“ถ้าคุณยังยืนกรานจะเก็บงำเศษซากความผิดพลาดพวกนี้ไว้ในกล่องเหล็กสนิมเขรอะนั่น ชีวิตคุณก็เป็นได้แค่พิพิธภัณฑ์ของคนตายที่ชื่อว่า ‘กวิน’ คนเดิมเท่านั้นแหละค่ะ”
อาจารย์รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของเธอ เสียงของเธอเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด กวินชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่หน้าลูกบิดประตูสีดำสนิทที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นในห้วงจิตใต้สำนึก... ประตูบานที่คำเตือนจากความทรงจำแว่วก้องอยู่ในหัวว่า หากเปิดมันออก เขาจะสูญเสียที่ยืนในอนาคตไปตลอดกาล
กวินสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกไหวสะท้าน เขาหันกลับมามองสตรีตรงหน้าที่ดูเยือกเย็นราวกับประติมากรรมหินอ่อน “อาจารย์ไม่เข้าใจหรอกครับ... เอ้อ... อาจารย์ไม่เข้าใจหรอกค่ะ ถ้าผมทิ้งมันไป ผมก็ไม่เหลืออะไรเลย ความสมบูรณ์แบบที่ผมสร้างมาตลอดชีวิตพังทลายลงในวินาทีที่ผมยอมรับว่ามันคือ ‘ความล้มเหลว’”
อาจารย์รินลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้โอ๊ค เธอเดินช้าๆ เข้ามาใกล้กวินจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอมองทะลุเข้าไปในดวงตาที่เหนื่อยล้าคู่นั้น สายตาของเธอไม่ได้ตัดสิน แต่มันคือการสำรวจที่ทำให้กวินรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้า “ความสมบูรณ์แบบที่คุณยึดถือ มันไม่ใช่เกราะป้องกันนะคะกวิน แต่มันคือกำแพงที่ขังคุณไว้ต่างหาก คุณกำลังกลัวว่าถ้าไม่มี ‘ความสมบูรณ์แบบ’ เป็นหน้ากาก คุณจะไม่มีค่าพอที่จะให้ใครมองเห็น”
“มันไม่ใช่แค่นั้น!” กวินตะคอกเบาๆ สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นด้วยความอัดอั้น “ข้างหลังประตูบานนั้น... มีเสียงของคนคนหนึ่งที่บอกผมเสมอว่า ‘แกมันไม่ได้เรื่อง’ เสียงที่คอยดึงรั้งไม่ให้ผมก้าวไปข้างหน้า ผมกลัวว่าถ้าเปิดมันออก เสียงนั้นจะครอบงำชีวิตผมจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของตัวผมในปัจจุบัน”
อาจารย์รินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่ลูกบิดประตูบานนั้นอย่างแผ่วเบา “เชื่อไหมคะกวิน ว่าสิ่งที่เรากลัวที่สุด มักไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็น ‘ความจริง’ ที่เราปฏิเสธมาตลอดชีวิต”
เธอกดลูกบิดลงช้าๆ เสียงกลไกเหล็กภายในประตูส่งเสียงดังกริ๊กเบาหวิว แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของกวินราวกับเสียงระเบิด กวินผงะถอยหลังหลังพิงกำแพง หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก เหงื่อเย็นผุดพรายตามไรผม เขาจ้องมองช่องว่างที่ค่อยๆ เผยอออก ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนั้น ดูเหมือนจะมีเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่
เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือตัวเขาเอง—ในวัยสิบขวบ—เด็กชายผู้มีแววตาแตกสลาย กำลังกอดเข่าพิงผนังด้วยท่าทางที่คุ้นตาที่สุด
“นั่นไม่ใช่คุณในอนาคตที่มาแทนที่หรอกค่ะกวิน” เสียงของอาจารย์รินแผ่วเบาเหมือนกระซิบข้างหู “นั่นคือเด็กชายที่ถูกหล่อหลอมด้วยความคาดหวังที่พังทลาย และเขากำลังรอให้คุณเดินเข้าไปบอกว่า... เขาได้รับอนุญาตให้เสียใจได้ และเขาก็ดีพอแล้วแม้จะไม่ได้เป็นที่หนึ่งเสมอไป”
กวินขยับขาไม่ออก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ความเชื่อที่ว่า ‘ต้องเก่ง ต้องเหนือกว่าผู้อื่นถึงจะเป็นคนมีคุณค่า’ ที่เขาแบกไว้บนบ่าตลอดสามสิบปี กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจ กลับกลายเป็นคุกที่ขังตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้จนเน่าเฟะ
“เข้าไปสิคะ” อาจารย์รินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ทรงพลัง “ถ้าคุณไม่ทำความสะอาดบาดแผลนี้ตอนนี้ วันพรุ่งนี้ของคุณก็จะยังมีกลิ่นคาวเลือดของความผิดหวังไม่รู้จบ”
กวินก้าวเท้าเข้าไปหาเงาร่างนั้นอย่างช้าๆ ทันใดนั้น เด็กชายในความมืดก็เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากภายนอกออกมาเป็นประกายประหลาดที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเศร้า แต่มันคือความโกรธแค้นที่อัดอั้น
เด็กน้อยคนนั้นแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของกวินเอง แต่เป็นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอาฆาตพยาบาท “ในเมื่อแกเปิดประตูเข้ามาเอง กวิน... ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่เพียงลำพังอีกเลย”
กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเด็กชายลุกขึ้นยืน ความสูงของร่างนั้นค่อยๆ ยืดขยายจนเกือบจะเท่ากับตัวเขา มือเล็กๆ ที่เคยดูอ่อนแอคว้าหมับเข้าที่ลำคอของกวินอย่างรวดเร็วเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ พร้อมกับที่ประตูบานนั้นปิดกระแทกลงด้วยแรงมหาศาลจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน
อาจารย์รินรีบกระโดดถอยหลัง แต่มือของกวินที่ยังคงอยู่ข้างนอกประตู ถูกแรงดึงจากภายในกระชากเข้าไปในความมืดมิดนั้นอย่างรุนแรง กวินส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ร่างของเขาจะถูกลากหายเข้าไปในความว่างเปล่า เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวในห้องทำงานของอาจารย์ริน
อาจารย์รินยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ สายตาจับจ้องไปที่ประตูไม้ที่ตอนนี้กลับกลายเป็นกำแพงเรียบเนียนราวกับไม่เคยมีบานประตูอยู่ตรงนั้นมาก่อน ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูดังขึ้นจาก ‘ด้านใน’ ของผนังที่ปิดสนิทนั้น—เสียงเคาะที่จังหวะช้าและหนักแน่นราวกับเป็นการเตือนภัยว่า สิ่งที่อยู่ในนั้นกำลังจะพังกำแพงแห่งความเป็นจริงออกมาข้างนอก!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยร้าวในใจไปกับกวินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 11
กำแพงที่กั้นความสุข
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!