ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก•ตอนที่ 13

พื้นที่ว่างที่ไม่มีคุณ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยดัง *“คลิก”* เบาหวิว ทว่ามันกลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงโสตประสาทของคนในห้องจนแทบหยุดหายใจ รินยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมโต๊ะทำงานตัวเดิม แผ่นหลังบางเหยียดตรง แม้ขาทั้งสองข้างจะสั่นเทาด้วยความโกรธปนความอึดอัดที่ถูกต้อนจนมุมเมื่อครู่ แต่เขาก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตาแม้แต่น้อย ส่วนคิน... เจ้าของประโยคคำพูดบาดหูและรอยยิ้มเย็นเยียบเมื่อครู่ ยังคงยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจร่องรอยความยุ่งเหยิงในห้องทำงานส่วนตัวของเหนือราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นโปรด “ไม่คิดเลยนะครับว่าคนเนี้ยบอย่างคุณเหนือ จะปล่อยให้ ‘ของรักของหวง’ หลุดรอดมาอยู่ในมือคนอื่นได้ง่ายดายขนาดนี้” คินจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าของรักของหวง พร้อมกับก้าวเท้าช้า ๆ เข้ามาหารินที่ยืนระยะห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รินตวัดสายตากลับไปมองทันที นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้นและรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฉายชัด “เลิกพูดจาઅลอนทุเรศ ๆ แบบนี้สักทีคิน ผมไม่ใช่สิ่งของของใคร และก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะให้คุณมาลากไปไหนตามอำเภอใจ” “โอ๊ะ... ปากเก่งจังนะครับ สมแล้วล่ะที่ทำให้เสือร้ายอย่างเหนือยอมถอดเขี้ยวเล็บมาเฝ้าคลอเคลียอยู่หลายเดือน” คินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาหมายจะเอื้อมมาแตะปลายคางมนที่เชิดขึ้นอย่างถือดี แต่ทว่า... *“ถ้าแกยังไม่อยากมือด้วนคาสายตาตัวเอง ก็ลองขยับนิ้วโสโครกนั่นเข้ามาอีกสักมิลลิเมตรสิ”* น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียมดังขึ้นจากทางด้านหลัง เล่นเอาคินชะงักมือค้างกลางอากาศ รอยยิ้มมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่เพิ่งก้าวผ่านประตูกลับเข้ามาในห้อง เหนือยืนอยู่ตรงนั้น... ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่เล็กน้อย บ่งบอกถึงความรีบร้อนในการกลับมา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ชุดสูทราคาแพงนั่น แต่เป็นดวงตาสีเข้มที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบ ๆ รัศมีคุกคามรอบตัวแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่เหนือผู้ชายปากร้ายที่ชอบหยอกล้อหรือคอยตามตื๊อเขาในยามปกติ... แต่นี่คือ ‘มาเฟีย’ เจ้าของผับหรูผู้กุมอำนาจมืดครึ่งหนึ่งของย่านนี้ตัวจริงเสียงจริง “อ้าว... นึกว่าหนีหางจุกตูดไปเคลียร์งานข้างล่างซะแล้ว” คินแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่าที่ไต่ขึ้นมาเกาะกุมลำคอ แม้เขาจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ แต่ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับความคลั่งของเหนือในโหมดนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแผ่นหลังมันเย็นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด “กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วคิน... ว่าอย่ามาล้ำเส้นในพื้นที่ของกู” เหนือก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว ฝ่ายนั้นไม่ได้ตะโกนหรือโวยวาย น้ำเสียงราบเรียบเย็นยะเยือก แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง “แล้วก็จำใส่สมองควาย ๆ ของมึงเอาไว้ด้วยว่า... ริน ไม่ใช่ของเล่นที่มึงจะมาเสนอหน้าเอาตัวไปได้ตามใจชอบ” “หึ ของเล่นงั้นเหรอ? งั้นทำไมคุณถึงต้องทำหน้าเหมือนหมาหวงก้างเวลาที่มีคนอื่นเข้าใกล้เขาด้วยล่ะครับเหนือ” คินยังคงกัดไม่ปล่อย ตั้งใจใช้วาจายั่วยุให้เสือตัวนี้หลุดการควบคุม รินยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นมือหนาของเหนือที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สัญชาตญาณบอกเขาทันทีว่าเหนือไม่อาจอดทนกับความกวนประสาทของคินได้อีกต่อไปแล้ว ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น รินจึงตัดสินใจก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคน พร้อมกับคว้าชายเสื้อสูทของเหนือเอาไว้เบา ๆ “พอได้แล้วเหนือ... เลิกต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้สักทีเถอะครับ” น้ำเสียงของรินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีแววประชดประชันเหมือนทุกที มีเพียงความเหนื่อยล้าและความกังวลที่สะท้อนออกมาจากแววตา สัมผัสอุ่น ๆ จากปลายนิ้วที่กำชายเสื้อของริน ทำให้เหนือชะงักกึก เปลวเพลิงในดวงตาที่เคยลุกโชนค่อย ๆ มอดดับลง เหลือเพียงความสับสนระคนอ่อนโยนที่วาบผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที เหนือด้มมองมือเรียวที่สั่นนิด ๆ นั้น ก่อนจะตวัดสายตาคมกลับไปมองคินด้วยแววตาเฉียบขาด “ไสหัวไปซะ... ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วลืมไปว่ามึงเป็นใคร” เหนือเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน คินไหวไหล่เบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ แม้จะรู้ดีว่าหากยังอยู่ต่อคงไม่เป็นผลดีแน่ เขายกมุมปากยิ้มเยาะส่งท้ายให้รินแวบหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ทิ้งให้ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่ภายในห้องทันทีที่บานประตูปิดสนิท ความเงียบ... ที่น่าอึดอัด รินรีบชักมือกลับทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงความเปราะบางออกไปต่อหน้าอีกฝ่าย เขาก้มหน้ามองพื้น หลบสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองมานิ่ง ๆ พยายามสร้างกำแพงความแข็งแกร่งขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองอีกครั้ง “ขอบคุณ... สำหรับเรื่องเมื่อกี้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ” พูดจบรินก็หมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงไปยังประตู แต่ทว่า... *พรึบ!* ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับไว้ด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกกระชากด้วยความเร็ว จนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอารินสะดุ้งสุดตัว “ปล่อยนะเหนือ! คุณเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” รินพยายามบิดข้อมือหนี พร้อมกับออกแรงดิ้นขัดขืน แต่เหนือกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย หนທາງตรงกันข้าม เขากลับกระชับวงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางไว้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออกแม้แต่นิดเดียว คนในอ้อมแขนจะหายวับไปกับตา ใบหน้าคมคายซบลงบนลาดไหล่บาง ลมหายใจที่สะดุดห้วงเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุดันเมื่อครู่ “อย่าไป...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความสั่นเครือบางเบาที่ทำเอารินถึงกับชะงักค้าง “เหนือ...” “ตอนที่ฉันเห็นมันยืนอยู่ใกล้เธอ... ตอนที่ฉันคิดว่าเธออาจจะยอมตามมันไป...” เหนือหลับตาลงแน่น แขนแกร่งที่โอบกอดรัดแน่นขึ้นอีกจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน หัวใจดวงโตที่เคยคิดว่าด้านชามาตลอดหลายปี กลับเต้นระรัวราวกับจะทะลุกหน้าอกออกมา “...ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโง่แค่ไหน” รินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดห้วน ๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนและจริงใจ ทำให้สมองที่กำลังประมวลผลหยุดทำงานไปชั่วขณะ “ฉันปากแข็ง... ฉันใจร้ายกับเธอมาตลอดเพราะกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกมากกว่าที่เป็น” เหนือยอมสารภาพออกมาตามตรง ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมาเนิ่นนานถูกปลดปล่อยผ่านน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย “แต่พอไม่มีเธออยู่ในสายตา... พอรู้ว่าเกือบจะเสียเธอไป... ความเงียบเหี้ย ๆ ในห้องนี้มันทำให้ฉันรู้ใจตัวเองแล้วว่ะริน” ความเงียบในห้องทำงานกว้างใหญ่ ที่เคยน่ากลัวและอ้างว้าง บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ และจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียวกัน รินเม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความซึนเดเระที่เคยหมั่นไส้ บัดนี้มันกลับพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านลึกที่ไหล뢰งสู่ก้นบึ้งของหัวใจ มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส ค่อย ๆ ยกขึ้นสัมผัสท่อนแขนแกร่งที่โอบกอดเขาไว้ แทนคำตอบรับที่ไม่ออกจากปาก เหนือสูดลมหายใจเข้าลึก ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนอย่างโหยหา เขาผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่ารินไม่ได้ผลักไสเขาออกไป ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและอบอวลไปด้วยความคลั่งรักจนหัวใจพองโตนั้นเอง... *ก๊อก ๆ ๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง “คุณเหนือครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นส่วนรายใหญ่ฝ่ายฮ่องกงที่นัดไว้ตอนบ่าย... อยู่ ๆ เขาก็...” เสียงลูกน้องคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกสนิท เมื่อดวงตาดันกวาดไปเห็นเจ้านายหนุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล กำลังสวมกอดแนบชิดกับเลขาหนุ่มหน้าหวานคาอกอยู่กลางห้องทำงานอย่างโจ่งแจ้ง เหนือตวัดสายตาดุดันกลับไปมองลูกน้องตัวดีด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที มือหนากำหมัดแน่นด้วยความหัวเสียสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิตแบบนี้ -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%