กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ•ตอนที่ 8

สมการความหึง

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงเคาะปากกาโลหะกับสันโต๊ะไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... *แปะ... แปะ... แปะ...* มันไม่ใช่จังหวะดนตรีที่น่ารื่นรมย์นักสำหรับคนที่กำลังใช้สมาธิคำนวณสูตรความน่าจะเป็นเชิงสถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ดังมาจากผู้ชายตัวสูงโย่ง ไหล่กว้างในเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอ่านหนังสือในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ "แทนคุณ..." น้ำมนต์เงยหน้าขึ้นจากชีทสรุปสถิติเล่มหนา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววระอาอย่างปิดไม่มิด "ถ้าปากกาของคุณยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกานับถอยหลังอีกสักสามนาที ฉันเกรงว่าสมองฉันคงระเบิดก่อนที่คุณจะได้ติวเรื่องเมทริกซ์ให้ฉันซะอีก" แทนคุณชะงักมือที่กำลังหมุนปากกา ดึงมุมปากขึ้นข้างหนึ่งด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ของกัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยปี 3 เขายกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองลอดผ่านกลุ่มผมสีเข้มที่ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย "ผมไม่ได้นับถอยหลังชีวิตคุณหรอกครับน้ำมนต์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความซึนไว้เต็มเปี่ยม "ผมแค่กำลังคำนวณว่า... ทำไมโจทย์ข้อแค่นี้ เด็กเอกสถิติเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในอนาคตถึงใช้เวลาคิดนานเกินความจำเป็น หรือว่าสมองคุณกำลังประมวลผลเรื่องอื่นอยู่?" น้ำมนต์หรี่ตามองคนตรงข้ามอย่างรู้ทัน ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ความสัมพันธ์แบบ 'ติวเตอร์จำเป็น' เริ่มต้นขึ้น เธอกับแทนคุณกลายเป็นคู่กัดประจำห้องสมุดไปโดยปริยาย แม้ปากของเขาจะร้ายและชอบหาเรื่องแขวะเธอสารพัด แต่ทุกครั้งที่เธอติดปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือสถิติที่ซับซ้อน ผู้ชายคนนี้กลับอธิบายมันออกมาได้อย่างง่ายดายผ่านหลักการฟิสิกส์และการเคลื่อนไหวในสนามบาสเกตบอลอย่างไม่น่าเชื่อ และความใกล้ชิดนี้เอง ที่เริ่มสร้าง 'ความน่าจะเป็น' บางอย่างในหัวใจของเด็กสถิติอย่างเธอ... ความน่าจะเป็นที่ว่า ผู้ชายปากแข็งคนนี้อาจไม่ได้ใจร้ายอย่างที่แสดงออก "ฉันไม่ได้คิดเรื่องอื่นสักหน่อย ฉันแค่กำลังทบทวนสูตร—" *ครืด...* เสียงเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปี 3 ของคณะบริหารธุรกิจเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งตรงมาให้น้ำมนต์โดยเฉพาะ มือหนาวางแก้วกาแฟเย็นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะใกล้กับกองชีท "บังเอิญจังครับน้ำมนต์ ผมเห็นคุณนั่งเครียดอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว เลยซื้อชาไทยมัทฉะลาเต้สูตรลดหวานมาฝาก เผื่อจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นนะ" 'กรณ์' เพื่อนร่วมคณะบริหารและหนุ่มฮอตดีกรีเดือนคณะส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ น้ำมนต์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอรู้จักกรณ์ในฐานะเพื่อนร่วมโปรเจกต์งานกลุ่มเมื่อเทอมก่อน แต่พักหลังมานี่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพยายามตีสนิทเธอเกินขอบเขตเพื่อนร่วมงานไปไกลโขแล้ว "เอ่อ... ขอบคุณนะกรณ์ แต่จริงๆ ไม่ต้องลำบาก—" "ไม่ลำบากเลยครับ เพื่อคนเก่งผมทำได้อยู่แล้ว" กรณ์ยิ้มกว้าง ถือวิสาสะดึงเก้าอี้ตัวว่างฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ น้ำมนต์ทันที โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองผู้ชายอีกคนที่นั่งจ้องอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยซ้ำ บรรยากาศบนโต๊ะอ่านหนังสือเปลี่ยนจากความเงียบสงบกลายเป็นความตึงเครียดที่สัมผัสได้ทันที แทนคุณที่นั่งเงียบมาตลอด ค่อยๆ ปรับท่านั่งจากที่เคยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กลายเป็นโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทับบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนระอุ แต่แทนที่จะเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายตรงๆ ตามสไตล์คนปากแข็ง แทนคุณกลับเลือกใช้วิธีที่เด็ดขาดและกวนประสาทกว่านั้นหลายเท่า *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงเคาะปากกาโลหะกับโต๊ะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้จังหวะมันรัวเร็วและหนักหน่วงขึ้นจนกลบเสียงพูดคุยรอบข้างในห้องสมุดจนหมดสิ้น กรณ์สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองหน้าแทนคุณด้วยความงุนงง "เอ่อ... ขอโทษนะครับคุณเพื่อนร่วมโต๊ะ คือพวกเรากำลังคุยกันอยู่..." กรณ์ฝืนยิ้มกล่าวทักท้วง แทนคุณไม่ได้สบตากรณ์ ทว่าสายตากลับจดจ้องอยู่ที่แก้วเครื่องดื่มในมือของน้ำมนต์ รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นสบตากับน้ำมนต์ตรงๆ "น้ำมนต์ครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนน่าประหลาด "กฎเหล็กข้อที่สี่ของการติววิชาสถิติร่วมกับผม คุณจำได้ไหม?" น้ำมนต์นิ่งงันไปชั่วขณะ สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงกฎเหล็กบ้าๆ ที่เขาตั้งขึ้นตั้งแต่วันแรก... *ห้ามรับของกินจากสิ่งมีชีวิตเพศชายที่รัศมีทำการใกล้กว่าสองเมตร เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบสารพิษโดยกัปตันทีมบาส* "ฉัน... จะไปจำกฎไม่มีเหตุผลแบบนั้นได้ยังไงเล่า" น้ำมนต์เถียงกลับเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร "งั้นผมทวนให้ฟังตอนนี้เลยก็ได้ครับ" แทนคุณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของน้ำมนต์ มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากแก้มเธอเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างขมับจนน้ำมนต์ต้องกลั้นหายใจ กรณ์หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นท่าทีคุกคามแต่น่าเกรงขามของนักกีฬาหนุ่มรุ่นพี่ "เอ่อ... นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" แทนคุณปรายตาคมกริบมองกรณ์ด้วยหางตา เพียงแค่มองปราดเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายหุบปากฉับ "หมายความว่า... คนของผม ผมดูแลเองได้ครับ ไม่ต้องรบกวนให้ 'คนนอก' มาใส่ใจหาสิ่งแปลกปลอมมาให้กินหรอกนะ" คำว่า *'คนของผม'* พุ่งตรงเข้ากระแทกใจกลางอกของน้ำมนต์อย่างจัง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายที่ยืนบังร่างเธอไว้จากสายตาของกรณ์ "แทนคุณ..." น้ำมนต์พึมพำเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "ส่วนเธอ..." แทนคุณหันกลับมามองหน้าเธอ ดวงตาสีเข้มฉายแววตัดพ้อเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนเต็มที่ "เลิกสนใจคนอื่นนอกจากผมได้แล้วครับ ชีทตรงนี้ยังแก้ไม่เสร็จ ถ้าไม่อยากติด F วิชาสถิติเทอมนี้ ก็เลิกเอาเวลาไปแจกจ่ายความน่ารักให้คนอื่นซะที" พูดจบ แทนคุณก็เอื้อมมือไปหยิบแก้วชาไทยมัทฉะลาเต้จากมือของกรณ์อย่างไร้มารยาท ก่อนจะผลักมันไปไว้ที่มุมโต๊ะอีกฝั่งอย่างไม่ใยดี แล้วฉุดข้อมือน้ำมนต์ให้ลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของเขา "เราไปติวกันต่อที่อื่น ที่นี่อากาศมันหายใจไม่ค่อยสะดวก... มีสารพิษเจือปนเยอะเกินไป" น้ำมนต์ถูกดึงให้เดินตามแรงจูงกึ่งลากออกจากห้องสมุดท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่หันมามองเป็นตาเดียว หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยไปไหน พวกเขาก้าวพ้นประตูห้องสมุดออกมายังระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามเย็นพัดโชยเข้ามาปะทะผิวกาย แต่ความร้อนระอุบนใบหน้าของน้ำมนต์กลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย แทนคุณหยุดเดินกะทันหัน จนร่างบางเกือบชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขา กัปตันทีมบาสหนุ่มหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังก้มงุดด้วยความเขินอาย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจที่เห็นปฏิกิริยาของเธอ "เงียบไปเลยนะเมื่อกี้ ใบ้กินเหรอครับเด็กสถิติ" แทนคุณเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม ไม่มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท น้ำมนต์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ เพื่อทำลายความเงียบที่น่าใจสั่นนี้ "เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะ คำว่าคนของผมน่ะ หมายความว่ายังไง?" แทนคุณชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่หาดูได้ยาก เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว จนสัญชาตญาณของน้ำมนต์ต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบของตึกคณะ ร่างสูงใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักตัวเธอไว้ในอ้อมกอดกลายๆ ก้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก "อยากฟังซ้ำเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหีบฝีปากของเธอ แววตาพราวระยับทอประกายความคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด "งั้นฟังให้ชัดๆ นะน้ำมนต์..." แทนคุณสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังเตรียมตัวกระโดดชู้ตลูกตัดสินเกมในวินาทีสุดท้ายของสนามบาสเกตบอล ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้น้ำมนต์แทบหยุดหายใจ ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับสมการความรักสุดป่วนของกัปตันและเด็กสถิติในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%