“ถ้าคุณอยากจะลั่นไก ก็เชิญเลยค่ะคีราน... แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ต่อให้หัวใจดวงนี้หยุดเต้น มันก็ไม่มีวันเปลี่ยนความจริงที่ว่า ดิฉันไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนสกปรกของครอบครัวคุณ”
เสียงของรินรดาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวราน เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่นิ้วเดียว ปืนกระบอกสีดำขลับในมือหนาของคีรานจ่อเข้าที่ขมับบางของหญิงสาวจนเกิดรอยแดง กลิ่นดินปืนจางๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาว ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่หรูหราแต่ราวกับกรงขังแห่งนี้
คีรานจ้องมองดวงตาคู่สวยที่ไม่มีแม้กระทั่งประกายแห่งความหวาดกลัว มีเพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปในจิตวิญญาณ เขาขบกรามแน่น สันกรามคมกริบนูนเด่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ภายใน ทั้งความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปีกับภาพฝันร้ายในวัยเยาว์ที่ยังคงหลอกหลอน กับความรู้สึกบางอย่างที่เขาสั่งให้ตัวเองปฏิเสธมาตลอด... ความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงคนนี้แตกต่างออกไป
“กล้าดีนักนะ ที่ท้าทายคนอย่างฉัน” คีรานเค้นเสียงต่ำผ่านลำคอ นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกสั่นระริกด้วยอารมณ์ที่แปรปรวน เขาจดจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ซีดเผือดแต่กลับดูสง่างามราวกับราชินีผู้พ่ายแพ้ในศึกสงครามที่ตนไม่ได้ก่อ
“ดิฉันไม่ได้ท้าทายค่ะ... ดิฉันแค่เหนื่อยที่จะต้องวิ่งหนีอดีตที่ไม่ใช่ของตัวเอง” รินรดาหลับตาลง หยาดน้ำตาใสไหลอาบแก้ม “ถ้าความตายคือทางออกเดียวที่คุณพอใจ จะฆ่าดิฉันทิ้งตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ... แต่ขออย่างเดียว อย่าดึงคนบริสุทธิ์ไปรับกรรมด้วย”
คำว่า ‘คนบริสุทธิ์’ กระตุกใจมาเฟียหนุ่มเข้าอย่างจัง คีรานชะงักไปครู่ใหญ่ ภาพที่เขาสั่งให้ลูกน้องไปข่มขู่ครอบครัวของเธอเมื่อวันก่อนฉายชัดขึ้นมาในสมอง รอยแผลเป็นที่ข้างขมับของรินรดาจากการที่เธอพยายามปกป้องน้องชายในวันนั้นยังคงเป็นหลักฐานประจักษ์ชัดว่า เธอเลือกที่จะเจ็บตัวแทนคนอื่นเสมอ... ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเคยปรารถนาจะทำหากย้อนเวลากลับไปได้
เขาลดปืนลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบกับโต๊ะไม้โอ๊กดังสนั่นหวั่นไหวในความเงียบ คีรานเดินเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้า นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยน้ำตาที่แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนจากความป่าเถื่อนเป็นความอ่อนโยนอย่างไม่คาดคิด ทำให้รินรดาถึงกับลืมหายใจ
“ทำไมถึงยอมขนาดนี้” เขาถาม เสียงแหบพร่า “เธอรู้ว่าฉันเป็นปีศาจ เธอรู้ว่าฉันทำลายชีวิตเธอ... ทำไมไม่หนีไปตั้งแต่วันแรกที่ฉันเผลอ”
“เพราะดิฉันเห็นความเจ็บปวดในดวงตาคุณค่ะคีราน” รินรดาลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาหม่นที่ดูสั่นคลอน “คุณไม่ได้โกรธแค้นดิฉัน... คุณแค่กำลังโกรธตัวเองที่รักษาใครไว้ไม่ได้เลยในวันนั้น และดิฉัน... ก็ไม่ใช่ศัตรูของคุณ”
คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงไปในปมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขามาตลอด คีรานกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับอากาศ ความโกรธแค้นที่เคยเป็นดั่งเปลวไฟลุกโชนเริ่มมอดไหม้ลง เหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งความว่างเปล่าและความสับสนที่ถาโถมเข้ามาแทนที่
เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แทรกซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของเธอ ความจริงใจที่เขาไม่เคยได้รับจากใครตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันช่างน่ากลัว... แต่มันก็ช่างหอมหวานจนเขาไม่กล้าปล่อยมือ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นของคู่รักนรกคู่นี้สินะคะ”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกทำให้คีรานผละออกจากรินรดาทันที พริมโรสก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยจัดนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความริษยา เธอจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ
“พริมโรส? ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่” คีรานตวาด สายตาเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในเสี้ยววินาที
“ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณคีรานค่ะ... เรื่องที่เกี่ยวกับ ‘รอยแค้น’ ของคุณ ที่ผู้หญิงคนนี้เป็นคนจุดชนวนให้มันระเบิดขึ้นอีกครั้ง!” พริมโรสแสยะยิ้มก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ “เปิดอ่านดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าความจริงใจที่ยัยผู้หญิงหน้าซื่อคนนี้สร้างภาพขึ้นมา... มันก็แค่ละครตบตาเพื่อรอเวลาปาดคอคุณ!”
รินรดามองซองเอกสารนั้นด้วยความมึนงง ในขณะที่คีรานเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยแววตาที่เริ่มเปลี่ยนกลับไปเป็นความระแวงอีกครั้ง รินรดาใจหายวูบเมื่อเห็นจดหมายที่ซ่อนอยู่ข้างใน... มันเป็นจดหมายลายมือของเธอเอง ที่เธอเขียนถึงมาร์คัสเมื่อสัปดาห์ก่อน เนื้อหาในนั้นคลุมเครือจนดูเหมือนเธอกำลังร่วมมือกับศัตรู
“คีราน... ดิฉันอธิบายได้ มันไม่ใช่...”
“เงียบ!” คีรานคำราม ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม “นี่คือสิ่งที่เธอพยายามจะบอกฉันงั้นเหรอ? ว่าเธอเป็นคนบริสุทธิ์... แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งข่าวให้มาร์คัส!”
“คีราน ฟังดิฉันก่อน!”
“ออกไป!” เขาสั่งเสียงก้อง “ออกไปจากห้องของฉัน เดี๋ยวนี้!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากพูดอะไร ร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาทางประตูที่พริมโรสเพิ่งเปิดทิ้งไว้ มาร์คัสยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับลูกน้องติดอาวุธนับสิบคนที่ล้อมกรอบคฤหาสน์ไว้หมดแล้ว
“ใจเย็นน่า คีราน...” มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางมองรินรดา “ดูเหมือนของขวัญที่ฉันฝากไว้กับผู้หญิงของนาย จะทำงานได้ดีเกินคาดเลยนะว่าไหม?”
คีรานชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธและสับสน เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย... และนั่นคือวินาทีที่มาร์คัสลั่นไกปืนเก็บเสียงใส่แจกันดอกไม้ข้างตัวคีรานจนแตกกระจาย!
มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องราวในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 18
รอยแค้นที่จางหาย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!