“วางลงซะ รินรดา... ก่อนที่มือสั่นๆ ของเธอจะทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ฉันอุตส่าห์เก็บรักษาไว้ด้วยความยากลำบาก”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันดังขึ้นจากเงามืดของห้องสมุดส่วนตัว คีรานไม่ได้เดินเข้ามาหา เขายืนพิงกรอบหน้าต่างบานสูงที่เปิดรับลมเย็นยามค่ำคืน แต่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมานั้นกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
ในมือบางของหญิงสาวคือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เธอแอบไขกุญแจเข้ามาพบในลิ้นชักลับของเขา รอยนิ้วมือของเธอกำมันแน่นจนขอบกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจที่เต้นรัวในอกไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืดของชายหนุ่ม หากแต่เป็นความสั่นสะท้านจากสิ่งที่เพิ่งอ่านไปเมื่อครู่นี้
“นี่มันอะไรกันคะ คีราน...” เสียงของรินรดาแหบพร่า ดวงตากลมโตสั่นไหวระริก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “หนี้สินที่พ่อต้องแบกรับจนแทบสิ้นใจ ที่บ้านฉันต้องล้มละลายจนฉันต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อขัดดอก... ทั้งหมดนี่มันไม่ใช่เรื่องจริงงั้นเหรอคะ? ทั้งหมดนี้มันเป็นแค่แผนการ... เพื่อลากฉันเข้ามาในกรงขังของคนเพียงคนเดียว”
คีรานขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกลับฉายแวววูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแทนที่ด้วยความเย็นชาตามแบบฉบับของเขา เขายืนประจันหน้ากับเธอ ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้รินรดาได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
“ความจริงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเสมอ รินรดา เธอควรจะเรียนรู้ข้อนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว” เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก “ใช่... หนี้สินของตระกูลพัฒนกุลไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดทางธุรกิจ แต่มันถูกปรุงแต่งขึ้นโดยคนในตระกูลวอร์เรน... และแน่นอนว่ารวมถึงฉันด้วย”
รินรดาสะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตาที่เคยมีแต่ความอ่อนหวานบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง “คนสารเลว! คุณทำลายชีวิตฉัน ทำลายศักดิ์ศรีของครอบครัวฉัน เพียงเพราะความแค้นในอดีตที่ฉันไม่เคยรู้เรื่องเลยเนี่ยนะ? คุณมันไม่ใช่คน คุณมันก็แค่ปีศาจที่แต่งกายด้วยชุดสูทราคาแพง!”
คีรานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นพายุอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ภายใน “เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกวิธีนี้?” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “ถ้าฉันไม่ใช้วิธีสกปรกพวกนี้ เธอจะยอมเดินเข้ามาในชีวิตฉันงั้นเหรอ? เธอจะยอมเป็นของฉัน ทั้งที่ตระกูลของเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวฉันต้องพินาศย่อยยับไปเมื่อสิบปีก่อนน่ะหรือ!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกคำพูดที่เขากล่าวออกมาเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของทั้งคู่ รินรดาชะงักงัน หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้ยินความจริงอีกด้านที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกมา
“ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน...” คีรานหยิบเอกสารในมือเธอวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีนุ่มนวลอย่างประหลาด “รินรดา... มีบางอย่างที่เธอต้องรู้มากกว่านั้น ภายใต้หนี้สินที่ถูกสร้างขึ้น ยังมีรอยเท้าของคนที่สาม... คนที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของทั้งครอบครัวฉันและครอบครัวเธอ”
เขากดปุ่มบนรีโมทคอนโทรล จอภาพขนาดใหญ่บนผนังปรากฏรูปถ่ายของชายคนหนึ่งที่คุ้นตา ชายผู้มีรอยยิ้มฉาบยาพิษ—มาร์คัส
“มาร์คัสงั้นเหรอ?” รินรดาพึมพำ ชื่อนั้นเหมือนชื่อของปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ มาตลอด
“ใช่” คีรานเดินไปที่ตู้เก็บไวน์ รินเหล้าลงในแก้วคริสตัลก่อนจะหมุนมันช้าๆ “มันคือคนที่ปั่นหัวพ่อเธอ และเป็นคนเดียวกับที่ส่งข้อมูลปลอมให้ฉัน เพื่อให้ฉันเข้าใจผิดว่าเธอเป็นคนทรยศต่อตระกูลของฉัน... เราสองคนต่างตกอยู่ในเกมที่มันเป็นคนวางหมากไว้ ตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในงานเลี้ยงคืนนั้น”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความแค้นเคืองที่มีต่อคีรานเริ่มถูกความสับสนเข้าครอบงำ หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เธอก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยโดยผู้ชายที่เธอเกลียดชังมากที่สุดและคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นมิตรที่ดีที่สุด
“แล้วคุณ... คุณคิดจะทำยังไงต่อไป?” เธอถามเสียงสั่น
คีรานหันกลับมา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับมีความปรารถนาที่ยากจะอ่านออก เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าเธอ “ในเมื่อหมากมันเดินผิดตาไปบ้าง... ก็ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกัน เพื่อคว่ำกระดานนี้ทิ้งเสีย”
ขณะที่มือของคีรานกำลังจะสัมผัสใบหน้าของเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ตามด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานประตูไม้โอ๊คแทบจะหลุดออกมาจากวงกบ
“คีราน! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในนั้น!” เสียงแหลมสูงที่ฟังดูคุ้นหูและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับการพังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
พริมโรสยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ในมือของเธอถือซองจดหมายสีดำสนิทที่ดูประหลาดและน่าขนลุก เธอไม่ได้สนใจรินรดาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอมุ่งตรงไปที่คีรานด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
“อย่าเปิดมันนะคีราน!” พริมโรสตะโกนเสียงหลง “ถ้าคุณอ่านสิ่งที่อยู่ในซองนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้หญิงคนนี้จะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก!”
คีรานขมวดคิ้วแน่น เขาเหลือบมองรินรดาแวบหนึ่งก่อนจะหันไปหาพริมโรส “เธอกล้าดียังไงถึงเข้ามาในห้องส่วนตัวของฉัน?”
พริมโรสไม่สนใจคำถาม เธอโยนซองจดหมายนั้นลงบนโต๊ะกลางห้อง “มันไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สิน หรือเรื่องมาร์คัส... รินรดา พ่อของเธอไม่ได้แค่เป็นหนี้คีราน แต่นี่คือความจริงที่เธอปิดบังไว้ว่าพ่อของเธอ... เป็นคนวางระเบิดรถของตระกูลวอร์เรนเมื่อสิบปีก่อน!”
ความเงียบสงัดเข้าครอบงำห้องทันที รินรดารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังแตกสลาย เธอหันไปมองคีรานที่ตอนนี้ใบหน้าเปลี่ยนสีไปโดยสิ้นเชิง แววตาของเขาที่เคยมีความปรารถนา กลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เธอเคยพบมา
มิดไนท์คิสขอเป็นกำลังใจให้รี้ดเดอร์ทุกคนร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงของรินรดาและคีรานในตอนถัดไปนะคะ
พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 15
ความจริงที่ถูกฝัง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรัก: รอยจูบใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!