“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวรอดในคฤหาสน์หลังนี้คือการอยู่ให้เงียบที่สุด คุณคิดผิดถนัด รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานขนาดใหญ่ของคีราน วอร์เรน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงยืนพิงขอบโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของเขากำลังจดจ้องมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะ
รินรดา พัฒนกุล เม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำแฟ้มเอกสารในมือจนยับยู่ยี่สั่นน้อยๆ เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิตคนใหม่
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่ออยู่อย่างเงียบๆ หรืออยู่อย่างโดดเด่นค่ะ” เธอสวนกลับ เสียงแม้จะแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ตามสัญญาที่ตกลงไว้”
คีรานแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขันสิ้นดี เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวหรู ก่อนจะหมุนมันมาเผชิญหน้ากับเธอ “สัญญา... คำพูดสวยหรูของพวกคนจนที่หวังจะเอาตัวรอดด้วยศักดิ์ศรีจอมปลอม ฟังให้ดีนะรินรดา ในบ้านหลังนี้ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘งานเลขาฯ ส่วนตัว’ แบบที่เธอเคยรู้จัก หน้าที่ของเธอคือการเป็น ‘เงา’ ของฉัน เงาที่ต้องรู้ทันทุกความคิด ต้องอ่านใจให้ขาด และที่สำคัญ... ต้องไม่ล้ำเส้นจนน่ารำคาญ”
คีรานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวประชิดตัวเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นอายความอันตรายของเขาราวกับกำแพงที่ขังเธอไว้ในวงล้อม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดทำเอาขนอ่อนลุกชัน
“เดี๋ยวนี้... ไปจัดตารางนัดหมายของฉันใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะมื้อค่ำวันศุกร์นี้ ถ้าใครสักคนโทรมาทวงถามเรื่องโครงการที่ท่าเรือ ให้บอกไปว่า ‘วอร์เรนไม่เคยเสียเวลาคุยกับคนไร้ค่า’”
รินรดาพยักหน้ารับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานเล็กๆ ที่ถูกจัดไว้ตรงมุมห้องทำงานของเขา นี่คือจุดเริ่มต้นของกรงขังที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่มันคือสนามรบที่เธอไม่มีอาวุธใดๆ นอกจากสมองและหัวใจที่ต้องแกร่งพอจะรับมือกับปีศาจตนนี้
ตลอดทั้งวัน รินรดาแทบไม่ได้เงยหน้าจากกองเอกสาร คีรานไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก แต่เขากลับสร้างบรรยากาศที่น่าอึดอัดด้วยสายตาที่คอยชำเลืองมองมาเป็นระยะ ทุกครั้งที่เธอขยับตัว หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าที่เบาที่สุด เธอก็รับรู้ได้ว่าเขา ‘จับจ้อง’ เธออยู่เสมอ
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปจนฟ้ามืดสนิท แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกบานสูงเข้ามาในห้อง อาบไล้ใบหน้าของคีรานให้ดูขรึมและลึกลับขึ้นไปอีก
“คุณรินรดา” เสียงของเขาดึงเธอออกจากภวังค์ “ไปชงกาแฟให้ผมหน่อย ดำล้วน ไม่น้ำตาล... แล้วเอาไปที่ห้องสมุด”
รินรดาพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวส่วนตัวของคฤหาสน์ เธอใช้เวลาไม่นานในการชงเครื่องดื่ม แต่ในขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าเข้าสู่โถงทางเดินมืดมิดเพื่อไปยังห้องสมุด จู่ๆ ไฟในโถงทางเดินก็ดับพรึบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าต่าง
“ว้าย!” เธออุทานเบาๆ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อมือใหญ่และหยาบกร้านเอื้อมมาปิดปากเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นเคยไม่ใช่ของคีราน... แต่มันคือกลิ่นของใครบางคนที่เธอกำลังจะถูกดึงเข้าไปพัวพัน
“คิดว่าคีรานจะปกป้องเธอได้ตลอดไปเหรอ รินรดา?” เสียงกระซิบเหี้ยมเกรียมดังขึ้นที่ข้างหู ก่อนที่ปลายมีดเย็นเฉียบจะจ่อเข้าที่ลำคอระหงของเธอ “บอกมันไปว่า ‘มาร์คัส’ ยังไม่ลืมสิ่งที่ครอบครัวเธอเคยทำไว้กับฉัน และการตายของพ่อเธอมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความบันเทิงต่อจากนี้”
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อเธอเห็นเงาร่างของคีรานยืนนิ่งสนิทอยู่ที่ประตูห้องสมุดปลายทางเดิน แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่กลับเป็นแววตาที่เยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้... ราวกับเขากำลังรอคอยช่วงเวลานี้มาตลอด
มาร์คัสกระชากตัวเธอให้ถอยหลังกลับเข้าสู่ความมืดมิด ในขณะที่คีรานยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว ราวกับจะรอดูว่าเธอจะจัดการกับความตายที่จ่อคอหอยอยู่อย่างไร หรือบางที... สำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงตัวหมากที่พร้อมจะถูกสละทิ้งได้ทุกเมื่อ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในตอนที่ 2 นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ - มิดไนท์คิส
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 2
ใต้เงาพันธะ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!