“ตอบมาสิรินรดา... ความเงียบของเธอ มันกำลังฆ่าคนในครอบครัวของเธอทีละคนนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีราน วอร์เรน ไม่ได้ก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาโน้มตัวลงมาหาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงกดดันให้รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังบางชิดติดผนังห้องทำงานที่มืดสลัว กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอันตรายจากตัวเขาทำให้หัวใจหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอไม่ได้หันไปมองน้องสาวที่ถูกกันตัวไว้อีกมุมของห้อง แต่ดวงตากลมโตคู่สวยที่สั่นระริกนั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่งของคีราน
“คุณมันปีศาจ คีราน...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน “คุณเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเบี้ยต่อรอง เพื่อสนองตัณหาความแค้นที่มันกัดกินคุณจนไม่เหลือความเป็นคนแล้วหรือไง!”
คีรานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองหน้าเขาตรงๆ “ความเป็นคนงั้นหรือ? หึ... ความเป็นคนของตระกูลพัฒนกุลของเธอ มันตายไปพร้อมกับคำโกหกเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้วรินรดา”
เขาหยุดชะงัก สายตาที่เคยดุดันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าจนน่าใจหาย มือที่เชยคางเธอเลื่อนลงมาสัมผัสลำคอระหงแผ่วเบา ก่อนจะบีบกระชับแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงอำนาจที่เขามี
“พ่อของเธอไม่ได้ทำแค่ขายความลับทางธุรกิจให้มาร์คัส แต่เขายังเป็นคนเซ็นชื่อสั่งตายคนในครอบครัวฉันในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ... คืนที่แม่ของฉันสิ้นใจด้วยปืนของมือสังหารที่พ่อเธอเป็นคนว่าจ้าง”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง “ไม่... ไม่จริง พ่อฉันไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้น!”
“นั่นไง... คำปฏิเสธที่ฉันได้ยินจนเบื่อหู” คีรานปล่อยมือจากคอเธอแล้วผละออกมา เขาสะบัดแขนเสื้อสูทก่อนจะเดินไปที่ตู้เก็บไวน์ หยิบขวดเก่าแก่ขึ้นมาเปิดด้วยมือที่สั่นน้อยๆ “ทุกคนมักจะมองว่าฉันเป็นคนชั่วที่รังแกคนอ่อนแอ แต่ถ้าเธอได้เห็นสิ่งที่ฉันเห็นในแฟ้มลับนั่น เธอจะรู้ว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะเป็นปีศาจให้พวกมันกลัว”
เขารินไวน์ใส่แก้วคริสตัลแล้วยื่นให้เธอ แต่รินรดาไม่รับ คีรานจึงกระดกมันลงคอด้วยตัวเองจนหมดในรวดเดียว เขาหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างที่เคยดูแข็งแกร่งดูเปราะบางลงในสายตาของหญิงสาวชั่วขณะ
“คืนนั้น ฉันยังเป็นแค่เด็กชายที่ต้องมุดอยู่ใต้เตียง มองดูเลือดของแม่นองเต็มพื้นไม้ เสียงร้องของท่านมันตามหลอกหลอนฉันมาตลอดกาล... รินรดา วันที่ฉันตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกมืด ฉันสาบานกับหลุมศพท่านว่า ตระกูลที่ฆ่าฉันทั้งเป็นจะต้องได้รับผลกรรมในแบบที่พวกมันไม่มีวันลืม”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอโกรธเขาที่ทำลายชีวิตเธอ แต่เมื่อได้ยินความจริงที่บิดเบี้ยวจากอดีต หัวใจของเธอกลับเจ็บปวดแทนเขาอย่างน่าประหลาด “แล้วตอนนี้ล่ะคีราน? ถ้าคุณแก้แค้นสำเร็จ แล้วคุณจะเหลืออะไร? ในใจของคุณมันเหลือที่ว่างให้ความรัก หรือมีแต่ความว่างเปล่าที่รอวันแตกสลายกันแน่?”
คีรานหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหว เขาเดินดิ่งเข้ามาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้กำลัง แต่เป็นการกักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง สัมผัสจากมือของเขาที่วางบนเอวบางนั้นร้อนผ่าว
“ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีสิทธิ์ได้รับความรัก... จนกระทั่งเธอก้าวเข้ามาในกรงของฉัน” เขากระซิบชิดใบหู เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่ากลัว “รินรดา... เธออาจจะเป็นคนเดียวที่ทำให้ปีศาจอย่างฉันอยากจะวางอาวุธลง... แต่เธอต้องเลือก ระหว่างความภักดีต่อพ่อที่ทิ้งปมไว้ให้เรา หรือเลือกจะอยู่ข้างๆ คนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ... แม้แต่คนในครอบครัวของตัวเอง”
รินรดารู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ขอบตา เธอไม่อาจหลบสายตาที่แฝงไปด้วยความอ้อนวอนลึกๆ ภายใต้ใบหน้าที่เย็นชาของเขาได้เลย ความเกลียดชังที่เคยมีค่อยๆ ละลายกลายเป็นความสงสารที่แสนอันตราย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนใกล้จะถึงจุดตัดสินใจ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นจากด้านนอกห้องทำงานกลับทำลายความเงียบงันจนสิ้น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
“คุณคีรานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มาร์คัสส่งคนมาบุกคลังสินค้าของเราที่ท่าเรือ และดูเหมือน... มันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมี 'ของขวัญ' มาฝากถึงคุณรินรดาด้วยครับ!”
คีรานชะงัก มือที่โอบเอวรินรดาอยู่กระตุกวูบ ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา เขาหันไปหยิบปืนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาเหน็บข้างเอว ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“ดูเหมือนว่ามาร์คัสจะเริ่มเกมก่อนเวลาอันควร” เขาพูดพลางเชยคางเธอขึ้นอีกครั้ง “ถ้าอยากรู้ว่าพ่อของเธอซ่อนความลับอะไรไว้ และถ้าอยากรู้ว่ามาร์คัสส่งอะไรมาให้เธอ... ก็จงตามฉันไปที่ท่าเรือ เดี๋ยวนี้!”
เขาลากเธอเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว รินรดาเหลือบมองน้องสาวที่ยังคงอยู่ในห้องด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะถูกคีรานเหวี่ยงเข้าไปในรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์
เมื่อรถแล่นออกไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืน เสียงโทรศัพท์ของคีรานก็ดังขึ้น ภาพในจอแสดงผลเป็นสายเรียกเข้าจากมาร์คัสที่สั่นประสาท เขาเปิดลำโพงให้รินรดาได้ยิน เสียงทุ้มแหบพร่าของศัตรูหัวใจดังแทรกเข้ามา
“คีราน... รินรดาอยู่ข้างๆ นายใช่ไหม? งั้นก็บอกเธอซะ ว่าของขวัญที่ฉันเตรียมให้เธอในวันนี้ คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้เธอกระอักเลือดตาย... เพราะพ่อที่แสนดีของเธอน่ะ ไม่ได้มีแค่ศัตรูอย่างนายคนเดียวหรอกนะ... เขาคือฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอด้วย!”
รินรดาชาวาบไปทั้งร่าง คีรานเบรกจนรถหยุดกะทันหันกลางถนนสายเปลี่ยว เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับจะบอกว่า... *ความจริงที่โหดร้ายที่สุด กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว*
มิดไนท์คิสหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นไปกับรินรดาในตอนต่อไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ!
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 30
จุดเปลี่ยนของหัวใจ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!