พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 42

ครอบครัวที่สมบูรณ์

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
รอยช้ำจางๆ บนข้อมือของมารดาคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนแห่งความหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าร่องรอยทางกาย กลับเป็นแววตาไหวระริกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคำถามมากมาย ซึ่งอัดแน่นอยู่เต็มห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดในบ้านพักหลังเก่า รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวเนียนกุมมือเหี่ยวย่นของมารดาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว ความอบอุ่นที่โหยหามาเนิ่นนานจะเลือนหายไปในอากาศ "แม่คะ... รินขอโทษ" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือจนแทบขาดหฝอง รินรดาซบใบหน้าลงกับตักของมารดา ปล่อยให้น้ำตารินรดรดผ่านเนื้อผ้าเก่าๆ ความรู้สึกผิดที่ดึงครอบครัวเข้ามาพัวพันกับวังวนมืดมนของคีราน วอร์เรน กัดกินหัวใจเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี คุณหญิงรัตนาถอนหายใจยาวนาน มืออุ่นลูบกลุ่มผมสลวยของบุตรสาวด้วยความรักและอาทร แม้ในยามที่หวาดกลัวที่สุด ผู้เป็นแม่ย่อมมองทะลุผ่านความเข้มแข็งปลอมๆ ของลูกสาวเสมอ "ลูกไม่ได้ทำอะไรผิดเลย... ริน" รัตนาเอ่ยเสียงแผ่วเบา "แม่ต่างหากที่โง่เขลา หลงเชื่อคำหวานของพวกมัน จนทำให้ลูกต้องเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวของเรา" "แต่ว่า... คีรานเขา..." รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสน "เขาไม่ใช่คนดีค่ะแม่ เขาคือปีศาจที่ไร้หัวใจ คนที่ทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่... แต่ทำไม..." เธอชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนลอยย้อนกลับมาในห้วงความคิด ขณะที่คีรานยืนประจันหน้ากับมาร์คัสและพริมโรส แววตาของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มีเพียงความเหี้ยมโหดยามกำจัดศัตรู ทว่ามันยังมีความห่วงใยระคนหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์สีเลือดดวงนั้น ผู้ชายที่กักขังเธอไว้ในกรงทองด้วยโซ่ตรวนแห่งความแค้น กลับเป็นคนเดียวกับที่ใช้ร่างกายของเขาเองรับคมกระสุนแทนเธอ ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออกอย่างเงียบเชียบโดยปราศจากเสียงเอี๊ยดอ๊าด ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชด คีราน วอร์เรน ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องมาที่สองแม่ลูก นิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแผ่รังสีความกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น รัตนาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณของเหยื่อที่เคยเผชิญหน้ากับอำนาจมืด นางรีบดึงรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเงמוกมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง รินรดารีบผุดลุกขึ้นยืนบังมารดาไว้ เผลอกัดริมฝีปากแน่น "คุณเข้ามาทำไม... ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์ของคุณนะ คีราน" คีรานไม่ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองสำรวจรินรดาก่อนจะเลื่อนไปสบตากับมารดาของเธอ ความเยียบเย็นที่เคยฉายชัดในแววตาของมาเฟียหนุ่มค่อยๆ เจือจางลง เหลือเพียงความนิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา "ผมไม่ได้มาเพื่อพังบ้านหลังนี้..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "และผมไม่ได้มาในฐานะ 'ผู้คุม' อย่างที่คุณแม่ของคุณกำลังหวาดกลัว" คีรานหยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงใหญ่คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างไม่ถือตัวต่อหน้าคุณหญิงรัตนา ทำเอารินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีทุกคนด้วยปลายรองเท้า กำลังแสดงท่าทีที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากซาตานร้ายตนนี้ "คุณ... คุณกำลังทำอะไร?" รินรดาครางเสียงแผ่ว รัตนาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน นางมองชายหนุ่มที่คุกเข่าต่อหน้าด้วยความประหลาดใจระคนหวาดหวั่น "ผมขอโทษครับ..." คีรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหอง "สำหรับความหวาดกลัวทั้งหมดที่ผมมอบให้ครอบครัวของคุณ สำหรับรอยแผลและน้ำตาที่รินรดาต้องเสียให้ผม... ผมขอโทษ" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัว หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกทางอารมณ์ รินรดายืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลคำขอโทษจากปากของคีราน วอร์เรน ไม่ทัน ผู้ชายที่ถือคติ 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน' และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกำลังเอ่ยคำขอโทษต่อหน้าแม่ของเธอ รัตนามองหน้าบุตรสาวสลับกับมาเฟียหนุ่ม แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกค่อยๆ อ่อนแสงลง ความเป็นแม่ทำให้เธอมองเห็นลึกลงไปมากกว่าแค่ความโหดร้าย นางเห็นความเจ็บปวดและเงาความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งนั้น มือเหี่ยวย่นเอื้อมออกไปแตะบ่ากว้างของคีรานเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ร่างสูงชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา "คนเราทำผิดพลาดกันได้... ลูกชาย" รัตนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีและเปี่ยมด้วยความเมตตา "แม่ไม่ได้โกรธที่เธอเป็นคนดุร้าย แต่แม่กลัว... กลัวว่าหัวใจของเธอจะแข็งกระด้างเกินกว่าจะรักใครเป็น และกลัวว่าลูกสาวของแม่จะต้องเจ็บปวดในกรงขังนั้น" คีรานหลุบตาลงเล็กน้อย ยอมรับความจริงในคำพูดนั้น "ผมอาจจะเคยเป็นปีศาจในสายตาใครหลายคน... แต่กับรินรดา ผมไม่เคยคิดอยากทำร้ายเธอให้เจ็บปวดเลยสักครั้ง" เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อ "ผมอาจจะไม่ใช่วิเศษวิโสมาจากไหน แต่ผมสัญญา... จะปกป้องเธอด้วยชีวิตของผม" รินรดารู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าว หัวใจที่เคยปิดตายและพยายามต่อต้าน กลับถูกทุบทำลายด้วยความจริงใจที่หาได้ยากยิ่งจากปากของเขา เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเขา มือบางเอื้อมไปสัมผัสแก้วสากที่มีร่องรอยเคราจางๆ ของคีรานอย่างแผ่วเบา "คุณพูดจริงเหรอ... คีราน?" เสียงของเธอสั่นเครือ คีรานยื่นมือหนามาทับมือของเธอไว้ แนบฝ่ามืออุ่นเข้ากับแก้วเนียนของรินรดา ดวงตาสคมก้าวลึกซึ้งคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเธอชัดเจน "ผมไม่เคยพูดคำไหนที่ไม่ได้มาจากความรู้สึกจริง ริน... กลับบ้านของเราเถอะนะ" รัตนามองภาพคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มจางๆ ความห่วงกังวลที่สumอยู่ในใจมานานนับแรมปีคลี่คลายลง นางดึงมือของทั้งคู่มาวางประสานกัน "ไปเถอะลูก... ครอบครัวของเราผ่านพ้นพายุมาได้แล้ว ถึงเวลาที่ลูกจะต้องสร้างครอบครัวที่แท้จริงของตัวเองเสียที" คำว่า 'ครอบครัวที่แท้จริง' ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เธอกำลังจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์... ครอบครัวที่มีทั้งคนที่เธอรัก และคนที่พร้อมจะปกป้องเธอด้วยลมหายใจ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความเข้าใจอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيดก็ดังขึ้นจากด้านนอกบ้าน เสียงทุบประตูดังโครมครามจนบานไม้แทบพังทลาย *ปัง!* ประตูหน้าบ้านถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับอย่างไร้ความปรานี ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินรดาสะดุ้งสุดตัว กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่คีรานลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว แววตาสีเทาเข้มแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจพญามารในเสี้ยววินาที ร่างสูงของชายคนหนึ่งก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามา มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหนาถือปืนกระบอกโตเล็งตรงมาที่กลางห้องนั่งเล่น "ช่างเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน "น่าเสียดาย... ที่มันกำลังจะกลายเป็นงานศพ!" รินรดาเบิก3ตาโพรงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่บุกรุกเข้ามาขัดขวางความสุขของพวกเขาในวินาทีวิกฤตนี้! มาร์คัส... และกองกำลังนับสิบชีวิตที่ล้อมกรอบบ้านหลังนี้ไว้จนมุม! *** มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดที่รักจะยังไม่ลืมความจริงที่แอบซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์ และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันต่อในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%