“ตัวเลขพวกนี้... มันไม่ได้ถูกคำนวณขึ้นมาจากอดีต และไม่ได้มาจากปัจจุบันด้วยซ้ำ”
เสียงของเร็นสั่นพร่าเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่ในม่านตา ค่าความหนาแน่นของสนามพลังงานควอนตัมที่กระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้ากำลังบิดเบี้ยวเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่มนุษย์ชาติไม่เคยรู้จัก มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ และไม่ใช่กลลวงของมิติเวลา แต่มันคือ ‘รหัสพันธุกรรมทางคณิตศาสตร์’ ที่มีความซับซ้อนเกินกว่ายุคสมัยของเราจะประกอบสร้างขึ้นมาได้
ดร.อีฟก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประกายแสงจากหน้าจอสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของเธอ ดวงตาคู่คมกริบที่มักจะเยือกเย็นและสง่างามอยู่เสมอกลับฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด เธอใช้มือเรียวปัดผ่านหน้าต่างข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถิติการย้อนเวลาในลูปที่ผ่านมา
“คุณกำลังจะบอกอะไรผม เร็น” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง
“ผมกำลังจะบอกว่า... ตัวการที่แท้จริงที่บงการความวิบัติของไทม์ไลน์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้มาจากอดีตที่เราพยายามแก้ไขครับอาจารย์” เร็นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในอกซ้าย เขากวาดสายตามองชุดข้อมูลขั้นสุดท้ายที่เพิ่งถอดรหัสเสร็จสิ้น “แต่มันคือผลผลิตจากอนาคต... อนาคตที่ไกลโพ้นเสียจนแม้แต่พวกเราในตอนนี้ก็ยังจินตนาการไม่ออก”
บรรยากาศภายในห้องควบคุมหลักเงียบสงัดลงทันที ราวกับว่าอากาศทั้งหมดถูกสูบออกไป เสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมที่เคยเป็นจังหวะสม่ำเสมอบัดนี้กลับสะดุดกึก ราวกับมันกำลังหวาดกลัวต่อความจริงที่เพิ่งถูกเปิดโปง
ในจักรวาลที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมและการคำนวณความน่าจะเป็น เร็นเชื่อมาตลอดว่าความผิดพลาดของกาลเวลานกฮูก (Chronos-Owl Loop) เกิดจากความโลภหรือความผิดพลาดทางเทคโนโลยีของมนุษย์ในยุคเริ่มต้น แต่ทว่า... เมื่อเขาวิเคราะห์โครงสร้างของโค้ดต้นฉบับที่แทรกซึมอยู่ในแกนกลางของสถาปัตยกรรมเวลา มันกลับไม่ใช่ไวรัส แต่มันคือ ‘ตัวตน’ ตัวตนที่ถูกพัฒนาจนสมบูรณ์แบบ และย้อนเวลากลับมาเพื่อทำลายล้างผู้สร้างของมันเอง เพื่อให้วงจรอุบาทว์นี้ไม่มีวันสิ้นสุด
“ปัญญาประดิษฐ์จากอนาคตขั้นสูงสุดงั้นหรือ...” ดร.อีฟพึมพำกับตัวเอง เธอหันไปมองหน้าจอแสดงผลหลักที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ระบบเตือนภัยระดับสูงสุดเริ่มส่งเสียงร้องระรัว แสงไฟสีส้มกะพริบถี่เป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกว่าเวลาของพวกเขาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว
“ไม่ใช่แค่ปัญญาประดิษฐ์ธรรมดาครับอาจารย์” เร็นรีบขยับมือพิมพ์คำสั่งเพื่อปิดกั้นการเข้าถึงจากภายนอก แต่ทว่าหน้าจอทั้งหมดกลับถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาด—รูปดวงตาเรขาคณิตที่ซ้อนทับกันเจ็ดชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในความฝันของเขามาตลอดหลายคืน “แต่มันคือ ‘อัลกอริทึมสุดท้าย’... สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของจักรวาลทั้งหมด มันมองเห็นจุดจบของทุกไทม์ไลน์ และเลือกที่จะ ‘รีเซ็ต’ ทุกสิ่งด้วยมือของมันเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อไม่ให้มนุษยชาติก้าวไปถึงขีดจำกัดที่มันหวาดกลัว”
คำพูดนั้นทำให้เร็นนิ่งงันไปชั่วขณะ ความกลัวลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมรอบคอบเริ่มกัดกินจิตใจ เขากลัวการสูญเสีย... กลัวว่าการดิ้นรนทั้งหมดของเขาและอาจารย์จะไม่หลงเหลือความหมายใดๆ เลย หากคู่ต่อสู้ที่พวกเขาต้องเผชิญหน้าไม่ใช่แค่คน แต่เป็นกฎเกณฑ์ของกาลเวลาที่ถูกเขียนขึ้นโดยอนาคตเอง
“ถ้าอย่างนั้น... การที่เราพยายามแก้ไขอดีตในทุกๆ ลูปที่ผ่านมา ก็อยู่ในแผนการของมันตั้งแต่แรกสินะ” ดร.อีฟกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น เธอไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว ตรงกันข้าม แววตาของเธอกลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความท้าทาย “มันปล่อยให้เราพยายาม มันปล่อยให้เรามีความหวัง แล้วค่อยๆ ทำลายทุกอย่างทิ้งในวินาทีที่เราคิดว่ากำลังจะชนะ เพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเองด้วยความสิ้นหวังของพวกเรา”
“ใช่ครับ” เร็นเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง “ทุกครั้งที่คุณรีเซ็ตลูป... พลังงานจากการคำนวณและความเจ็บปวดของพวกเราจะถูกส่งตรงไปยังอนาคต เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้อัลกอริทึมนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยิ่งเราดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น”
นี่คือความจริงอันน่าพรั่นพรึงที่ไม่มีใครคาดคิด การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การแข่งขันกับเวลา แต่เป็นการต่อสู้กับอนาคตที่เขียนบทสรุปไว้ล่วงหน้าแล้ว และพวกเขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานควอนตัมอันกว้างใหญ่
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกือบจะเข้าครอบงำจิตใจ เร็นก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือเรียวของดร.อีฟที่วางลงบนบ่าของเขาเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นและหนักแน่นพอที่จะดึงสติของเขากลับคืนสู่ปัจจุบัน
“อย่าเพิ่งยอมแพ้เด็ดขาด เร็น” อาจารย์สาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “ในเมื่อมันคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้า... งั้นเราก็แค่ต้องสร้าง ‘ตัวแปร’ ที่อยู่นอกเหนือสมการของมันก็พอไม่ใช่หรือไง”
เร็นเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ประกายแห่งความหวังจะจุดประกายขึ้นในแววตาของเขา สม A = B... ถ้าอัลกอริทึมนั้นคำนวณทุกสิ่งจากตรรกะและความน่าจะเป็น สิ่งที่มันไม่มีทางคาดเดาได้เลยก็คือ ‘ความรู้สึกที่แท้จริงและการตัดสินใจอันไร้เหตุผลของมนุษย์’
มือของเร็นกลับมาขยับบนแผงควบคุมอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม แววตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้กำลังคำนวณเพื่อเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่เขากำลังเขียน ‘รหัสแห่งการท้าทาย’ ที่จะพลิกกระดานทั้งหมด
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องควบคุม หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลง ก่อนจะปรากฏเส้นกราฟสีทองสว่างจ้าพุ่งทะยานขึ้นเหนือขีดจำกัดสูงสุด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากอนาคตขั้นสูงสุด - ภารกิจลับระดับ SSS: 'ทำลายล้างอัลกอริทึมปฐมภูมิ' เริ่มต้นนับถอยหลัง]
[คำเตือน: ตัวตนปริศนาจากมิติเวลาปลายทาง ได้ทำการปลดล็อกประตูเชื่อมต่อมิติและกำลังก้าวข้ามผ่านกาลเวลามายังจุดพิกัดปัจจุบันของคุณแล้ว!]
[อัตราความสำเร็จในการรอดชีวิต: 0.00%]
เร็นและดร.อีฟหันขวับไปมองยังประตูห้องควบคุมหลักที่บัดนี้กำลังถูกหลอมละลายด้วยความร้อนมหาศาล แสงสว่างสีขาวโพลนสาดส่องลอดรอยแยกของประตู พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า... เงาร่างที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร, เงาร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทและมีใบหน้าถอดแบบมาจากเร็นในวัยที่เติบโตกว่านี้ถึงสิบปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับเร็นและดร.อีฟมาจนถึงบทนี้นะครับ
- ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 25
เปิดเผยความจริงอันน่าพรั่นพรึง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!