิ นายทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้นไม่ได้เลยจริงๆ ใช่ไหมคิน แบบนี้เราต้องทำงานหนักขึ้นสามเท่าเลยนะ" คินวางค้อนเหล็กน้ำหนักสิบกิโลลงบนทั่งตีเหล็ก เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนกังวานไปทั่วห้อง เขากลัดกระดุมเสื้อคลุมช่างตีเหล็กให้แน่นขึ้น ก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาวด้วยแววหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า "ความยากลำบากไม่ได้มีไว้ให้เราหลบหนีครับลิน่า แต่มันมีไว้ให้เราใช้ทดสอบว่า ค้อนในมือของเรามันคมพอที่จะทุบทำลายความอยุติธรรมของเกมนี้ได้หรือเปล่า... เอาล่ะ เตรียมกระสุนเวทมนตร์ของคุณให้พร้อม พรุ่งนี้รุ่งสาง เราจะไปเยือนเหมืองร้างใต้หุบเขาแห่งเสียงคำรามกัน" ขณะที่คินกำลังหยิบแท่งแร่มีเทอรอยด์บริสุทธิ์ขึ้นมาเพื่อเตรียมขั้นตอนการหลอมรอบปฐมฤกษ์ ภายใต้แสงไฟสีส้มวับๆแวมๆ จากเตาหลอม จู่ๆ หน้าจอระบบอินเตอร์เฟซทั้งหมดในเวิร์กช็อปก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงกุกกักแปลกประหลาดที่ดังมาจากใต้พื้นไม้กระดาน ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่ถูกฝังกลบเอาไว้มานานนับร้อยปี กำลังค่อยๆ ขยับตัวตื่นขึ้นจากการหลับใหล ลิน่าชักปืนเวทมนตร์ขึ้นมาตั้งรับทันทีโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเหลือบไปเห็นค่าพลังงานมานารอบห้องพุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดอันตรายในเสี้ยววินาที "คิน... ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องรอให้ถึงรุ่งสางแล้วล่ะครับ..." ลิน่ากระซิบเสียงเครียด ขณะที่พื้นห้องใต้เท้าของพวกเขากำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และรอยแยกสีแดงฉานก็เริ่มปริแตกออกพร้อมกับไอร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมา... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมค้อนและกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%