พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 3

รอยร้าวในความเย็นชา

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“ฉันจ้างเธอมาเป็นเลขา ไม่ใช่มาเป็นหุ่นโชว์เสื้อราคาถูกที่ยืนสั่นงกๆ รอรับคำสั่ง” น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึกวอร์เรน เอ็นเตอร์ไพรส์ คีราน วอร์เรน ไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสารปึกหนาบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขายังคงตวัดปากกาเซ็นชื่อลงบนสัญญาฉบับแล้วฉบับเล่าราวกับชีวิตของใครบางคนขึ้นอยู่กับรอยหมึกเหล่านั้น รินรดาเม้มปากแน่นจนซีดเผือด ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ปรับไว้ต่ำจนน่าขนลุกไม่ได้ทำให้เธอสั่นเทาเท่ากับแววตาที่คีรานทิ้งไว้ให้เธอตอนที่เธอยืนเผชิญหน้ากับมาร์คัสเมื่อคืน เขามองดูเธอเหมือนดูแมลงที่กำลังจะถูกกำจัด แต่ในวินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ เขากลับเปลี่ยนมาใช้ความเย็นชาเป็นอาวุธในการเชือดเฉือนเธอให้ตายทั้งเป็น “ฉันขอโทษค่ะ คุณคีราน” เธอเค้นเสียงตอบ พยายามประคองสติให้มั่น “ดิฉันเพียงแต่กำลังตรวจสอบตารางการประชุมที่ได้รับมอบหมาย...” “ตารางงานนั่นน่ะเหรอ?” คีรานปาแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาทิ้งปากกาลงแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หนัง แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งมาที่เธอ “งานเอกสารคัดแยกข้อมูลบริษัทคู่แข่งนั่น ฉันสั่งให้ทำเสร็จภายในเที่ยง แต่นี่มันกี่โมงแล้ว?” รินรดาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ อีกเพียงสิบนาทีจะเที่ยงตรง เอกสารกองพะเนินตรงหน้าเธอเพิ่งถูกจัดการไปเพียงครึ่งเดียว แต่เธอก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความล่าช้าของเธอ แต่มันคืองานที่ถูกจงใจถมทับมาให้เกินขีดจำกัดของมนุษย์ “ดิฉันกำลังพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ข้อมูลบางส่วนที่ทีมงานคุณส่งมาให้มันมีความซับซ้อนเกินกว่า—” “คำแก้ตัวคือสิ่งที่คนอ่อนแอใช้เพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถ” คีรานขัดขึ้นทันควัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงระยับค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาหาเธอ ราวกับเสือดำที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม “ถ้าเธออยากจะอยู่ในร่มเงาของวอร์เรน ก็จงพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีค่ามากกว่าแค่ลูกหนี้ที่ต้องรอวันใช้กรรม” เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของความอันตราย คีรานโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจนั้นอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนเธอแทบหยุดหายใจ “งานกองนี้ ต้องเสร็จภายในบ่ายสอง และต้องไม่มีความผิดพลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว ถ้าทำไม่ได้...” คีรานเว้นจังหวะ นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง “เธอก็รู้ว่าฉันมีวิธีจัดการกับของไร้ค่าอย่างไร” “คุณมันก็แค่คนเผด็จการ” รินรดากลั้นใจพูด พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาหม่นที่ดูราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร “คุณพยายามจะทำลายฉันเพื่อให้ลืมเรื่องราวในอดีตที่ครอบครัวคุณต้องเผชิญใช่ไหม? แต่จำไว้นะคะ... ความเกลียดชังไม่เคยทำให้ใครสูงขึ้น” คีรานชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย เขาบีบคางเธอแน่นขึ้นอีกนิดจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “อย่าสะเออะเอาเรื่องในอดีตมาพูด ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันทำให้คืนนี้เป็นฝันร้ายที่เธอจะไม่มีวันลืม” เขาสะบัดหน้าเธอออกอย่างแรงจนรินรดาเซถลาไปชนกับโต๊ะทำงาน เสียงเอกสารร่วงกราวลงพื้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วกระดูกขากรรไกร แต่สิ่งที่เจ็บกว่าคือความรู้สึกที่ว่า ในสายตาของผู้ชายคนนี้ เธอไม่ใช่รินรดา... เธอเป็นเพียงพื้นที่ว่างที่เขาต้องการใช้ระบายความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจ หลังจากคีรานก้าวออกไปจากห้องพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน รินรดาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องที่เย็นจัด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจและโกรธแค้น เธอไม่ใช่คนอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่นั้น เธอกลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่คีรานทำตกไว้ใต้โต๊ะ มันไม่ใช่เอกสารการประชุม แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่มุมซ้ายมีรอยไหม้ ปรากฏภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่คุ้นตาอย่างประหลาด... หญิงสาวในรูปมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาของเธอเอง ทว่ายืนเคียงข้างชายที่เธอมั่นใจว่าคือพ่อของคีราน มือของเธอสั่นเทาขณะคว้าภาพนั้นขึ้นมา ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกผางโดยไม่มีการเคาะ พริมโรสเดินนวยนาดเข้ามาด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีนั้นฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “ดูเหมือนว่า ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ของคีรานจะรู้อะไรที่ไม่ควรจะรู้แล้วสินะ” พริมโรสเดินเข้ามาใกล้ ก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกยิ่งกว่าคีราน “ถ้าไม่อยากตายก่อนเห็นแสงตะวันพรุ่งนี้ ก็วางรูปใบนั้นลงแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่มาร์คัสจะมาถึงที่นี่... และเขาก็ไม่ได้ใจดีเหมือนคีรานหรอกนะ” ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มมาจากทางเดินหน้าห้องทำงาน พร้อมกับเสียงกระชากประตูจนบานพับแทบหัก ร่างของมาร์คัสปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาดูหิวกระหายและเต็มไปด้วยเจตจำนงที่จะทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า “ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะความสนุกหรือเปล่า?” มาร์คัสแสยะยิ้มพลางชักปืนเก็บเสียงออกมาจ่อตรงมาที่รินรดา “คีรานไม่อยู่สินะ? งั้นก็ดี... เพราะฉันมีเรื่องอยากจะถามแม่นี่หน่อย ว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแกทิ้งไว้ให้ มันถูกซ่อนไว้ที่ไหน!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับ "มิดไนท์คิส" ในการรังสรรค์พันธะร้ายครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%