ตัวเลขความน่าจะเป็นสีฟ้าอมเขียวบนหน้าจอโฮโลแกรมไม่ได้กำลังกระพริบเตือนด้วยความเร็วปกติ แต่มันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับหัวใจที่ตื่นตระหนกของมนุษย์
"อัลกอริทึมการคำนวณเส้นทางกาลเวลาเสถียรภาพต่ำกว่าร้อยละสิบสอง... เร็น เธอเห็นความผิดปกตินี้ไหม"
เสียงของดร.อีฟดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงไฟนีออนสีนวลสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของเธอ ขณะที่ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองตัวเลขที่กำลังดิ่งลงเหวอย่างไม่วางตา
ผมกำมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว หน้าจอตรงหน้าไม่ได้แสดงแค่สมการควอนตัมที่ซับซ้อน แต่มันกำลังฉายภาพจำลองของตัวผมเองในอนาคตอันใกล้—ภาพของเด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมนักวิจัยที่ทรุดตัวลงคุกเข่าท่ามกลางซากปรักหักพังของหอคอยสถาปนิกกาลเวลา เลือดสีเข้มไหลซึมจากขมับ ใบหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งความหวัง และดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
"ผมเห็นครับ..." เสียงของผมแหบพร่าไปเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยตอบออกไป "และสมการจำลองนี้ไม่ได้แปลว่ามันคือความเป็นไปได้เดียว แต่มันคือจุดสิ้นสุดของลูปเวลาที่เราเพิ่งผ่านมาสิบครั้งติดต่อกัน"
ความกดอากาศในห้องลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ ดร.อีฟไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ในฐานะนักฟิสิกส์ผู้ผ่านกาลเวลามานับครั้งไม่ถ้วน เธอรู้ดีว่าความจริงอันโหดร้ายมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดสวยหรู เร็นในภาพฉายนั้นไม่ได้พ่ายแพ้เพราะขาดความรู้ทางคณิตศาสตร์ แต่เขาพ่ายแพ้เพราะความกลัว—ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญจนไม่กล้าแม้แต่จะเสี่ยงเดินหมากตาต่อไป
"ความกลัวคือตัวแปรที่สมการควอนตัมคำนวณได้ยากที่สุดนะ เร็น" ดร.อีฟก้าวเข้ามาใกล้ แตะมือลงบนไหล่ของผมเบาๆ สัมผัสอุ่นจากเธอดึงสติให้ผมหลุดออกจากภาพหลอนอันน่าสะพรึงกลัวนั้น "เธอพยายามคำนวณทุกความเป็นไปได้เพื่อปกป้องทุกคน จนลืมไปว่าการมีชีวิตรอดในไทม์ลูปไม่ใช่การทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดในอดีต"
"แต่ถ้าผมคำนวณพลาดอีกครั้งล่ะครับอาจารย์?" ผมหันไปสบตากับเธอ ความกังวลที่อัดอั้นอยู่ข้างในระบายออกมาผ่านน้ำเสียงสั่นเครือ "ภาพที่ผมเห็นเมื่อครู่... มันชัดเจนเกินไป ร่างกายนั้น ความรู้สึกเจ็บปวดนั้น มันเหมือนกับว่าผมได้ตายไปแล้วจริงๆ ถึงสิบครั้ง"
"นั่นเพราะสมองของเธอกำลังซิงค์เข้ากับควอนตัมคอร์ในระดับที่ลึกเกินไป" ดร.อีฟอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่มั่นคง "ระบบไม่ได้กำลังทำนายอนาคตเพื่อตอกย้ำความล้มเหลวของเธอ แต่มันกำลังบังคับให้เธอเลือก... ว่าจะยอมจำนนต่อภาพอนาคตที่ถูกกำหนดไว้ หรือจะเขียนอัลกอริทึมบทใหม่ด้วยมือของตัวเอง"
ผมก้มมองฝ่ามือสั่นเทาของตัวเอง สติสัมปชัญญะและทฤษฎีควอนตัมที่ร่ำเรียนมาตลอดชีวิตกำลังประจันหน้ากับความจริงอันเปราะบางของมนุษย์ หากผมยังคงยึดติดกับความปลอดภัยและความสมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์ในภาพฉายนั้นก็จะกลายเป็นความจริงที่หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเครือข่ายโครงสร้างใต้ดิน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับรอยร้าวของมิติเวลาที่เริ่มปริแตกออกอย่างชัดเจนที่มุมห้อง!
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบความผิดปกติของไทม์ไลน์หลัก เซอร์เบอรัสแห่งกาลเวลาได้ทำการรีเซ็ตเส้นทางล่วงหน้า 3 นาที... และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่คุณอยู่ ณ เวลานี้]
ดร.อีฟเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอหันมาคว้าแขนผมด้วยความเร่งรีบ "เร็น! ภาพอนาคตที่เธอเห็น... มันไม่ได้กำลังเตือนให้เธอกลัว แต่มันกำลังบอกว่าพวกมันมาถึงเร็وهاว่าที่เราคำนวณไว้สามนาที!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ขบคิด และเติบโตไปพร้อมกับเร็นในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 14
สัญญาณเตือนจากอนาคต
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!