กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ•ตอนที่ 3

กลิ่นเหงื่อและชอล์กเขียนกระดาน

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ถ้าตัวเลขในสถิติของคุณมันซื่อตรงเหมือนความรู้สึกตอนนี้ คุณคงคำนวณความน่าจะเป็นที่ผมจะจีบคุณไม่ได้หรอกครับ... น้ำมนต์" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยหอบเล็กน้อยจากสนามแข่ง ดังคลอไปกับเสียงฝ่ามือของผมที่กระแทกแฟ้มชีทสถิติลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาวในห้องพักนักกีฬา กลิ่นอายของหยาดเหงื่อจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นสเปรย์บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่ปิดทึบที่มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมา นี่ไม่ใช่ห้องสมุดเงียบสงบที่มีกฎระเบียบเคร่งครัดเหมือนสองสัปดาห์ก่อน ไม่มีเสียงกระซิบเตือนจากบรรณารักษ์ และไม่มีโต๊ะอ่านหนังสือที่กั้นกลางระหว่างเราจนรู้สึกปลอดภัย ที่นี่... อาณาจักรส่วนตัวของทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย และเป็นสนามรบที่ผมตั้งใจลากเธอเข้ามาอยู่ในเกมของตัวเอง น้ำมนต์สะดุ้งเล็กน้อย เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวสะโพกชนเข้ากับตู้ล็อกเกอร์เหล็กจนเกิดเสียงดังโปร้ง เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกจนเสียศูนย์ตามแบบฉบับสาวคณะสถิติผู้ยึดมั่นในความแม่นยำ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องพักนักกีฬาที่ตอนนี้มีเพียงเราสองคน "ย้ายสถานที่ติวจากห้องสมุดมาเป็นห้องแต่งตัวผู้ชาย... นี่คือกลยุทธ์จิตวิทยาขั้นสูงเพื่อทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ของกัปตันทีมบาสหรือคะ เอ้ย... หรือครับ?" น้ำมนต์แก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผมเคยเบรกเธอเรื่องสรรพนามเมื่อวันก่อน รอยยิ้มมุมปากของเธอยกขึ้นนิดๆ อย่างเหนือชั้น "แต่เสียใจด้วยนะ คุณแทนคุณ ตัวเลขในหัวฉันแม่นยำกว่าที่คุณคิด และความน่าจะเป็นที่คุณจะชนะเกมนี้ เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ครับ" ผมแค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าวอย่างจงใจจนพื้นที่ระหว่างเราแคบลงเรื่อยๆ จนเกือบจะแนบชิด แผ่นหลังของเธอแนบติดกับล็อกเกอร์เหล็กเย็นเฉียบ ขณะที่ผมใช้มือข้างหนึ่งยันบานตู้กักขังเธอไว้ในวงแขน เสื้อกล้ามสีดำตัวโคร่งที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการซ้อมหนักเมื่อครู่แนบไปกับแผงอกกว้าง ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก ทำให้ผมเห็นประกายความลังเลไหววับในดวงตาคู่นั้น แม้ริมฝีปากบางเฉียบจะยังคงพยายามเค้นคำพูดโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ก็ตาม "ปากเก่งจังนะครับ เมื่อกี้ตอนที่ยืนจดสถิติตรงข้ามสนาม ทำไมไม่เห็นเก่งแบบนี้เลยล่ะครับ... หรือมัวแต่แอบมองหน้ากัปตันทีมจนจดตัวเลขรีบาวด์สลับฝั่งกัน?" ผมแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำจงใจทิ้งจังหวะให้ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดลาดไหล่เนียนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยของเธอ น้ำมนต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอยื่นนิ้วเรียวขึ้นมาดันแผงอกของผมเอาไว้เบาๆ แม้แรงนั้นจะไม่ได้ทำให้ผมถอยหลังแม้แต่นเซนติเมตรเดียว แต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างระยะห่างที่ทำให้เราได้สบตากันตรงๆ "ฉันไม่ได้มองหน้าคุณค่ะ... เอ๊ย! ผมไม่ได้มองหน้าคุณ... ให้ตายสิ!" น้ำมนต์สบถเบาๆ อย่างหัวเสียเมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายเดิมอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วมุ่นจนยุ่งเหยิง "ฉันหมายถึง... ฉันกำลังวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนที่ของแนวรับฝั่งตรงข้ามต่างหากล่ะคะ! ถ้าคุณใช้สมองคิดวิเคราะห์ให้ได้สักครึ่งหนึ่งของกล้ามเนื้อที่คุณมี ทีมเราคงไม่เสียแต้มในควอเตอร์สุดท้ายเมื่อวานนี้หรอกนะกัปตัน" ผมหลุดหัวเราะพรืดออกมากับความปากแข็งที่ไม่เคยลดลงเลยสักนิดของผู้หญิงคนนี้ เธอช่างสรรหาเหตุผลมาแก้ตัวได้ทุกสถานการณ์จริงๆ แทนที่จะกลัวหรือเขินอาย เธอกลับเลือกที่จะเปิดฉากโต้เถียงด้วยทฤษฎีความน่าจะเป็นและสถิติการเล่นบาสเกตบอลหน้าตาเฉย แต่นั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้ผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลย "ปากดีแบบนี้ คืนนี้คงต้องทำการบ้านหนักเป็นพิเศษแล้วล่ะครับ" ผมพูดเสียงพร่า เลื่อนมืออีกข้างที่ว่างอยู่หยิบแฟ้มชีทสถิติขึ้นมาเปิดหน้าถัดไป บังคับให้เธอต้องก้มลงมองตัวเลขบนกระดาษพร้อมกับผม โดยที่ร่างกายของเรายังคงแนบชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวเธอผสมผสานกับกลิ่นกายของผมในพื้นที่ปิดทึบ เริ่มสร้างบรรยากาศที่ร้อนรุ่มแปลกประหลาด ความอึดอัดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ผมเองก็เกือบจะควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้ น้ำมนต์เองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน เมื่อความเงียบเริ่มเข้ามาแทนที่บทสนทนา เสียงลมหายใจของเธอก로서เริ่มติดขัด ดวงตาคู่สวยไม่ได้มองตัวเลขบนกระดาษอีกต่อไป แต่ขนตางอนยาวนั้นกะพริบถี่ขึ้นอย่างคนเสียสมาธิ "ตรงนี้... อัตราการจ่ายบอลพลาดมันสูงเกินไป เพราะคุณชอบฝืนส่งตอนที่โดนประกบติด..." เสียงของผมเริ่มเบาลงเรื่อยๆ จนกลกระซิบ เมื่อใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อเถียง ทำให้ปลายจมูกของเราเฉียดกันไปนิดเดียวโดยบังเอิญ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของน้ำมนต์แข็งค้างไปชั่วขณะ ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติเผยอขึ้นน้อยๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนคำพูดนั้นกลับลงคอไป ผมจ้องมองริมฝีปากคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอดกลั้น ความซึน ความปากแข็ง และมาดกัปตันทีมที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจากผู้หญิงตรงหน้า นิ้วมือที่ถือแฟ้มชีทอยู่เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ผมเตรียมจะโน้มใบหน้าลงไปปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่เถียงผมนั่นด้วยวิธีของตัวเอง— *แกร๊ก! ปัง!* เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกของไอ้กรณ์การ์ดตัวจี๊ดที่เดินดุ่มเข้ามาโดยไม่เคาะประตู "เฮ้ยไอ้แทน! มึงลืมกุญแจรถไว้ที่... อุ๊ย! กูขอโทษ กูไม่เห็นว่าพวกมึงกำลัง... เอ่อ... คำนวณสถิติอะไรกันอยู่ ขัดจังหวะความน่าจะเป็นหรือเปล่าวะเนี่ย!" น้ำมนต์สะดุ้งสุดตัวราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต เธอผลักอกผมเต็มแรงจนผมเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานฉ่ำตอนนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอก้มหน้าคุดคู้อย่างรวดเร็วแล้วคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายไหล่ ท่องพึมพำไม่เป็นภาษา "ฉะ... ฉันกลับก่อนนะคะ! เอ๊ย... ครับ! กลับก่อนล่ะ!" เธอก้าวฉับๆ เดินสวนสนามผ่านหน้ากรณ์ที่ยืนทำหน้าทะเล้นยิ้มกรุ้มกริบออกไปจากห้องพักนักกีฬาอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ทิ้งให้ผมยืนค้างเติ่งอยู่กลางห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาตบไหล่ผมปุๆ "แหม... กัปตันครับ ติวเข้มแบบนี้ มีลุ้นได้แชมป์ระดับประเทศ หรือได้เลื่อนสถานะก่อนเปิดฤดูกาลวะเนี่ย?" ผมหันไปถลึงตาใส่ไอ้กรณ์ด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ก่อนจะโยนแฟ้มชีทสถิติลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความหมั่นไส้... และความเสียดายที่เกือบจะข้ามเส้นแบ่งเขตปลอดภัยได้อยู่แล้วเชียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติวเข้มหัวใจไปพร้อมกันนะครับ แล้วเจอกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%