“ถ้าคุณจะฆ่าฉันด้วยความเงียบแบบนี้ รบกวนช่วยทำมันให้จบในที่ลับตาคนหน่อยค่ะ อย่าใช้ถนนเปลี่ยวๆ นี่เป็นสุสานของความรู้สึกเลย”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาคีรานชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าดั่งมหาสมุทรน้ำแข็งในคราแรกเริ่มสั่นไหว เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เอื้อมมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้อันโชกโชนมาประคองใบหน้าเรียวเล็กของเธอไว้ บีบเบาๆ ที่คางมนบังคับให้เธอต้องสบตา
“คุณคิดว่าผมกำลังจะทำลายคุณรินรดา?” เขาถามเสียงต่ำ พร่าสั่นด้วยอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากมาเฟียผู้ไร้ความรู้สึก “ความจริงที่ผมว่า... มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไปต่อด้วยกันไม่ได้อีกเลย ตลอดกาล”
ภายในรถที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากรถคันหลังที่แล่นผ่านไปไกลๆ คีรานไม่ได้พูดความลับนั้นออกมา เขาเลือกที่จะโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบที่ข้างขมับของเธออย่างเชื่องช้า ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ ราวกับเขากำลังดูดกลืนความกังวลทั้งหมดไปจากเธอด้วยสัมผัสที่ดูเหมือนจะทะนุถนอม แต่แฝงไปด้วยความหวงแหนอย่างร้ายกาจ
หลังจากคืนนั้น ทั้งคู่เหมือนพยายามสร้าง ‘ความสุขที่เปราะบาง’ ขึ้นมาใหม่ ภายในคฤหาสน์วอร์เรนที่เงียบเชียบ สองสัปดาห์ต่อมาดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่เวลาหมุนช้าลง คีรานไม่ได้ออกไปจัดการเรื่องธุรกิจมืดที่เขามักทำเป็นประจำ เขากลายเป็นผู้ชายที่นั่งจิบกาแฟฝั่งตรงข้ามเธอในสวนกุหลาบหลังบ้าน และคอยถามไถ่ถึงสิ่งที่เธอชอบทำ
“คุณชอบสีน้ำเงินของดอกไฮเดรนเยียมากกว่ากุหลาบแดงใช่ไหม” คีรานถามขณะที่เขากำลังประคองกิ่งไม้ให้เธอที่กำลังจดจ่ออยู่กับการตัดแต่งพุ่มไม้
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ “คุณจำได้ด้วยหรือคะ ฉันแค่เคยพูดเล่นๆ เมื่อนานมาแล้ว...”
“อะไรที่เป็นความสุขของคุณ ผมจำได้ดีเสมอ” เขาตอบสั้นๆ แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งจนเธอต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย แต่มันคือความเขินอายที่ผสมโรงด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ทุกครั้งที่เขาสัมผัสเธอ รินรดารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ความสุขนี้... มันดูสมบูรณ์แบบจนน่าประหลาดใจ รินรดาเริ่มหลงลืมไปชั่วขณะว่าเขาคือมาเฟียผู้โหดเหี้ยม และเธอก็ไม่ใช่แค่ภรรยาในนาม แต่เป็นหมากตัวสำคัญที่เขายังไม่ยอมเดินหมากตาต่อไป
ในคืนวันศุกร์ที่ฝนตกพรำๆ บรรยากาศในคฤหาสน์ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ คีรานโอบกอดเธอไว้ในห้องนั่งเล่น หน้าเตาผิงที่ไฟกำลังลุกโชน รินรดาพิงศีรษะลงบนอกกว้างของเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น
“ถ้าวันหนึ่งฉันต้องหายไป หรือถ้าวันหนึ่งความจริงที่ว่านั้นทำให้คุณต้องเลือกระหว่างอำนาจกับฉัน... คุณจะเลือกอะไรคะคีราน” รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา เธอกลั้นหายใจรอคำตอบ
คีรานกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแทบไร้ช่องว่าง ลมหายใจของเขาปัดผ่านใบหูเธอ “อย่าพูดถึงวันที่ผมต้องเสียคุณไป รินรดา... เพราะถ้าวันนั้นมาถึง ผมจะไม่เลือกอะไรทั้งสิ้น ผมจะพังทลายทุกอย่างให้แหลกคามือ ไม่ว่านั่นจะเป็นโลกของผม หรือแม้แต่ตัวผมเอง”
คำตอบของเขามันหวานหู แต่มันกลับทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น นั่นไม่ใช่ความรักที่มั่นคง แต่มันคือความคลั่งไคล้ที่เป็นอันตราย
แต่แล้ว ความสุขที่เปราะบางนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งเข้ามาในห้องโถงโดยไม่เคาะประตู สีหน้าของชายชุดดำดูตระหนกจนคีรานต้องผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังอำนาจที่เคยถูกซ่อนไว้ภายใต้ความอบอุ่นกลับมาแผ่ซ่านอีกครั้ง
“นายครับ... เกิดเรื่องแล้วครับ” ลูกน้องคนนั้นก้มหน้า “มาร์คัส... มันส่งรูปภาพชุดหนึ่งมาที่หน้าประตูคฤหาสน์ มันบอกว่าถ้าท่านไม่ยอมยกหุ้นส่วนเหมืองทองให้ภายในคืนนี้ มันจะเปิดเผย 'ภาพเหตุการณ์' เมื่อห้าปีก่อนให้สำนักข่าวทุกฉบับทราบ”
คีรานชะงัก กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับขั้วโลกเหนือ รินรดาที่นั่งอยู่หน้าเตาผิงมองตามหลังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม เธอสังเกตเห็นมือของเขาที่สั่นเล็กน้อย... เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นความพ่ายแพ้ในแววตาของคีราน
เขาหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เป็นสายตาแห่งการตัดสินใจที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออก
“รินรดา...” เขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปวดร้าวอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น “ไปหยิบเสื้อคลุมของคุณ แล้วตามผมไป... เราต้องไปหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด ก่อนที่ความพินาศจะมาถึงหน้าประตูบ้านเรา”
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ขยับตัว เสียงปืนที่ดังขึ้นจากนอกคฤหาสน์ก็ทำลายความเงียบของค่ำคืนลงทันที พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างห้องนั่งเล่น มาร์คัสก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเหมือนจะเป็น 'หลักฐาน' ชิ้นสำคัญที่ทำลายชีวิตของพวกเขา
“ไม่จำเป็นต้องหนีหรอกคีราน” มาร์คัสแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันมาสบตารินรดา “คุณควรรู้ไว้ตั้งนานแล้วนะรินรดา... ว่าผู้ชายที่คุณกำลังนอนกอดอยู่นี้ ไม่ใช่แค่มาเฟียธรรมดาๆ แต่เขาคือ 'ฆาตกร' ที่พรากครอบครัวของคุณไปเมื่อห้าปีก่อน!”
คำพูดนั้นดังเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจรินรดา โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน ความสุขที่เคยเปราะบาง แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในวินาทีนั้นเอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ มิดไนท์คิสรักนักอ่านทุกคนค่ะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 31
ความสุขที่เปราะบาง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!