"หมอบลง! พื้นที่ตรงนั้นความหนาแน่นของสนามควอนตัมกำลังจะสลายตัว!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาดของดร.อีฟดังขึ้นเหนือเสียงหวีดหหลิวของมิติที่ฉีกขาด เร็นไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างกายขยับตอบสนองตามสัญชาตญาณความคุ้นชินจากการตายและฟื้นคืนชีพมานับครั้งไม่ถ้วน เขาทิ้งตัวลงแนบกับพื้นกระจกใสที่สั่นระริกราวกับแผ่นดินไหว เสี้ยววินาทีต่อมา จุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่ก็ถูกกลืนหายไปด้วยหลุมดำขนาดจิ๋วที่บดขยี้ทุกสิ่งจนกลายเป็นผงธุลีสีคราม
พวกเขากำลังติดอยู่ใน "เขาวงกตพิกัดศูนย์" มิติซ้อนทับที่กฎฟิสิกส์ทุกข้อถูกบิดเบือนจนกลายเป็นความไร้ระเบียบ
เร็นหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แว่นตาไร้กรอบของเขาขึ้นฝ้าจากอุณหภูมิที่แปรปรวนอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านเลนส์วิเคราะห์ที่สะท้อนตัวเลขโค้ดสีเขียวระยิบระยับ ทว่าในตอนนี้ อัลกอริทึมการคำนวณความน่าจะเป็นของเขากำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน—โอกาสรอดชีวิตลดลงเหลือเพียง 4.2% เท่านั้น
"อาจารย์ครับ ช่องว่างระหว่างความถี่ของมิติที่สั่นคลอนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม" เร็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของโครงสร้างเวลาที่กำลังพังทลาย ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายออกมาจากนาฬิกาข้อมือ "มันมีรูปแบบการวนซ้ำ... เป็นฟังก์ชันพ L(t) = sin(wt) ที่ถูกถ่วงด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงโน้มถ่วงเฉพาะตัว"
ดร.อีฟที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งยันเสาโลหะที่บิดเบี้ยวเพื่อพยุงร่าง หันมามองลูกศิษย์หนุ่มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ความเยือกเย็นและชุดเสื้อโค้ดสีเข้มที่เปรอะฝุ่นมิติ เธอยังคงรักษาความสง่างามเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
"เธอสังเกตเห็นแล้วสินะ เร็น" เสียงหวานนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความโกลาหล "พวกมันไม่ได้แค่ไล่ล่าเรา แต่พวกมันกำลังพยายาม 'ลบ' ตัวตนของเราออกจากเส้นเวลาหลักโดยการรีเซ็ตพิกัดให้เป็นศูนย์ หากเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เราจะไม่เพียงแค่ตาย... แต่เราจะไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก"
ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เพราะความเย็นของบรรยากาศรอบตัว แต่เป็นเพราะน้ำหนักของคำว่า "การสูญหายอย่างสมบูรณ์แบบ" เร็นกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความกลัวลึกๆ ที่เขาพยายามกดทับไว้เริ่มกัดกินจิตใจ—ความกลัวที่จะสูญเสียช่วงเวลาที่ได้ไขปริศนาเคียงข้างเธอ ความกลัวที่จะพ่ายแพ้ให้กับลูปเวลาที่ไร้ความปรานี
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงเตือนจากระบบสำรองดังขึ้นถี่รัว พร้อมกับเงาตะคุ่มขนาดมหึมาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังม่านหมอกสีม่วงเข้ม บอสพิทักษ์มิติ หรือที่ในบันทึกของสถาปนิกเรียกว่า "โครโนฟาจ" (Chronophage) มันคือสิ่งมีชีวิตพลังงานบริสุทธิ์ที่ไร้รูปร่างชัดเจน คล้ายกลุ่มก้อนควันสีดำทมิฬที่อัดแน่นด้วยฟันเฟืองจักรกลและดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ กำลังพุ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยความเร็วเหนือแสง
"มันมาอีกแล้ว!" เร็นกัดฟันกรอด สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อคำนวณหาจุดอ่อน "อาจารย์ครับ คอยเบี่ยงเบนสนามแม่เหล็กให้ผมสามวินาที ผมจะใช้สมการควอนตัมรีโซแนนซ์เจาะทะลวงแกนกลางของมัน"
"สามวินาทีเหรอ? มันเสี่ยงเกินไปนะเร็น ถ้าสนามแม่เหล็กสะท้อนกลับ ร่างกายของเธออาจจะรับภาระไม่ไหวจนโมเลกุลแตกสลาย" ดร.อีฟท้วงขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นเพียงใด แต่แววตาที่มองเขากลับสะท้อนความห่วงใยที่ลึกซึ้ง
"ไม่มีเวลาให้เลือกแล้วครับอาจารย์!" เร็นหันไปสบตากับเธอ แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนหัวใจของหญิงสาว "ผมเชื่อในสมการของผม... และผมเชื่อใจอาจารย์ครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น เร็นก็พุ่งทะยานออกไปจากที่กำบัง ท่ามกลางกระแสลมมิติที่กรีดกراดผิวเนื้อจนแสบแปลบ เขาดีดตัวขึ้นกลางอากาศ อาศัยจังหวะที่โครโนฟาจกำลังอ้าปากคำรามเพื่อปล่อยคลื่นทำลายล้าง ปลายนิ้วเรียวยาวรัวพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมกลางอากาศด้วยความเร็วระดับเซียน
รหัสโค้ดสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาราวกับเกราะป้องกัน เร็นพุ่งเข้าประชิดแกนกลางของสัตว์ประหลาดมิติอย่างไม่เกรงกลัวความตาย เขายกมือขึ้นแตะลงบนจุดศูนย์กลางของพลังงานที่กำลังหมุนวน บังคับให้อัลกอริทึมย้อนกลับทำงานสวนทางกับกระแสเวลาของมัน!
*เปรี้ยง! โครม!*
คลื่นกระแทกอันมหาศาลระเบิดออกจนพื้นกระจกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลซัดร่างของเร็นกระเด็นถอยหลังอย่างแรง ทว่าก่อนที่เขาจะร่วงหล่นลงไปในเหวลึกไร้ก้น มือเรียวบางอบอุ่นของดร.อีฟก็คว้าจับข้อแขนของเขาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงดึงมหาศาลดึงเขากลับเข้ามาสู่อ้อมแขนและพิงแอบแนบชิดกับโครงสร้างโลหะที่ยังคงมั่นคง
ทั้งสองหอบหายใจรดกัน ท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะที่กลับคืนมา ร่างกายของเร็นสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าและพิษบาดแผล แต่พวกเขาก็รอดพ้นจากการไล่ล่ามาได้
"เธอนี่มันดื้อรั้นจริงๆ เลยนะ เร็น" ดร.อีฟเอ่ยเสียงแผ่วเบา ขณะใช้มืออีกข้างปัดเศษฝุ่นมิติออกจากไหล่ให้เขา แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก
"ก็เพราะผมมีอาจารย์คอยดึงกลับมาไงครับ..." เร็นยิ้มตอบอย่างโล่งอก ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนหน้าจอระบบที่ติดตั้งอยู่ผนังเบื้องหน้า
รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มแข็งค้างในทันที
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้นในหัวของเขาโดยตรง—ไม่ใช่เสียงจากระบบของสถาปนิกที่คุ้นเคย หากแต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจาก "ผู้สังเกตการณ์คนที่สาม" พิกัดเวลาถูกล็อกเป้าหมายใหม่... ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้น, เร็น... หรือฉันควรเรียกว่า 'ผู้สร้าง' กันแน่?]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมผจญภัยฝ่าฟันมิติเวลาอันตรายไปกับเร็นและดร.อีฟในบทนี้นะครับ
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 7
ข้ามผ่านเส้นขนาน
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!