“เกมของแกจบลงตั้งแต่วินาทีที่แกคิดจะแตะต้องสิ่งที่ฉันรักที่สุดแล้ว, มาร์คัส”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีราน วอร์เรน ไม่ได้มีความเกรี้ยวกราด แต่ทว่ามันกลับเยือกเย็นเสียจนคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—มาร์คัส ซึ่งกำลังถูกลูกน้องชุดดำล้อมกรอบอยู่ในโกดังร้างริมอ่าว—ถึงกับใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มไม่ได้เหลือร่องรอยของความปราณี เขาขยับกายก้าวเข้าไปใกล้ชายที่เคยเป็นเสี้ยนหนามชีวิตอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับกดดันราวกับเสียงฝีเท้าของมัจจุราช
มาร์คัสหัวเราะหึในลำคอ แม้จะอยู่ในสภาพพ่ายแพ้แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความอาฆาต “สิ่งที่แกเรียกว่ารัก... มันก็แค่ของเล่นราคาแพงไม่ใช่หรือไง คีราน? หรือแกจะบอกว่าผู้หญิงจืดชืดอย่างรินรดา เปลี่ยนใจคนไร้หัวใจอย่างแกได้จริงๆ”
คีรานหยุดยืนตรงหน้าเขา ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟสลัวจากเพดานจนเกิดเป็นเงาทะมึน “สำหรับแก... เธอเป็นหมาก แต่สำหรับฉัน เธอคือลมหายใจ และคนที่กล้าใช้มีดกรีดลงบนลมหายใจของฉัน จะไม่มีวันได้รับแม้แต่คำขอโทษก่อนตาย”
รินรดายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล มือบางของเธอกำแน่นอยู่ที่ชายเสื้อคลุม หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอเห็นคีรานหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อสูทราคาแพง ก่อนจะโยนมันลงแทบเท้าของมาร์คัส เอกสารที่รวบรวมหลักฐานการฟอกเงิน การค้าอาวุธเถื่อน และที่สำคัญที่สุด คือหลักฐานการวางแผนฆาตกรรมครอบครัววอร์เรนเมื่อสิบปีก่อน
มาร์คัสก้มลงมองเอกสารเหล่านั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง “แกไปเอามาได้ยังไง? บัญชีพวกนี้ฉันสั่งทำลายไปหมดแล้ว!”
“โลกนี้ไม่มีความลับสำหรับคนที่มีอำนาจมากพอ, มาร์คัส” คีรานหันไปส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว เสียงไซเรนตำรวจที่แฝงตัวอยู่รอบโกดังก็ดังระงมขึ้นแทรกความเงียบสงัดทันที แสงไฟสีน้ำเงินแดงวูบวาบสาดส่องเข้ามาในโกดัง เผยให้เห็นกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่พุ่งเป้ามายังมาร์คัส
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวชายผู้เป็นต้นเหตุของความทุกข์ระทมทั้งหมด มาร์คัสขัดขืนสุดกำลัง แต่เสียงตะโกนด่าทอสาปแช่งกลับค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับเสียงปิดประตูรถตำรวจที่แล่นออกไปสู่ความมืดมิดของราตรี
คีรานหมุนตัวกลับมาหาเธอ สายตาคมกริบที่เคยใช้จ้องศัตรูอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของหญิงสาว เขาเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกดดันที่ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความโหยหาที่ยากจะปฏิเสธ
“ทุกอย่างจบแล้ว, ริน” เขาพึมพำขณะคว้ามือนุ่มไปแนบแก้มสาก “ไม่มีใครจะพรากเธอไปจากฉันได้อีก”
ทว่า ในขณะที่รินรดาจะเอ่ยคำตอบเพื่อปลอบประโลมหัวใจของเขา สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่พื้นดินใกล้กับจุดที่มาร์คัสเคยยืนอยู่ มันคือโทรศัพท์เครื่องเล็กที่ตกหล่นอยู่ แสงหน้าจอยังคงสว่างวาบขึ้นด้วยข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมา
เธอขมวดคิ้ว มือสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมามองดูข้อความที่ส่งมาจากเบอร์นิรนาม: *‘ยินดีด้วยที่กำจัดมาร์คัสได้... แต่เกมที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น เพราะคนที่ฆ่าพ่อแม่แกจริงๆ ไม่ใช่มัน แต่คือคนข้างๆ แกนั่นแหละ... คีราน วอร์เรน’*
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรักของคีรานสลับกับข้อความในมือที่ดูเหมือนจะเป็นคำพิพากษาของชีวิตคู่... หรือบางที สิ่งที่เธอคิดว่าคือ ‘ความยุติธรรม’ อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นของนรกขุมใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
คีรานสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเธอ จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล “ริน... เธอเป็นอะไรไป?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอควรจะบอกเขา หรือควรจะเก็บความสงสัยนี้ไว้เป็นปมในใจที่อาจจะกัดกินเธอไปตลอดกาล ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือมาโอบกอด ร่างของเธอกลับถอยหลังกรูดออกห่างด้วยความรู้สึกหวาดระแวงที่ปิดไม่มิด
คีรานชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความสงสัยลึกซึ้งทันทีราวกับเขารู้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น... บางอย่างที่เขายังไม่ได้บอกเธอ
มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงไม่วางใจและเตรียมใจสำหรับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้าไปพร้อมกับรินรดานะคะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 39
จุดจบของความแค้น
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!