“นี่คุณจะเดินตามผมเข้าห้องน้ำด้วยไหมครับ คุณเหนือ”
ผมหยุดฝีเท้ากะทันหัน หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่สาวเท้าตามติดหลังผมมาไม่ห่างตั้งแต่ก้าวออกจากลิฟต์ จนถึงหน้าประตูห้องชุดพักผ่อนส่วนตัวในคอนโดมิเนียมหรู ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้แทบจะแนบชิด จนผมได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่น่าหงุดหงิด… แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันกักขังความสนใจของผมไว้ได้ทุกครั้ง
เหนือเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมเข้มมองผมด้วยสายพินิจพิเคราะห์ เขายกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทแนบไปกับแผงอกกว้างตามการเคลื่อนไหว
“ถ้าขอเข้าไปสำรวจข้างในด้วยได้ ผมก็ไม่ติดนะริน” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ผมอยากจะยกมือขึ้นไปตบให้คว่ำเสียจริง
“โรคจิตหรือไงครับเนี่ย!” ผมถลึงตาใส่
นี่คือจุดเริ่มต้นของเกมที่ผมไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา… หรือนี่คือกับดักที่ผมเองนั่นแหละที่เดินเข้าไปหามันโดยไม่รู้ตัว?
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ที่ผับ *Party Room* โซนวีไอพีระอุไปด้วยเสียงเพลงและสายตานับร้อยที่จับจ้องมาที่เรา คิน นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเหนือ จงใจเดินเข้ามาหาผมพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบยาพิษ เขาเอ่ยปากชวนผมไปทำงานด้วย พร้อมข้อเสนอเม็ดเงินมหาศาลที่คนถังแตกแบบผมควรจะคว้าไว้ทันที แต่เป้าหมายที่แท้จริงของคินไม่ใช่ผม… เขากำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือเพื่อตบหน้าและยั่วโมโหเจ้าของถิ่นอย่างเหนือต่างหาก
และแน่นอนว่า เหนือระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีแบบไม่ต้องสืบ
มาเฟียหนุ่มลากตัวผมออกมาจากตรงนั้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ก่อนจะยัดผมขึ้นรถสปอร์ตคันหรูแล้วพิ่งตรงมาส่งผมที่ห้องพัก แต่นอกจากเขาจะมาส่งแล้ว เจ้ากรรมนายเวรคนนี้ยังอ้างหน้าตาเฉยว่า *‘กลัวผมหนีสัญญา หรือแอบไปรับข้อเสนอไอ้คินลับหลัง’* ถึงขั้นดุ่มๆ เดินตามขึ้นมาคุมผมถึงหน้าห้อง และไม่มีทีท่าว่าจะยอมกลับออกไปง่ายๆ
“ไม่ได้โรคจิต แต่เขาเรียกว่าความรอบคอบในฐานะนักธุรกิจ” เหนือเอ่ยหน้าตาเฉย ขยับตัวเข้ามาใกล้ผมอีกก้าว จนผมต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องเย็นเฉียบ
“สัญญาบ้าบออะไรครับ ผมเซ็นสัญญาแค่เรื่องทำงานใช้หนี้ในผับ ไม่ได้เซ็นสัญญายอมให้คุณมาเดินตามแจแจแบบนี้ หลบไปเลยนะ ผมจะเข้าห้อง” ผมเอื้อมมือไปดันอกแกร่งของเขา แต่มันก็แทบไม่ต่างอะไรกับการผลักกำแพงเหล็ก ร่างสูงยังคงยืนตระหง่านนิ่งสนิท แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
“สัญญาใจไง… เธอจำไม่ได้เหรอ?” เสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากผม ลลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรดอยู่บนพวงแก้มทำให้หัวใจผมกระตุกวูบอย่างไม่รักดี “ฉันบอกแล้วไงริน ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของๆ ฉัน ทั้งไอ้คิน หรือใครก็ตาม… เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่ใช่คนใจดี”
“ผมไม่ใช่ข้าวของของคุณนะ!” ผมเงยหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเสียงตัวเองจะเริ่มสั่นพร่าด้วยพิษสงของบรรยากาศที่บีบคั้นรอบตัว “เลิกทำตัวเป็นเจ้านายจู้จี้จุกจิก แล้วก็เลิกหึงหวงแบบไร้สาระสักทีเถอะครับ”
“หึงเหรอ?” เหนือทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง “ปากเก่งนักนะริน… ถ้าคิดว่าฉันจู้จี้ ทำไมไม่ลองพิสูจน์ดูล่ะ ว่าฉันจะจัดการกับเด็กดื้อแบบเธอ ยังไงดี?”
รอยยิ้มของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนตอนที่เกรี้ยวกราดใส่คินในผับ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อเข้ามุม สายตาที่มองมาที่ริมฝีปากผมทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิงไปหมด ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดุดันที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาในช่องท้อง
ผมเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูเพื่อหนีความอันตราย แต่มือหนากลับเร็วกว่า เขายกแขนขึ้นกั้นกรอบประตูไว้ทั้งสองข้าง กักขังผมให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ โดยไม่มีทางหนี
กลิ่นกายแมนๆ และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของมาเฟียหนุ่มกำลังหลอมละลายความแข็งกร้าวทั้งหมดที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาต้านทานเขา
“ปล่อยน่าคุณเหนือ… ผมเหนื่อย อยากพักผ่อน” ผมเปลี่ยนเป็นใช้น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“พักได้… แต่ต้องอยู่ในสายตาฉัน” เหนือกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอจนผมขนลุกชัน “เปิดประตูสิริน หรือจะให้ฉันอุ้มเข้าไปเอง?”
ผมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ในความเผด็จการของเขา แต่ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากด่ากราดออกไปอีกสักชุด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของผมก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียดนั้น
*ติ๊ง!*
ผมชะงัก เหลือบตามองเหนือที่ยังคงจ้องผมไม่วางตา ก่อนจะค่อยๆ ควักโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมือข้างเดียว หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้นกลับทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตา
*[อย่าไว้ใจมัน… เหนือมันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเธอ แต่มันกำลังจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อเพื่อฆ่าฉัน]*
ผมเบิกตากว้าง อ่านทวนข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความเขินอายเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงสู่เหวลึก ความหวาดระแวงพวยพุ่งขึ้นมาเกาะกุมจิตใจทันที
ผมเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง… ดวงตาคมกริบของเหนือที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความคลั่งรักและประกายความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิท ทว่าลึกซึ้งและเย็นเยียบจนน่ากลัว ราวกับเขากำลังซ่อนความลับอันดำมืดบางอย่างที่ผมไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
และในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องพักห้องข้างเคียงก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ผมไม่คาดคิดว่าจะมาโผล่อยู่ที่นี่ในยามวิกาล—
**โปรดติดตามตอนต่อไป**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ไฟเยอร์บลัดเสมอนะครับ
ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก•ตอนที่ 8
เจ้านายสายจู้จี้
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!