เสียงกระทบของโลหะเนื้อแน่นที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คือสิ่งเดียวที่ขับไล่ความอึดอัดภายในห้องทำงานใต้ดินแห่งนี้ได้ คินตวัดค้อนเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมลงบนชิ้นงานสีแดงฉาน ประกายไฟแตกกระจายราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่น ทุกลายเส้นที่เขาสลักลงไปบนเกราะป้องกันระดับกลางไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มันคือผลลัพธ์ของสมการฟิสิกส์และการคำนวณแรงเหวี่ยงที่แม่นยำระดับไมครอน
"อัตราการกระจายความร้อนของแร่ดามาสก์ชิ้นนี้ลดลงไปเกือบสี่เปอร์เซ็นต์หลังจากนายปรับมุมตีเฉียงสิบห้าองศา... นายเป็นมนุษย์จริงๆ ใช่ไหมคิน"
ลิน่าพิงสะโพกเข้ากับชั้นวางขวดโพชั่น ดวงตาคู่คมจดจับอยู่หน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกราฟิกโครงสร้างผลึกแร่ เธอยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ แววตาฉายความทึ่งอย่างไม่ปิดบัง แม้เธอจะสูญเสียเซนส์การเล็งเป้าหมายในโลกเสมือนไปจากอุบัติเหตุในอดีต แต่สัญชาตญาณการอ่านค่าทางสถิติของเธอยังคงเฉียบคม และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอกลายเป็นมันสมองเบื้องหลังความสำเร็จของเตาหลอมแห่งนี้
"ผมแค่ทำตามตรรกะที่ควรจะเป็นครับ ลิน่า" คินวางค้อนลงบนแท่นด้วยความนุ่มนวล เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเก่าเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก "ในโลกที่ระบบเกมพยายามจำกัดกรอบความสามารถด้วยตัวเลขเลเวล สิ่งเดียวที่ระบบคาดไม่ถึงคือ 'ช่องว่าง' ระหว่างรอยต่อของโค้ดโปรแกรม... และนั่นคือพื้นที่ทำกินของเรา"
เสียงเตือนของระบบอินเตอร์เฟซหน้าร้านค้าส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ แต่ทว่า บรรยากาศภายนอกประตูไม้สักบานหนากลับไม่ได้เงียบสงบเหมือนเช่นเคย เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่หยุดลงตรงหน้าทางเข้า พร้อมกับแรงกดดันจากจิตสังหารระดับสูงที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อไม้เข้ามาอย่างจงใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ไม่มีการเคาะขออนุญาตอย่างสุภาพ มีเพียงจังหวะการเคาะสามครั้งที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและคำสั่งกลายๆ ว่าคนข้างในไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการเปิดประตู
คินสบตากับลิน่าเพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ลิน่าขยับตัวไปยืนพิงมุมห้องใกล้กับเสาคาถาพรางตา ขณะที่คินเดินไปปลดกลอนประตูกลไกด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นอายของเงินตราและอำนาจก็ทะลักเข้ามาแทนที่อากาศบริสุทธิ์
ชายร่างสูงสวมชุดเกราะเต็มยศประดับตราสัญลักษณ์รูปกรงเล็บมังกรทอง—สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ 'กิลด์อัคคีสวรรค์' กิลด์ยักษ์ใหญ่ติดอันดับท็อปไฟว์ของเซิร์ฟเวอร์—ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังของเขาคือผู้เล่นอาชีพการ์เดียนระดับท็อปอีกสี่คนที่คอยคุมเชิงปิดกั้นทางออกทุกด้าน
"นายคือคิน ชายผู้สร้างดาบไร้พ่ายในงานประมูลสัปดาห์ก่อนสินะ" น้ำเสียงของชายผู้มาเยือนเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาไม่แม้แต่จะแนะนำตัว นัยน์ตาสีเทากวาดตามองเครื่องมือในร้านด้วยสายตาดูแคลน "ฉันชื่อบารอน รองหัวหน้าหน่วยหาเสบียงและยุทธภัณฑ์ของอัคคีสวรรค์... วันนี้ฉันไม่ได้มาในฐานะลูกค้า แต่ฉันมาเพื่อตกลงผลประโยชน์ที่จะทำให้ช่างตีเหล็กไร้ชื่อเสียงอย่างนายลืมตาอ้าปากได้ไปตลอดชีวิต"
คินยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือแม้แต่ความเกรงใจ "ถ้าเป็นการสั่งทำอาวุธ คิวนghร้านของผมยาวไปจนถึงเดือนหน้าแล้วครับ และถ้าเป็นเรื่องอื่น ผมเกรงว่าผมคงไม่มีเวลาว่างพอจะมารับฟังข้อเสนอที่ไม่ได้สร้างมูลค่าทางวิศวกรรม"
รอยยิ้มบนใบหน้าของบารอนแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ได้คาดคิดว่าเด็กหนุ่มเลเวลต่ำผู้เปิดร้านซ่อมแซมซอกมุมเมืองจะกล้าต่อปากต่อคำกับขั้วอำนาจที่กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของเกมไว้ในมือ
"สามหาว!" หนึ่งในลูกน้องด้านหลังก้าวเท้าออกมากระชากเสียงคำราม พร้อมกับปล่อยจิตคุกคามข่มขู่ "รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอยู่กับใคร! กิลด์อัคคีสวรรค์ต้องการสูตรการตีโลหะผสมไทเทเนียมและเทคนิคการลดความร้อนที่แกใช้... ส่งมันมาซะดีๆ แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตร้านกระจอกๆ นี่ ให้ยังเปิดทำการต่อไปได้ใต้ร่มเงาของเรา"
ความโลภและอำนาจมักมาในรูปแบบของการบังคับขู่เข็ญเสมอ คินถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง แต่มันคือความรู้สึกน่าสมเพชต่อระบบโครงสร้างของกิลด์ใหญ่ที่มักเลือกใช้วิธี 'ปล้นชิง' แทนที่จะ 'พัฒนา'
"สูตรการผลิตเหรอครับ?" คินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ เพราะสิ่งที่พวกคุณเรียกว่า 'สูตร' นั้น มันไม่มีอยู่จริงในตำราเล่มไหน มันเกิดจากความเข้าใจเรื่องอุณหพลศาสตร์และแรงกระแทกที่ผมใช้เวลาทดลองนับร้อยชั่วโมง... ของแบบนี้ ต่อให้ผมเขียนใส่กระดาษยื่นให้พวกคุณไปอ่าน คนที่ไม่มีความเข้าใจพื้นฐาน ก็เป็นได้แค่คนถือค้อนที่เอาแต่ทุบเหล็กให้พังคามือเท่านั้นแหละครับ"
"แก!" บารอนก้าวประชิดตัวเข้ามา แรงกดดันจากสกิลติดตัวของอาชีพนักรบคลั่งพุ่งเข้าใส่หน้าอกของคินจนเสื้อผ้าสั่นไหว "อย่ามาปากดีไอ้หนู แกคิดว่ามีฝีมือหน่อยแล้วจะปีนเกลียวกับกิลด์ของเราได้งั้นรื้อ? เซิร์ฟเวอร์นี้ไม่มีที่ยืนให้คนอวดดีหรอกนะ ถ้าวันนี้แกไม่ยอมเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดทั้งหมดให้เรา ร้านของแกจะต้องกลายเป็นจุล และตัวแกเองก็จะติดสถานะ 'เนรเทศ' จนไม่สามารถเหยียบเข้าเมืองนี้ได้อีกเลยตลอดกาล!"
บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เสียงลมหายใจของฝ่ายตรงข้ามดังสะท้อนในความเงียบ ลิน่ายังคงซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด นิ้วเรียวของเธอกำลังร่ายวงเวียนมานาเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์บานปลาย
ทว่า คินกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นและคำนวณมาแล้วอย่างดี
"การข่มขู่เป็นกลยุทธ์ที่ล้าสมัยมากเลยนะครับ คุณบารอน" คินจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวั่นเกรง "เพราะในขณะที่คุณกำลังใช้เวลามาขู่ผมที่หน้าประตูร้าน... คุณอาจจะลืมตรวจสอบสถานะการถือครองกรรมสิทธิ์ของไอเทมชิ้นล่าสุดที่คุณเพิ่งประมูลไปเมื่อคืนนี้เสียแล้วล่ะมั้งครับ"
บารอนชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว มือของเขาที่กำลังเอื้อมมาหมายจะกระชากคอเสื้อคินค้างกลางอากาศ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนระบบสีแดงฉานระดับฉุกเฉินก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนบริเวณนั้น พร้อมกับหน้าต่างข้อความระบบที่เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: สิทธิ์การครอบครองเหมืองแร่หลวงถูกโอนย้าย... ผู้เล่น "คิน" ได้รับกรรมสิทธิ์การบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในโซนที่ 4 อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมค้อนและกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 8
เงาจากกิลด์ยักษ์ใหญ่
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!