รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 10

ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"ใครกันแน่คะกวิน... ที่อยู่ในภาพใบนั้น หรือที่จริงแล้ว คนที่กำลังหายไป คือตัวคุณเองกันแน่?" คำถามของอาจารย์รินเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความพยายามจะรักษามาดสุขุมของกวิน เขาชะงักมือนิ่งบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารวิเคราะห์ตัวเลขสถิติที่เขาเคยภาคภูมิใจ แต่บัดนี้ภาพถ่ายขาวดำใบเล็กที่เขานำติดตัวมาด้วยกลับกลายเป็นวัตถุที่ดึงดูดสายตาและจิตใจเขาทั้งหมด กวินจ้องมองเงาร่างของเด็กชายในรูปที่เลือนรางไปทีละน้อยราวกับหมึกที่ถูกน้ำชะล้าง "ผม... ผมไม่เข้าใจ" กวินเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด นี่ไม่ใช่เรื่องของตัวเลข ไม่ใช่เรื่องของแผนการบริหารที่เขาถนัด แต่มันคือเรื่องของตัวตนที่เขาทำหล่นหายไปในกลไกของความสมบูรณ์แบบ "อาจารย์กำลังจะบอกว่า ผมกำลังเป็นโรคลบเลือนตัวเองอย่างนั้นหรือครับ... อ้อ ขอโทษค่ะ ผมหมายถึง อย่างนั้นหรือคะ" อาจารย์รินไม่ได้ตอบทันที เธอขยับแว่นสายตาแล้วขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย บรรยากาศในห้องทำงานของเธอวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นจางๆ ของไม้สนและไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้า "กวินคะ ความเงียบไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือที่พักพิงของคำตอบที่คุณวิ่งหนีมาตลอดหลายปี" เธอกล่าวพร้อมกับขยับหมอนรองนั่งมาวางบนพื้น "วันนี้เราจะไม่คุยเรื่องงาน ไม่คุยเรื่องเป้าหมาย แต่เราจะเริ่มฝึกการ 'ฟัง' ที่แท้จริง... ถอดรองเท้าออกนะคะ แล้วนั่งลงตรงนี้" กวินลังเล สายตาของเขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ความคุ้นชินในการบริหารเวลาแบบวินาทีต่อวินาทีทำให้เขารู้สึกอึดอัด มือของเขาหยิบปากกาลูกลื่นขึ้นมาหมุนเล่นเป็นนิสัย แต่เมื่อสบเข้ากับแว่นตาที่สะท้อนภาพใบหน้าอันเหนื่อยล้าของเขาเองในสายตาของอาจารย์ริน เขาก็ยอมจำนน เขาถอดรองเท้าหนังราคาแพงออก แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะรองนั่งอย่างเก้ๆ กังๆ "หลับตาลงค่ะ" เสียงของอาจารย์รินทุ้มต่ำและนุ่มนวล "ไม่ต้องพยายามทำสมาธิ ไม่ต้องพยายามกดหัวใจให้สงบ แค่รู้ว่าตอนนี้คุณหายใจเข้า... และรู้ว่าคุณหายใจออก" วินาทีแรกที่กวินหลับตา ความคิดนับพันสายพรั่งพรูเข้ามาเหมือนน้ำป่าที่เขื่อนแตก เขาคิดถึงอีเมลที่ยังไม่ได้ตอบ คิดถึงยอดขายไตรมาสหน้า คิดถึงใบหน้าของลูกน้องที่ดูหวาดกลัวเขา ความเงียบในห้องนี้ดูจะดังกว่าเสียงกรีดร้องในหัวของเขาเสียอีก เขาเริ่มกระสับกระส่าย ขยับตัวไปมาจนเบาะรองนั่งส่งเสียงเสียดสีกับพื้นไม้ "ความรู้สึกที่อยากจะลุกหนี นั่นแหละค่ะ คือร่องรอยของสิ่งที่คุณต้องเผชิญ" อาจารย์รินกระซิบเบาๆ ราวกับอ่านใจเขาได้ "อย่าตัดสินความคิดเหล่านั้น แค่มองดูมันเหมือนคุณกำลังนั่งมองรถยนต์ที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน... ให้มันผ่านมา แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป" กวินพยายามบังคับให้ตัวเองนิ่ง เขาพยายามจับจ้องไปที่ปลายจมูกตามคำแนะนำ ความพยายามในการ 'ควบคุม' ให้สงบยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในเหวที่ลึกขึ้น จนกระทั่งเขาตัดสินใจปล่อยวางความสมบูรณ์แบบนั้นลงจริงๆ ในห้วงจังหวะที่เขาสูดลมหายใจลึกและผ่อนออกจนสุดปอด ความเงียบที่แท้จริงก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความเงียบนั้น กวินเห็นภาพที่ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นเสียง... เสียงของเด็กชายในภาพถ่ายที่เขามองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เด็กคนนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่เขากำลังนั่งกอดเข่าอยู่ในมุมมืดของความทรงจำที่กวินสั่งขังไว้เพราะคิดว่ามันคือ 'ความอ่อนแอ' กวินสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขารู้สึกถึงหยดน้ำที่ไหลผ่านข้างแก้ม เขาลืมตาขึ้นทันทีด้วยความตกใจ หอบหายใจถี่ราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมา มือสั่นเทาคว้าไปที่ภาพถ่ายใบเดิมบนโต๊ะ "อาจารย์คะ..." เขาเงยหน้าขึ้นมอง แต่สิ่งที่เห็นกลับทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ อาจารย์รินไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมแล้ว เก้าอี้ของเธอว่างเปล่า ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิทกลับเปิดอ้าออกเพียงเล็กน้อย มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะที่เขาเพิ่งนั่ง—เป็นภาพถ่ายใบเดิม แต่คราวนี้เงาร่างของเด็กชายในภาพไม่อยู่ในจุดที่ยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว! เด็กชายในรูปขยับไปนั่งอยู่ในมุมห้องจำลองที่ปรากฏในภาพ และเขากำลังทำท่าเหมือนใช้ปากกาเขียนข้อความบางอย่างลงบนพื้น กวินลุกขึ้นยืนกะทันหัน หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อจะดูภาพถ่ายนั้นให้ชัดๆ แต่ทว่า เมื่อเขาเอื้อมมือไปสัมผัสภาพใบนั้น เขากลับพบว่ากระดาษมีความร้อนระอุเหมือนเพิ่งออกมาจากเตาอบ และในมุมมืดของห้องที่เขาเพิ่งมองเห็นในภาพถ่าย ประตูลับหลังชั้นหนังสือของอาจารย์รินก็ค่อยๆ แง้มออกเองอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครแตะต้อง เสียงกระซิบที่แผ่วเบาเหมือนเสียงของตัวเขาเองในวัยเด็กดังแว่วออกมาจากหลังชั้นหนังสือเล่มนั้น "ช่วย... พาผมออกมาจากที่นี่ที..." กวินก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังวิ่งออกจากห้อง มือของเขาก็ปัดไปโดนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะร่วงลงมา กระดาษนับร้อยแผ่นกระจายเกลื่อนพื้น และในหน้าสุดท้ายของแฟ้มนั้น มีรายงานการแพทย์ที่ระบุชื่อผู้ป่วยด้วยลายมือของเขาเอง—แต่ทว่าวันที่ในรายงานกลับเป็น 'อีกสามวันข้างหน้า' พร้อมกับบันทึกสั้นๆ ที่เขียนทิ้งไว้ด้วยลายมือที่เขาสั่นเครือจนจำแทบไม่ได้ว่าตนเองเป็นคนเขียน 'กวิน อย่าเปิดประตูบานนั้น... เพราะคนที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่แค่ตัวคุณในอดีต แต่คือคนที่กำลังจะแทนที่ตัวคุณในอนาคต' ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจจิตใจไปกับกวินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%