“ถ้าคุณคิดว่านั่นคือความจริงทั้งหมด... คุณก็แค่เหยื่อที่เดินเข้ากรงขังโดยไม่รู้ตัวเท่านั้นแหละ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของ 'เอเลียส' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คีราน วอร์เรน ไว้วางใจมากที่สุด ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหอมราคาแพง รินรดาชะงักมือที่กำลังสั่นเทาขณะถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านอยู่ในอก
“คุณหมายความว่ายังไงคะ เอเลียส... พ่อฉัน...” เสียงของเธอขาดห้วง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้าเมื่อคำพูดของคนในเงามืดเมื่อคืนยังคงย้ำเตือนไม่หยุดว่า บิดาผู้ล่วงลับของเธออาจมีลมหายใจอยู่
เอเลียสวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กริ๊ก* เขาขยับกายเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน “คีรานปกป้องคุณ... แต่เขาไม่ได้ปกป้องคุณจากโลกภายนอกหรอกนะ เขาปกป้องคุณจาก 'ความจริง' ที่จะทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างมา”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด “ทำไมต้องเป็นเขา... ทำไมทุกคนถึงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของพ่อฉัน?”
“เพราะเลือดของพ่อคุณ คือกุญแจที่ไขไปสู่สมบัติล้ำค่าที่สุดที่ครอบครัววอร์เรนพยายามแย่งชิงมาตลอดสิบปี” เอเลียสหย่อนตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะ จ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “เชื่อใจผมเถอะ ผมเป็นเพื่อนคีราน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมให้เขาทำลายชีวิตใครเพื่อสนองตัณหาความแค้นของตัวเองได้”
เขายื่นแฟลชไดรฟ์สีเงินขนาดจิ๋วมาให้เธอ รินรดามองมันด้วยความลังเล ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่หรูหราเกินไปสำหรับผู้หญิงในกรงทองอย่างเธอ แต่ในยามที่ศรัทธาต่อชายคนรักสั่นคลอน การได้รู้ความจริงอาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้
“ในนั้นมีบันทึกการเดินทางของพ่อคุณในช่วงสามเดือนก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ... คุณจะได้เห็นว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปครั้งนั้น ไม่ใช่แค่คีรานหรอก รินรดา ยังมีเงาอีกคนที่คุณไม่เคยเห็น... คนที่คีรานเองก็ยังเกรงใจ”
รินรดารับแฟลชไดรฟ์นั้นมา นิ้วมือของเธอสัมผัสกับความเย็นเฉียบของโลหะ “ทำไมคุณถึงช่วยฉัน?”
เอเลียสแค่นยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เพราะผมไม่อยากเห็นเพื่อนรักกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจไปมากกว่านี้... และเพราะคุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขากลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง แม้มันจะเป็นความรู้สึกที่บิดเบี้ยวก็ตาม”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบซ่อนแฟลชไดรฟ์ไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมทันที เอเลียสถอยห่างออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งคู่หันไปทางประตูไม้บานใหญ่ที่กำลังถูกผลักเข้ามา
ร่างสูงสง่าของคีราน วอร์เรน ปรากฏกายขึ้นในชุดสูทสั่งตัดสีเข้ม ดวงตาสีถ่านเย็นชาของเขากวาดมองคนทั้งสองด้วยสายตาที่เฉียบคมจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “คุยอะไรกันอยู่หรือ? ดูเหมือนจะเคร่งเครียดกว่าเรื่องงานปกติไปหน่อยนะ”
“เราแค่คุยเรื่องตารางงานของคุณคีรานครับ” เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “รินรดาเธอกำลังสงสัยเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่คนของคุณเพิ่งไปประมูลมาเมื่อวาน ผมเลยอธิบายรายละเอียดให้ฟัง”
คีรานก้าวเดินเข้ามาใกล้รินรดามากขึ้น ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวมาเปรียบเสมือนจังหวะหัวใจที่บีบคั้นของเธอ เขายื่นมือมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยไออุ่นที่น่าลุ่มหลง แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูก “จริงหรือรินรดา? สงสัยเรื่องนั้น... หรือสงสัยเรื่องอื่นกันแน่?”
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมาเฟียหนุ่ม พยายามรักษาความนิ่งสงบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฉันแค่... อยากรู้ว่าทำไมคุณต้องทุ่มเงินมหาศาลกับของที่ดูไม่มีค่าแบบนั้นคะ”
คีรานหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวแก้ม “บางอย่างที่ดูไม่มีค่า... บางครั้งก็ซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ เหมือนกับที่คุณกำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ในกระเป๋าเสื้อของคุณตอนนี้ไงล่ะ”
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป คีรานไม่ได้ก้าวถอยห่าง แต่เขากลับเลื่อนมือลงมาโอบเอวเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยคำเตือนที่ชัดเจน
“เอเลียส... นายออกไปก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องส่วนตัวต้องคุยกับรินรดา”
เอเลียสเหลือบมองรินรดาแวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้รินรดาอยู่ลำพังกับปีศาจที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ราวกับจะทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ คีรานดึงร่างเธอเข้ามาชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ก่อนที่เขาจะหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินที่โผล่พ้นกระเป๋าเสื้อของเธอออกมาช้าๆ
เขาไม่ได้โกรธ... แต่นั่นกลับน่ากลัวกว่าการที่เขาตะคอกใส่เธอเสียอีก
“รู้ไหมรินรดา... ความอยากรู้อยากเห็นคือจุดเริ่มต้นของการจบชีวิต” เขากระซิบพลางกดแฟลชไดรฟ์นั้นลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นเยียบ “ถ้าคุณเปิดดูสิ่งที่อยู่ในนี้... คุณจะไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป คุณพร้อมจะสูญเสียทุกอย่างเพื่อความจริงที่อาจจะฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็นหรือยัง?”
นิ้วเรียวของคีรานเลื่อนไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ เขาคลิกเปิดไฟล์งานทันที ทันใดนั้น ภาพบนหน้าจอก็ปรากฏขึ้น... มันไม่ใช่แผนผังที่เธอคิด แต่มันคือภาพถ่ายของบุคคลคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ในห้องมืดมิด ใบหน้าที่ปรากฏบนจอทำให้เลือดในกายของรินรดาสูบฉีดด้วยความตกใจอย่างที่สุด
รินรดากรีดร้องออกมาในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็น 'เขา' คนนั้นที่ควรจะตายไปนานแล้ว... กำลังถือปืนจ่อไปที่หัวของคีรานจากด้านหลังในภาพถ่ายที่เพิ่งถูกถ่ายเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางเข้าสู่กรงขังแห่งความลับไปพร้อมกับมิดไนท์คิสนะคะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 24
มิตรภาพท่ามกลางความมืด
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!