กลิ่นอายจางๆ ของไวน์แดงวินเทจราคาแพงยังคงลอยวนอยู่บนปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของรินรดาเวลานี้ กลับไม่ใช่รสชาติอันล้ำลึกของเครื่องดื่ม หากแต่เป็นสัมผัสอุ่นละมุนจากเรียวปากของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจและพันธะสัญญาแห่งชีวิตของเธอไว้ทั้งหมด
คีราน วอร์เรน ไม่ใช่ปีศาจร้ายที่เคยใช้ความเย็นชาและอำนาจมืดเหนี่ยวรั้งเธอไว้อีกต่อไปแล้ว ในยามนี้ เขากลายเป็นเพียงบุรุษผู้ยอมจำนนต่อความอบอุ่นในเรือนร่างและดวงตาคู่งามที่สะท้อนเงาของเธอเพียงผู้เดียว
"เหม่ออะไรอยู่หรือคะ คุณวอร์เรน..."
เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน รินรดาก้าวเท้าเปลือยเปล่าไปบนพรมเปอร์เซียเนื้อนุ่มอย่างแผ่วเบa สายตาทอดมองแผ่นหลังกว้างของสามีทางนิตินัยและพฤติัย ซึ่งกำลังยืนทอดสายตาออกไปนอกบานกระจกใสจรดเพดานของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงเบื้องล่างราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่นลงมาประดับแทบเท้าของพวกเขา
คีรานไม่ตอบคำถามในทันที เขารินไวน์ลงในแก้วทรงสูงอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบสีนิลที่เคยเต็มไปด้วยความระแวงและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความสุขล้นปรี่จนน่าใจหาย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธอทีละน้อย ระยะห่างที่เคยถูกคั่นกลางด้วยความหวาดระแวงและเกมแห่งอำนาจ ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นด้วยไฟสเน่หาที่แผดเผาอย่างอ่อนโยน
"ฉันไม่ได้เหม่อ... แค่กำลังคิดว่า โชคดีแค่ไหนที่วันนั้น ความดื้อรั้นของคุณพาคุณก้าวเข้ามาในโลกมืดของฉัน" คีรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลกว่าครั้งไหนๆ มือหนาเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าสิ่งล้ำค่าตรงหน้าจะสลายหายไปเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
รินรดาแย้มรอยยิ้มบางๆ ดวงตากลมโตฉายแววหยอกล้อระคนซาบซึ้ง "โลกมืดของคุณในวันนั้น น่ากลัวแทบตายนะคะ... เกือบเอาชีวิตไม่รอดตั้งหลายหน"
"แต่สุดท้าย คุณก็ขโมยหัวใจของปีศาจตนนี้ไปจนหมดสิ้น..." คีรานโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินลาดไหล่เนียน "และฉันก็ยินดีให้คุณขโมย... ตลอดกาล"
สัมผัสจุมพิตแผ่วเบาประทับลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่า เรียกความสั่นสะท้านเฮือกใหญ่ให้แล่นริ้วไปทั่วร่างหนาบางของรินรดา ความทรงจำอันเจ็บปวดจากเงาอดีต ทั้งพริมโรสผู้หญิงที่เคยใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหาเพื่อแย่งชิงอำนาจ และมาร์คัสศัตรูตัวฉกาจที่พยายามทำลายทุกสิ่ง ลมหายใจทั้งหมดมลายหายสิ้นไปจากความทรงจำ ราวกับสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องโกหกในความฝัน เหลือไว้เพียงความจริงอุ่นหนาในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้นี้
เรือนกายแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว คีรานรวบเอวบางเข้ามาแนบชิด สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ความปรารถนาอันลึกซึ้งและสเน่หาอันเร่าร้อนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งรักแท้
"สัญญาค่ะ... ว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหนอีก" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อเรียวปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบชิด
"ต่อให้โลกใบนี้สลายกลายเป็นจุล ฉันก็ไม่มีวันปล่อยมือจากคุณ รินรดา"
คำพูดนั้นไม่ใช่คำหวานเพื่อเกี้ยวพาราสี หากแต่มันคือคำปฏิญาณจากก้นบึ้งของหัวใจมาเฟียผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทว่ากลับยอมคุกเข่าจำนนต่อความรักของหญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในชีวิต
ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบเข้าหากันอย่างเนิบนาบ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ได้รับการเติมเต็ม รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น รินรดาหลับตาพริ้ม วงแขนเรียวโอบกอดรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นไปอีก ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของทั้งคู่ให้กลายเป็นคนเดียวกันใต้เงาจันทร์ที่ทอแสงนวลลอดผ่านกระจกเข้ามา
ค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงปืน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมการเมืองธุรกิจ และไม่มีความหวาดกลัวใดๆ อีกต่อไป มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน ร่างกายที่แนบชิด และหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน... ตราบนานเท่านาน
ขอขอบพระคุณรี้ดที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และมอบหัวใจให้ "พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์" มาจนถึงบทส่งท้ายนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในผลงานเรื่องถัดไปค่ะ
มิดไนท์คิส
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 45
นิรันดร์ใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!