เสียงซิบชุดแต่งงานเนื้อผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสราคาแพงรูดปิดลงอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกลึกๆ ของรินรดาที่สะท้อนก้องอยู่ในห้องแต่งตัวส่วน
กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีงาช้าง ดีไซน์เรียบหรูแต่ทว่าสง่างาม ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นในพิธีวิวาห์ หากแต่เป็นเพราะน้ำหนักของอดีต และรอยแผลเป็นในใจที่เคยกรีดลึกลงมาระหว่างเธอกับเขา... คีราน วอร์เรน
"รินคะ... คุณคีรานให้มาตามแล้วค่ะ ทุกอย่างพร้อมแล้ว" เสียงของช่างแต่งหน้าสาวกระซิบเตือนด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นคง ก่อนจะก้าวขาเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริง... ความจริงที่ว่า เธอกำลังจะผูกพันธะชีวิตไว้กับซาตานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้อย่างAถูกต้องตามกฎหมายและหัวใจ
ประตูไม้บานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรเปิดออก เผยให้เห็นบรรยากาศภายในโบสถ์เก่าแก่ที่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกสีสเตนกลาส (Stained Glass) ทอประกายระยิบระยับราวกับฉากในความฝัน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดากลับไม่ใช่ความงดงามรอบกาย หากแต่เป็นร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ยืนรออยู่ ณ ปลายพรมแดง
คีราน วอร์เรน...
ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไอสังหารบัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด ไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ย หรือแววตาเย็นชาไร้หัวใจอย่างที่เธอเคยหวาดกลัว มีเพียงประกายความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก และความโหยหาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
ทุกย่างก้าวที่รินรดาก้าวเดินบนพรมแดง ราวกับย้อนทวนภาพความทรงจำอันเจ็บปวด ตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในกรงขังของเขา วันที่เธอเป็นเพียงเครื่องมือแก้แค้น วันเวลาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและการปะทะคารม จนกระทั่งถึงวันที่กำแพงแห่งความเย็นชาเริ่มพังทลายลงทีละน้อย จากความเกลียดชัง สู่ความเข้าใจ และแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่ยากจะถอนตัว
เมื่อร่างบางก้าวมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า คีรานไม่ได้รอให้บาทหลวงเอ่ยเรียก เขายื่นมือหนาออกไปรับมือเรียวบางของเธอทันทีสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านจากฝ่ามือของเขาเข้ามาถึงหัวใจ รินรดาสงสายตาขึ้นสบกับเขา และในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบก็คล้ายจะหยุดหมุน
"คุณมาช้าไปสามวินาทีนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างทรงเสน่ห์จนหัวใจของเธอแทบวาย
"รินแค่... เตรียมใจจะรับมือกับสามีเอาแต่ใจค่ะ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหวระริกด้วยรอยยิ้มบางเบา
บาทหลวงเริ่มประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ เสียงสวดมนต์และคำกล่าวปฏิญาณก้องกังวานไปทั่วโบสถ์ คีรานบีบมือเธอแน่นขึ้นในทุกคำปฏิญาณ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่อื่นเลยนอกจากดวงหน้าหวานซึ้งของหญิงสาวตรงหน้า มันเป็นสายตาที่ประกาศให้โลกรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือกรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียว และเขาพร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่กล้าแตะต้องเธอ
"ตามกฎหมายและต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า... ขอเชิญเจ้าบ่าวสวมแหวนแต่งงานให้แก่เจ้าสาวได้ครับ"
คีรานหยิบแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายระยิบระยับขึ้นมา เขาดึงมือเรียวของรินรดาขึ้นมาช้าๆ นิ้วเรียวยาวบรรจงสวมแหวนวงนั้นลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกล่องแก้วใบBบอบบางที่เขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะแตกสลาย
ถึงตาของรินรดาเธอบ้าง มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะหยิบแหวนทองคำขาวเรียบหรูขึ้นมาสวมให้ชายหนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"คราวนี้... คุณหนีผมไม่พ้นแล้วนะ ริน" คีรานกระซิบชิดริมหูขณะที่เธอกำลังสวมแหวนให้เขา น้ำเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งและคำสัญญาที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"และคุณก็... ไม่มีสิทธิ์จะผลักไสฉันไปไหนอีกแล้วเหมือนกันค่ะ คุณวอร์เรน" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่หลบสายตาอีกต่อไป
"บัดนี้... ขอประกาศให้ท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าบ่าว... เชิญจุมพิตเจ้าสาวได้ครับ"
สิ้นคำประกาศของบาทหลวง คีรานไม่รอช้า มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วด้วยความเร่งเร้า ขณะที่มืออีกข้างประคองท้ายทอยของเธอไว้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาทาบทับริมฝีปากหยักลึกบด7เบียดลงบนเรียวปากอิ่มของรินรดาอย่างนุ่มนวลแต่เร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
เสียงปรบมือจากแขกเหรื่อผู้มาร่วมงานดังสนั่นหวั่นไหว แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้ยินเสียงรอบตัวอีกต่อไป มีเพียงรสจูบอันล้ำลึกที่บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความเจ็บปวด และการรอคอยที่สิ้นสุดลง คีรานขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาเป็นการเรียกร้องสิทธิ์ ก่อนจะผละออกช้าๆ อย่างเสียดาย ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าคมคายที่ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบ
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ คฤหาสน์วอร์เรน แสงไฟนับพันดวงระยิบระยับแข่งกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยความสุข รินรดาในชุดราตรีสีขาวปักคริสตัลระยิบระยับกำลังยืนพูดคุยอยู่กับแขกผู้ใหญ่บางท่าน โดยมีคีรานยืนโอบเอวเธอไว้ไม่ห่าง ราวกับกลัวว่าเธอจะหายตัวไป
"เหนื่อยไหมครับภรรยา?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู พร้อมกับแก้วแชมเปญในมือหนาที่ยื่นมาให้เธอ
"นิดหน่อยค่ะ คนมาร่วมงานเยอะมากเลย... ว่าแต่คุณเถอะค่ะ แอบไปคุยอะไรกับพวกหุ้นส่วนเมื่อกี้ สีหน้าเคร่งเครียดเชียว" รินรดาหันไปถามด้วยความสงสัย เมื่อครู่เธอนสังเกตเห็นคีรานปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียดอยู่ครู่หนึ่ง
คีรานชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม มุมปากหยยกยิ้มบางๆ ที่เคลือบไว้ด้วยความลึกลับ
"ไม่มีอะไรสำคัญหريكหรอ... แค่เรื่องงานจัดการหนוניโสโครกบางตัวที่ยังเคลียร์ไม่สะอาดดี" เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับทอประกายอันตรายที่รินรดาอ่านไม่ออก
ก่อนที่เธอจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลงกะทันหัน เสียงดนตรีหยุดชะงักลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศงานเลี้ยงฉลองทันที แขกเหรื่อเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ
รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติในอากาศ เธอหันไปมองหน้าสามี คีรานดึงเธอเข้ามาซ่อนไว้ด้านหลังลำตัวทันที สัญชาตญาณดิบของมาเฟียผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนตื่นตัวเต็มที่ มือหนาเอื้อมไปแตะอาวุธปืนพกซ่อนอยู่ที่เอวอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านกระจกโดมใสลงมาตรงกลางฟลอร์เต้นรำ และในวินาทีนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง
"ว้าว... งานแต่งงานที่จัดได้อลังการสมฐานะจริงๆ น่าเสียดายนะคีราน ที่งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้... จะต้องปิดฉากลงด้วยเลือด"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาดำ รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าปากด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
มาร์คัส... ศัตรูตัวฉกาจที่น่าจะถูกกำจัดไปแล้วในเหตุการณ์ถล่มท่าเรือ!
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด... เพราะด้านหลังของมาร์คัส มีร่างระหงของหญิงสาวคุ้นตาในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวตามออกมา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากของหล่อน พร้อมกับดวงตาที่จ้องมองมาที่รินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พริมโรส... อดีตคนรักของคีรานที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว!
"เซอร์ไพรส์ไหมคะที่รัก..." พริมโรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงร้ายกาจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองคีรานและรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะยิ้มเหี้ยมเกรียม "คิดเหรอว่า... เกมมันจะจบลงแค่นี้?"
ขอบพระคุณรี้ดที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาจนถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 44
วิวาห์แห่งพันธสัญญา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!