แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดจุดสองริกเตอร์บนหน้าจออินเตอร์เฟซ ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวในโลกจริง แต่มันมาจากแรงปะทะของกรงเล็บอัคคีที่ซัดเข้าใส่โล่เหล็กกล้าผสมคาร์บอน ไทเทเนียม ซึ่งคินเป็นคนขึ้นรูปด้วยมือของตนเองทุกขั้นตอน
เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์ดดังแสบแก้วหู แรงกดดันมหาศาลจาก "อสูรพฤกษาโลกันตร์" บอสประจำชั้นย่อยระดับ 75 ผลักร่างของคินให้ไถลถูไปกับพื้นหินอัคนีเป็นทางยาว กลิ่นฉุนของกำมะถันและเศษสะเก็ดไฟที่กระเด็นโดนเกราะไหล่ ทำให้แถบค่าความทนทานของอุปกรณ์ดรอปฮวบฮวบลงอย่างน่าใจหาย
"คิน! ทางซ้ายกำลังจะแตก!" เสียงตะโกนของลิน่าดังแทรกเสียงคำรามของบอสเข้ามา สติสัมปชัญญะของเธอนั้นเฉียบคมดั่งใบมีดโกน แม้ในยามวิกฤตที่ฝุ่นควันตลบอบอวล เธอกำลังยืนอยู่บนชะง่อนผาหินที่ห่างออกไปเพียงสิบเมตร สองมือเรียวบางกำลังประคองคถาเวทปลายผลึกคริสตัลสีฟ้าคราม ร่างกายของเธอยังคงมีร่องรอยการเสียเซนส์การเล็งเป้าหมาย—อาการทางระบบประสาทตกค้างจากโลกจริงที่ทำให้เธอไม่สามารถลากเส้นทางเวทมนตร์ตรงๆ ได้เหมือนผู้เล่นทั่วไป
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เมื่อเธอนำมันมาประสานเข้ากับระบบตรรกะของเขา
"ยื้อไว้อีกสามวินาที!" คินกัดฟันกรอด กล้ามเนื้อทุกมัดบนแขนขวาเกร็งจนปูดโปน เส้นเลือดปูดโปนขมับเต้นตุบๆ เขาไม่ได้ใช้เพียงแค่เรี่ยวแรงของตัวละครในเกม แต่เขาใช้หลักการคำนวณมุมตกกระทบของฟิสิกส์เชิงกล ถ่ายเทน้ำหนักตัวลงสู่ส้นเท้า ปักหมุดยึดเกาะกับพื้นผิวธรณีเพื่อต้านทานแรงกระแทก แทนที่จะฝืนรับแรงทั้งหมดตรงๆ เขากลับบิดองศาโล่เล็กน้อย 15 องศา เพื่อปัดเสี้ยววินาทีแห่งความตายให้แฉลบออกด้านข้าง
*เปร้ง!*
ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงจนออกซิเจนเริ่มเบาบาง ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็วจนน่ารำคาญที่มุมขวาล่างของจอภาพ แต่นัยน์ตาของคินกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้มองที่แถบ HP ของตัวเอง เขากำลังมองที่ตำแหน่งการยืนของลิน่า
เธอกำลังหมุนวนคถาเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิกา รูปแบบการร่ายเวทที่คนปกติมองว่าไร้สาระและเสียเวลาเปล่า เนื่องจากมันไม่สามารถสร้าง "วิถีตรง" ไปยังเป้าหมายได้ตามตำราเรียนเวทมนตร์เล่มไหนในเกม
"ระบบเวทของเธอน่ะ... มันถูกสร้างมาเพื่อวงโคจร ไม่ใช่เส้นตรง" ประโยคที่เขาเคยบอกเธอเมื่อหลายชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัว
ณ วินาทีที่สามเหลี่ยมพลังงานสีฟ้าเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกายของลิน่า เธอก็หลับตาลง ไม่พึ่งพาระบบช่วยเล็งเป้า (Auto-target) ที่ไร้ประโยชน์สำหรับเธออีกต่อไป เธอกลั่นกรองสมาธิทั้งหมดลงสู่ปลายนิ้ว ปล่อยให้สัญชาตญาณของการเป็นอดีตโปรเพลเยอร์ผู้เคยผ่านสนามแข่งระดับโลกนับร้อยแมตช์เข้าควบคุม
"เวทประสาน... ม่านธาราอัคคีสะท้อน!"
สิ้นเสียงหวานที่เจือด้วยความมุ่งมั่น คลื่นพลังงานความร้อนสูงที่สะสมไว้ในตัวบอสถูกดูดซับผ่านแรงกระแทกที่คินกำลังรับอยู่ ก่อนที่โล่ของเขาจะทำหน้าที่เป็นเสมือน "ตัวนำสัญญาณ" ส่งผ่านพลังงานดิบเหล่านั้นย้อนกลับไปยังวงแหวนเวทของลิน่าที่หมุนรออยู่พอดี
นี่ไม่ใช่การร่ายเวทแบบดั้งเดิม... นี่คือการดึงพลังจากศัตรูมาเป็นเชื้อเพลิง ผ่านการบล็อกด้วยโล่ของช่างตีเหล็ก แล้วส่งต่อให้จอมเวทผู้ไร้เซนส์แปลงมันเป็นระลอกคลื่นแห่งการทำลายล้างที่ไร้จุดบอด
*ตูมมมม!*
แรงระเบิดสะท้อนกลับซัดร่างของอสูรพฤกษาโลกันตร์จนหงายหลังผึ่ง เกราะไม้โบราณที่ห่อหุ้มลำตัวของมันแตกละเอียดเป็นจุล ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำ เผยให้เห็นแกนกลางสีม่วงเข้มที่เต้นเร้าอย่างอ่อนแรง
คินทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลยومอาบใบหน้าคมคาย แถบความทนทานของโล่ในมือขวาแสดงผลที่เลข "0/500" มันแตกสลายเป็นละอองแสงสีฟ้าสลายหายไปต่อหน้าต่อตา แต่เขากลับยิ้มมุมปาก
"ทำได้สวยนี่ ลิน่า" เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความชื่นชมอย่างลึกซึ้ง
ลิน่าทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นด้วยความอ่อนล้าเช่นกัน เธอปาดเหงื่อที่ข้างขมับออกเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา "ถ้าไม่ได้นายเอาหน้าไปรับกรงเล็บนั้นแทน ฉันคงโดนตบปลิวไปเกิดใหม่ตั้งแต่สามวินาทีแรกแล้วล่ะ... ว่าแต่ ช่างตีเหล็กอย่างนายเนี่ย คิดวิธีบ้านๆ แบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน?"
"ฟิสิกส์พื้นฐานครับ" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามตัว "แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา บอสตัวนี้มีมวลมากเกินกว่าจะต้านตรงๆ ทางเดียวคือใช้ความพินาศของมันเองมาทำลายมัน"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มกลับเข้าสู่ความเงียบสงบ เสียงเพลงประกอบการต่อสู้เปลี่ยนเป็นทำนองแห่งชัยชนะ ไอเทมดรอปสีทองอร่ามค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากร่างที่ไร้ชีวิตของอสูรพฤกษาโลกันตร์ แสงระยิบระยับสะท้อนเข้ากับดวงตาของทั้งสองคน เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์นอกตำราของพวกเขานั้นสัมฤทธิผลอย่างงดงาม
ทว่า ท่ามกลางความโล่งอกที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องว่างระหว่างกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางที่ไม่ได้มาจากบอสตัวนี้ กลับดังแทรกขึ้นมาด้วยโทนเสียงที่เยือกเย็นและกระด้างกว่าปกติ
[แจ้งเตือนจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอกพื้นที่]
[รหัสพื้นที่: ดันเจี้ยนต้องห้ามชั้นที่ 80 - ห้องโถงแห่งราชันย์ไร้เงา]
[คำเตือน: เงื่อนไขการปลดล็อก "ประตูมิติโบราณ" สำเร็จลุล่วงโดยไม่คาดคิด เนื่องจากแรงระเบิดเมื่อครู่]
คินชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวไปเก็บไอเทมสีทอง ดวงตาหรี่แคบลงทันทีเมื่อมองเห็นรอยแยกสีดำสนิทที่กำลังฉีกตัวออกกลางอากาศเหนือซากศพของบอส แรงลมดูดมหาศาลพัดกระชากเศษหินรอบตัวให้ลอยเคว้งคว้าง ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกที่ลึกยิ่งกว่า
ลิน่ารีบยันตัวลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตาเมื่อเหลือบไปเห็นไอคอนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนมินิแมป
"คิน... นั่นมันไม่ใช่ไอเทมดรอปทั่วไปแล้วล่ะ..." เสียงของเธอลดระดับลงเหลือเพียงกระซิบ ขณะที่เงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายอัศวินสวมเกราะโบราณค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านรอยแยกมิติออกมา พร้อมกับดาบยักษ์ที่อาบไปด้วยไอหมอกแห่งความตาย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมค้อนและกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 12
การประสานงานที่ไม่มีในตำรา
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!