อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 13

ฐานทัพในช่องว่าง

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ถ้าค่าความหนาแน่นของฟลักซ์ควอนตัมตกหล่นอีกเพียงจุดทศนิยมตำแหน่งที่สี่ เร็วๆ นี้เราคงได้กลายเป็นสဖิงค์ที่ติดอยู่ระหว่างรอยพับของมิติเวลาไปชั่วนิรันดร์นะครับ เร็น" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางเสียงหึ่งต่ำของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดพกพาที่กำลังสั่นสะเทือนจนโต๊ะโลหะเบื้องหน้าโยกเยก เร็นไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมสีครามที่ฉายเส้นกราฟความน่าจะเป็นซ้อนทับกันนับร้อยชั้น นิ้วเรียวยาวของเขาขยับรัวปุ่มคำสั่งเพื่อปรับค่าความถี่ของ ‘ตัวปรับจูนอุปกรณ์ระหว่างมิติ’ (Interdimensional Tuning Device) อย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่ม สะท้อนกับแสงสีฟ้าจากโค้ดระบบที่ไหลทะลักผ่านม่านตาของเขา นี่คือ ‘ฐานทัพในช่องว่าง’ สถานที่ลี้ภัยชั่วคราวที่ซ่อนอยู่ระหว่างรอยต่อของวินาทีที่สิบเอ็ดและสิบสองของทุกๆ รอบลูปเวลา โครงสร้างของห้องนี้ประกอบขึ้นจากเศษซากความทรงจำและอัลกอริทึมที่ดร.อีฟรวบรวมมาตลอดการหลบหนีจากการตามล่าของสถาปัตยกรรมกาลเวลาหลัก "ผมรู้ครับ ดร.อีฟ... แต่อุปกรณ์รุ่นโบราณที่คุณดึงมาจากห้องทดลองสำรองเมื่อสามลูปก่อน มันมีความเสถียรเท่ากับสะพานไม้ไผ่กลางพายุฝนเลยต่างหาก" เร็นตอบกลับโดยไม่ละสายตา สมาธิทั้งหมดของเขาถูกดึงเข้าไปจดจ่ออยู่กับการคำนวณสมการเทนเซอร์เพื่อปิดกั้นคลื่นแทรกสอดจากภายนอก ดร.อีฟก้าวเข้ามาใกล้ แสงสีนวลจากแผงควบคุมตกกระทบลงบนกรอบหน้าคมคายและแววตาที่เยือกเย็นแต่มั่นคงของเธอ เธอวางมือเรียวลงบนไหล่ของเร็นเบาๆ สัมผัสเย็นเฉียบผ่านเนื้อผ้าช่วยดึงสติของเด็กหนุ่มให้หลุดพ้นจากวังวนของการคำนวณที่กำลังตีบตัน "บางครั้งการฝืนบังคับให้ระบบสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในสภาพแวดล้อมที่บิดเบี้ยว มีแต่จะทำให้โครงสร้างพังทลายเร็ียวกว่าเดิมนะครับ เร็น" อาจารย์สาวเอ่ยเสียงนุ่ม "สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การต้านทานแรงกระแทกของมิติ แต่เป็นการ ‘ไหลลื่น’ ไปตามความแปรปรวนนั้นต่างหาก ลองปรับค่าสัมประสิทธิ์ความยืดหยุ่นลงสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วปล่อยให้ตัวปรับจูนดึงพลังงานจากความต่างศักย์ของลูปเวลาเก่าเข้ามาแทน" เร็นชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อสมองประมวลผลตามคำแนะนำนั้นอย่างรวดเร็ว นั่นสินะ... เขามัวแต่ยึดติดกับทฤษฎีความแม่นยำเชิงเส้นตรง จนลืมไปว่าจักรวาลคู่ขนานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ขับเคลื่อนด้วยความน่าจะเป็นที่ยืดหยุ่นได้ "เข้าใจแล้วครับ... กำลังรีเซ็ตพารามิเตอร์ใหม่ในสาม... สอง... หนึ่ง..." *คลิก!* เสียงกลไกภายในเครื่องปรับจูนดังขึ้นพร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่พวยพุ่งออกมาจากแกนกลางคริสตัล คลื่นความสั่นสะเทือนที่เคยรุนแรงจนห้องสั่นไหวค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นเสียงฮัมเบาๆ ที่มีความกลมกลืนอย่างน่าประหลาด หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีแดงฉานเตือนภัย กลายเป็นสีฟ้าครามใสสะอาดที่แสดงสถานะ ‘เชื่อมต่อเสถียร 99.8%’ เร็นผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก ไหล่ทั้งสองข้างที่เกร็งมาหลายชั่วโมงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปสบตากับดร.อีฟที่ยืนส่งยิ้มบางๆ ให้ "ทำได้ดีมากครับ คุณสถาปนิกตัวน้อย" ดร.อีฟเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงชื่นชมแกeryปนเอ็นดู "การปรับจูนอุปกรณ์ระหว่างมิติสำเร็จลุล่วงด้วยดี ตอนนี้เรามีช่องทางหลบหนีและส่งสัญญาณทะลวงมิติไปยังแกนกลางหลักได้แล้ว" "แต่ก็แลกมาด้วยพลังงานสำรองก้อนสุดท้ายของเรานะสิครับ" เร็นถอนหายใจเบาๆ พลางมองตัวเลขพลังงานที่เหลือเพียงขีดแดงกระพริบเตือน "ถ้าเราพลาดเป้าในการเจาะเข้าระบบของสถาปัตยกรรมกาลเวลาในครั้งหน้า เราคงไม่มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สามแล้วล่ะครับ" "ความกลัวความสูญเสียที่ควบคุมไม่ได้ คือสิ่งที่คุณต้องก้าวข้ามให้ได้ในลูปนี้นะ เร็น" ดร.อีฟหันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพของห้วงอวกาศอันมืดมิดและเส้นแสงแห่งกาลเวลาที่ตัดผ่านกันไปมา "โลกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยความสมบูรณ์แบบ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยทางเลือกที่เราตัดสินใจต่างหาก" ก่อนที่เร็นจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพื่อตอบกลับ บรรยากาศภายในฐานทัพที่เคยเงียบสงบกลับแปรเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที เสียงสัญญาณเตือนภัยโทนต่ำดังขึ้น *หวึ่ง... หวึ่ง...* ไม่ใช่เสียงจากระบบภายในของพวกเขา แต่เป็นคลื่นความถี่แปลกปลอมที่เจาะทะลวงผ่านเกราะป้องกันมิติเข้ามาโดยตรง หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลงทันที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกลุ่มโค้ดสีแดงฉานที่วิ่งพล่านราวกับฝูงมดคลั่ง และข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ [ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอกลูปเวลา] [คำเตือน: ระบบรักษาความปลอดภัยระดับ SSS ‘ผู้พلากกาลเวลา’ ได้ล็อกพิกัดฐานทัพแล้ว] [กระบวนการกวาดล้างจะเริ่มต้นใน: 00:10... 00:09...] ดร.อีฟหันขวับมามองหน้าเร็นทันที สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับปรากฏรอยคลายความกังวลเป็นครั้งแรก "เป็นไปไม่ได้... พวกมันหาพิกัดนี้เจอได้เร็วกว่ากำหนดถึงสามรอบลูป... หรือว่า..." ประตูกลางของฐานทัพในช่องว่างเกิดรอยร้าวสีดำสนิทขึ้นกลางอากาศ ราวกับมีใครบางคนกำลังใช้มือเปล่าฉีกกระดาษมิติออกเป็นชิ้นๆ และก่อนที่ทั้งสองจะได้ตั้งตัว เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีเงินยวงที่สะท้อนแสงประหลาดก็ก้าวทะลุรอยแยกนั้นออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ขบคิด และเติบโตไปพร้อมกับเร็นในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%