"เหล็กกล้าชั้นดีไม่เคยส่งเสียงกรีดร้องยามถูกตี มันเพียงแต่ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงและอุณหภูมิที่ถูกต้อง"
คินเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง ขณะที่ค้อนเหล็กในมือขวาตวัดลงกระทบก้อนโลหะสีนิลในเตาหลอมอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะการกระทบไม่ได้เกิดจากพละกำลังดิบเถื่อนที่ระบบ VRMMO มอบให้ หากแต่มาจากความเข้าใจในโครงสร้างระดับโมเลกุลของแร่ *‘ไอบอนไนต์’* แร่หายากที่ผู้เล่นทั่วไปมักตีขึ้นรูปด้วยความร้อนสูงจนเนื้อโลหะเปราะบาง แต่สำหรับเขา มันคือวัสดุที่ต้องอาศัยการลดอุณหภูมิสลับกับการตีด้วยมุมองศาที่เป๊ะ 45 องศา เพื่อรักษาค่าความทนทานพิเศษเอาไว้
ภายในห้องใต้ดินอันมืดสลัวของร้านขายอุปกรณ์เก่า ๆ ย่านสลัมเมืองหลวง เสียง *เคร้ง! เคร้ง!* ดังสะท้อนก้องอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังเดินหน้าไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
ลิน่านั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่ามุมห้อง สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่เตาหลอม แต่กำลังกวาดอ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่แสดงสถิติการซื้อขายในตลาดมืดของเกม *‘Aethelgard Online’* อย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวเล็กเลื่อนหน้าจอไปมาจนกระทั่งหยุดอยู่ที่กระทู้หนึ่ง ซึ่งกำลังพุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวดหมู่อุปกรณ์สวมใส่
"นายกำลังดังใหญ่แล้วนะ คิน..." ลิน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงรอยยิ้มมุมปากไว้จาง ๆ "ดาบสั้นระดับแรร์เล่มที่นายส่งมอบให้กิลด์เงาอัสนีเมื่อสามวันก่อน ตอนนี้ถูกนำไปประกาศขายต่อในตลาดมืดด้วยราคาที่สูงกว่าต้นทุนถึงสิบเท่า แถมยังมีข่าวลือสะพัดว่า มันคืออาวุธที่สร้างโดย *‘ช่างตีเหล็กเงา’* ผู้ปฏิเสธระบบช่วยเหลือการหลอมของเกม"
คินหยุดมือลงเล็กน้อย ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาจากอ่างน้ำดับความร้อน ละอองไอน้ำสีขาวลอยคลุ้งกระทบกับแสงไฟสีส้มจากเตาหลอม สะท้อนใบหน้าอันเยือกเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดคำนึง
"ระบบช่วยเหลือของเกมถูกออกแบบมาเพื่อคนหมู่มาก แต่มันขโมย ‘จิตวิญญาณ’ ของงานฝีมือไปหมดสิ้น" คินวางค้อนลงบนโต๊ะไม้ เสียงวัตถุกระทบกันเบา ๆ "ราคาที่สูงลิ่วในตลาดมืดไม่ได้หมายความว่าฝีมือฉันดีเลิศหรอกนะลิน่า แต่มันหมายความว่า มีคนจำนวนมากกำลังกระหายหา ‘ความแตกต่าง’ ในโลกที่ทุกอย่างถูกตั้งค่าเอาไว้หมดแล้วต่างหาก"
เขายกดาบเล่มเสร็จใหม่ขึ้นมาพิจารณา เนื้อโลหะสีดำสนิทปรากฏลวดลายคลื่นน้ำจาง ๆ ซึ่งเกิดจากการพับเหล็กซ้ำถึงสิบสองครั้ง ไม่มีระบบออโต้คราฟต์ใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอณูบนใบดาบคือผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อและตรรกะทางฟิสิกส์ที่คินคำนวณไว้ในหัว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขากังวลไม่ใช่เรื่องชื่อเสียงที่เริ่มก่อตัวขึ้นในโลกใต้ดิน หากแต่เป็นเงาปริศนาที่เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวต่างหาก
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ระหว่างที่ลิน่ากำลังเดินสำรวจตลาดเพื่อหาวัตถุดิบเพิ่มเติม เธอบังเอิญสังเกตเห็นผู้เล่นกลุ่มหนึ่งสวมผ้าคลุมสีเทาเข้มกำลังซักถามข้อมูลเกี่ยวกับช่างตีเหล็กอิสระจาก NPC พ่อค้าเร่ แม้พวกเขาจะพยายามปกปิดสัญลักษณ์กิลด์ แต่รอยสักรูปเฟืองหักที่ข้อพับแขนซ้ายกลับบ่งบอกสังกัดได้อย่างชัดเจน—*‘กิลด์จักรกลโลหิต’* กิลด์มหาอำนาจผู้ผูกขาดตลาดอาวุธเกรดสูงของเซิร์ฟเวอร์
"พวกมันเริ่มส่งคนสะรอยหาตัวตนที่แท้จริงของนายแล้ว" ลิน่ากล่าวต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาส่อประกายความกังวล "ถ้ากิลด์จักรกลโลหิตรู้ว่า ช่างฝีมืออิสระที่สร้างอาวุธไร้ระบบช่วยเหลือจนทะลุเพดานสถิติคือผู้เล่นไร้ชื่อเสียงเลเวลต่ำ... พวกมันไม่มีทางปล่อยนายไว้แน่ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับซื้อตัว หรือทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามทางธุรกิจ"
คินหันมามองคู่คิดของตน แววตาของชายหนุ่มนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มบางเบาแต่เฉียบคมกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ให้พวกมันตามหาต่อไปเถอะนะลิน่า..." คินหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเขม่าบนใบดาบอย่างเบามือ "ในโลกที่ทุกคนพึ่งพาแต่ตัวเลขเลเวลและค่าสถานะที่ระบบจัดสรรให้ การที่ใครสักคนจะมองเห็นคุณค่าของ ‘ช่องว่าง’ ระหว่างรอยต่อของโลหะ ถือเป็นเรื่องยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ถ้ากิลด์ใหญ่เหล่านั้นคิดจะใช้กำลังเข้าแทรกแซง พวกเขาก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับผลลัพธ์ที่จะตามมาเมื่อฟิสิกส์และกลยุทธ์เข้าปะทะกับความโลภ"
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องใต้ดินกำลังตึงเครียดด้วยเงื่อนงำและภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงแจ้งเตือนระบบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งสองคน
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต]*
*[คำเตือน: มีผู้เล่นจำนวน 4 คน กำลังทำลายกลไกป้องกันประตูทางเข้าชั้นใต้ดินด้วยไอเทมระดับยูนีค 'ศิลาเจาะเกราะเวท']*
คินและลิน่าสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยวาจาใด ๆ อีกต่อไป ความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างช่างตีเหล็กผู้ใช้ตรรกะและนักเวทผู้สูญเสียเซนส์แต่เปี่ยมด้วยไหวพริบถูกประสานเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ
คินกวาดสายตาสำรวจชั้นวางอาวุธรอบตัว ก่อนจะคว้าดาบยาวสองเล่มที่เพิ่งผ่านการลับคมหมาด ๆ โยนให้ลิน่าเล่มหนึ่ง แม้เธอจะเล็งเป้าหมายด้วยระบบปกติไม่ได้เหมือนเก่า แต่ระยะประชิดและการอ่านจังหวะก้าวเดินของศัตรูคือสิ่งที่เธอนั้นเชี่ยวชาญยิ่งกว่าใคร
เสียงระเบิดตูมสนั่นจากบันไดทางเข้าห้องใต้ดินดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สี่คนในชุดเกราะเหล็กกล้าสีแดงฉานพุ่งทะยานลงมาพร้อมอาวุธครบมือ สัญลักษณ์รูปเฟืองหักบนอกเสื้อสะท้อนกับแสงไฟในห้องอย่างเด่นชัด
ทว่า ก่อนที่ผู้บุกรุกกลุ่มนั้นจะได้ทันเปล่งเสียงข่มขู่ คินกลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือขวาถือค้อนตีเหล็กคู่ใจที่ยังคงหลงเหลือไอความร้อนจากเตาหลอม ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังผู้นำกลุ่มที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ยินดีต้อนรับสู่โรงงานของฉันนะครับ... หวังว่าพวกคุณคงจะเตรียมค่าชดเชยสำหรับประตูที่พังเสียหายมาด้วยนะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมค้อนและกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 7
ข่าวลือเกี่ยวกับช่างฝีมือปริศนา
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!