กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ•ตอนที่ 14

ปาร์ตี้คณะและเกมวัดใจ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงตบมือเฮฮาและเสียงกระแทกแก้วเบียร์ดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงกึ่งผับใต้หอพักนักศึกษา กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการฉลองชัยชนะในแมตช์ล่าสุดอบอวลไปทั่ว บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยความคึกคะนองของหนุ่มๆ ทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยที่เพิ่งคว้าแชมป์ระดับภูมิภาคมาหมาดๆ น้ำมนต์นั่งตัวเกร็งอยู่ตรงมุมโซฟาหนังสีเข้ม เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาเหยียบสถานที่อโคจรแบบนี้ตั้งแต่แรก หากไม่ใช่เพราะกรณ์ การ์ดจ่ายตัวแสบของทีมที่ใช้ลูกตื๊ออ้างว่า "ถ้าผู้จัดการทีมสถิตราศีผู้พิทักษ์ไม่มาตรวจบัญชีความสุขของลูกทีม ชัยชนะครั้งนี้ก็เป็นแค่โมฆะครับ!" พิมเพื่อนสนิทสายแฟชั่นจึงต้องลากเธอแต่งตัวเต็มยศมานั่งเป็นเพื่อนในดงเสือดาว "เอาล่ะครับท่านผู้ชม! ในเมื่อเราชนะมาได้แบบเฉียดฉิว ค่าเฉลี่ยความแม่นยำของกัปตันเราพุ่งทะยาน แต่ความแม่นยำเรื่องหัวใจนี่สิ... ยังน่าสงสัยอยู่!" เสียงประกาศกร้าวของกรณ์ดังขึ้นท่าเสียงโห่ร้องเชียร์ของคนในวงล้อม ทุกสายตาหันไปมองจุดศูนย์กลางของโซฟา ซึ่งมีร่างสูงโปร่งของแทนคุณนั่งไขว่ห้างอยู่ สีหน้าของกัปตันหนุ่มยังคงความซึนและเก๊กขรึมตามสไตล์ แต่ดวงตาสีนิลคมกริบกลับกวาดมองมาที่มุมโซฟาของน้ำมนต์แวบหนึ่ง ก่อนจะยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ "เกมต่อไป... หมุนขวดวัดใจ!" กรณ์ยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับหมุนขวดแก้วเบียร์เปล่าบนโต๊ะกระจก "กติกาเดิมครับ ใครหันปากขวดใส่คนนั้นต้องเลือก 'ความจริง' หรือ 'ความกล้า' ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" ขวดแก้วหมุนวนด้วยความเร็ว ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงลุ้นระทึกของทุกคนในวง มันหมุนช้าลง... ช้าลง... จนกระทั่งปลายปากขวดสีเขียวหยุดนิ่งชี้ตรงเป๊ะมาที่... น้ำมนต์! "อุ๊ยตาย! แจ็คพอตแตกที่สถิติศาสตร์ปีสามครับพี่น้อง!" กรณ์ปรบมือชอบใจราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง น้ำมนต์สะดุ้งเล็กน้อย เธอเผลอเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือที่เปิดโปรแกรมคำนวณความน่าจะเป็นเล่นแก้เขิน ก่อนจะเงยหน้าสบตากับกรณ์ที่ยิ้มกริ่ม และแทนคุณที่หรี่ตามองเธอนิ่งๆ เหมือนกำลังประเมินสถานการณ์ "เลือกอะไรดีครับคุณน้ำมนต์? ความจริง หรือ ความกล้า?" กรณ์ยิงคำถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน "ความจริงค่ะ... เอ้ย ความจริงค่ะ... ความจริงครับ!" น้ำมนต์เกือบหลุดปากพูดคำลงท้ายติดปากออกไป แต่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังอยู่ในวงล้อมของผู้ชายปากร้ายอย่างแทนคุณ "โอho เลือกความจริงซะด้วย แปลว่ามีความลับซ่อนอยู่สินะครับ" พิมที่นั่งข้างๆ หัวเราะคิกคักพร้อมกับสะกิดแขนเพื่อนสาวเบาๆ เป็นเชิงให้ระวังตัว กรณ์หันไปขอความเห็นจากเพื่อนร่วมทีม "ใครจะเป็นคนยิงคำถามใส่น้องน้ำมนต์ดีครับเนี่ย... เอ่อ ให้กัปตันผู้ทรงเกียรติของเรา เป็นคนตั้งคำถามดีกว่าไหมครับ?" แทนคุณที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดกระดกระạpแก้วในมือลงคอเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความขี้เล่นเจือปนเลยแม้แต่น้อย แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำให้น้ำมนต์รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่สันหลัง "ฉันถามเอง" แทนคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทั้งโต๊ะเงียบกริบลงทันที น้ำมนต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมการความน่าจะเป็นในหัวพังทลายไม่เป็นท่า เธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้จะงัดคำถามอะไรออกมารังแกเธออีก "เชิญค่ะ... เอ้ย เชิญครับกัปตัน" น้ำมนต์สูดลมหายใจเข้าปอด พยายามตั้งสติและสบตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แทนคุณโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางบนหัวเข่า มือประสานกันหลวมๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะมองทะลุไปถึงก้น Aบึ้งของหัวใจ "คำถามของฉันมีอยู่ว่า..." แทนคุณเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อสร้างความตึงเครียด "ตั้งแต่รู้จักกันมา... มีสักวินาทีไหม ที่เธอ... 'แอบคิดเกินเลย' กับกัปตันทีมบาสคนนี้?" สิ้นคำถาม เสียงฮือฮาและเสียงแซวก็ระเบิดขึ้นจากรอบวงทันที กรณ์ถึงกับเป่าปากหวูดลั่นห้อง พิมหันมามองหน้าน้ำมนต์ด้วยสายตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอสมบัติล้ำค่า น้ำมนต์รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว แก้มเนียนใสเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ สมองของเธอขาวโพลน คำนวณอะไรไม่ออกสักอย่าง เมื่อเจอคำถามที่ตรงประเด็นและรุกฆาตขนาดนี้ เธอกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความเงียบโรยตัวปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะสายตาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม... แทนคุณ ที่มองเธอนิ่งไม่กะพริบ ราวกับกำลังรอฟังคำตัดสินชะตากรรมของตัวเอง น้ำมนต์สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนถามตรงๆ เตรียมจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจออกไป ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับเปล่งเสียงคำว่า "ใช่" หรือ "ไม่" ออกมานั้น "ขอโทษนะครับ... ขอแทรกแป๊บหนึ่ง" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของบุคคลที่สามดังขึ้นที่ทางเข้าโซฟา ขัดจังหวะความเป็นความตายของทั้งคู่ลงอย่างกะทันหัน ทุกคนในโต๊ะหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรغتในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของ 'หมอ ธีร์' รุ่นพี่คณะแพทย์ศาสตร์และอดีตเดือนมหาวิทยาลัยก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโซฟาของน้ำมนต์ รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ถูกส่งมาให้หญิงสาว พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวช่อเล็กในมือ "พอดีพี่ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาชีทสรุปสถิติปีสี่มาให้... น้องน้ำมนต์ยังไม่ได้นอนดึกใช่ไหมครับ?" บรรยากาศในโต๊ะบาสเกตบอลที่เคยร้อนระอุด้วยอุณหภูมิความฟิน ดิ่งฮวบลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว แทนคุณที่กำลังนั่งรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันที ดวงตาสีนิลคู่นั้นหรี่แคบลงอย่างอันตราย จ้องมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนคนรอบข้างยังต้องถอยร่น น้ำมนต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า และในจังหวะที่ทุกคนกำลังอึ้งกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่มีอยู่ในสมการ แทนคุณก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวน้ำมนต์อย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่ ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับหมอธีร์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "ขอโทษนะครับหมอ..." แทนคุณเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด "แฟนผม... กำลังจะตอบคำถามสำคัญอยู่พอดีครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%